สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 6

คืนที่ฝนตกในแคมป์

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงฟ้าร้องคำรามครืนโครมราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง ก่อนที่ม่านน้ำฝนสีเทาทึบจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี เปลี่ยนไซต์งานก่อสร้างกลางหุบเขาให้กลายเป็นทะเลโคลนขนาดย่อมในชั่วพริบตา "ให้ตายสิ นี่มันฟ้าถล่มหรือไงวะ" ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้รักความเนี๊ยบเป็นชีวิตจิตใจ สบถออกมาอย่างหัวเสีย ขณะใช้มือปัดป้องละอองฝนที่สาดซัดเข้ามาตามช่องลมของตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราว เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งที่เคยรีดเรียบกริบตอนนี้ชื้นแฉะแนบไปกับแผ่นหลังอวดสัดส่วนสมส่วนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดหยิ่งผยอง "ถ้าไม่อยากเปียกจนสมองชื้นตามไปด้วย ก็ถอยไปห่างๆ หน้าต่างหน่อย คุณสถาปนิก" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าดังขึ้นจากมุมห้อง เรย์ วิศวกรหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดช่างเลอะคราบปูน ก้าวเข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเก่าในมือ เขายื่นมันให้โดยไม่มองหน้า แต่จังหวะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านปัดผ่านข้อมือขาวจัด ธันวากลับรู้สึกราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านจนต้องรีบชักมือกลับทันที "ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดี เรย์ ฉันดูแลตัวเองได้" ธันวาเชิดคางขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวอย่างไร้เหตุผลเมื่อพบว่าพื้นที่ในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ นี้ บีbyคั้นให้พวกเขาต้องอยู่ใกล้กันจนเกินความจำเป็น "ปากดีจริงนะ... เวลาตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่เส้นผมเปียกชื้นที่ลู่ลงปรกหน้าผาก ไล่เรื่อยลงมาถึงริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "เก็บแรงไว้เถียงตอนไฟมาเถอะ ทางขึ้นเขาแบบนี้ หม้อแปลงระเบิดรอบนี้ยาวแน่คืนนี้" สิ้นคำพูดของวิศวกรหนุ่ม แสงไฟนีออนบนเพดานก็กะพริบสองสามครั้งก่อนจะดับวูบลง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่1ในความมืดสลัว มีเพียงแสงฟ้าแลบเป็นระยะที่สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นเงาร่างของกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสังกะสีด้านนอกราวกับกลองศึก ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ เด่นชัดขึ้น กลิ่นอายความเป็นผู้ชายของเรย์ ทั้งกลิ่นฝน กลิ่นฝุ่นดิน และกลิ่นกายเฉพาะตัว กำลังโอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง "มองอะไรนักหนา กลัวความมืดหรือไง" เรย์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาในความมืดทุ้มลึกและใกล้ชิดกว่าเดิมมาก "ใครกลัว... บ้าหรือเปล่า" ธันวาเถียงกลับทันควัน แม้ว่าขาเรียจะเผลอขยับถอยหลังจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน "ฉันแค่... รำคาญบรรยากาศงี่เง่า __นี่__ต่างหาก" เรย์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดตัวสถาปนิกปากจัดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง จนกระทั่งแผ่นหลังของธันวาชนเข้ากับผนังตู้คอนเทนเนอร์อย่างไร้ทางหนี ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กั้นขอบเขตอิสระของคนตัวเล็กไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่วางยันผนังคร่อมตัวไว้ "ถอยไปนะ เรย์ นายจะทำอะไร" ธันวาใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านจากแผ่นอกที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้น นี่ไม่ใช่การปะทะคารมแบบทุกที แต่มันคือการคุกคามทางความรู้สึกที่ทำเอาสติกระเจิง "ไม่ได้ทำอะไร แค่อยากรู้ว่าปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย... เวลาไม่มีแรงเถียง มันจะยังรสชาติเดิมอยู่ไหม" เรย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่อง ธันวาสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาทนั้น สถาปนิกหนุ่มเงยหน้าขึ้น หมายจะพ่นคำด่าทอเจ็บๆ ออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว แต่ทว่า... ทันทีที่ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในแสงวาบจากสายฟ้าภายนอก คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ ริมฝีปากของเรย์อยู่ห่างออกไปเพียงคืบเดียว และในวินาทีที่ธันวากำลังจะอ้าปากประท้วงนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเรย์บนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมความตึงเครียดทันที วิศวกรหนุ่มชะงัก เลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างขัดใจ ก่อนจะผละตัวออกห่างช้าๆ อย่างเสียดดาย ธันวาพรูลมหายใจออกมาพรวดใหญ่ รีบยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา เรย์เดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น เขากดรับสาย ฟังเสียงปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่ทำให้รี้ดเดอร์อย่างเราต้องหยุดหายใจ "มีข่าวดีกับข่าวร้าย... คุณอยากฟังอันไหนก่อน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความนัย "อะไรอีก..." ธันวายังคงหอบหายใจเล็กน้อย พยายามดึงมาดนิ่งกลับมา "ข่าวดีคือ ถนนสายหลักข้างล่างถล่ม ปิดยาวถึงพรุ่งนี้เช้า... แปลว่าเราต้องติดอยู่ด้วยกันที่นี่สองต่อสอง" เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ "ส่วนข่าวร้าย... มีคนพยายามงัดประตูเขตก่อสร้างโซน B ตอนนี้สัญญาณกันขโมยดังขึ้นแล้ว และคนที่เดินตรวจอยู่แถวนั้น... น่าจะกำลังเดินมาที่นี่" ธันวาเบิกตากว้างขึ้นทันที ความง่วงและความหวั่นไหวเมื่อครู่ปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง "หมอกไม้ไผ่" เสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%