ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 8

หย่าหรือไม่หย่า

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กระดาษสาเนื้อดีแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนข้ามโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างเชื่องช้า ทว่าน้ำหนักของมันกลับหนักหน่วงดุจขุนเขาไท่ซาน เสียงปลายพู่กันตวัดเส้นอักษรอย่างมั่น and เฉียบคมยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องหนังสือบูรพา ซูเหม่ยในชุดอาภรณ์ผ้าไหมสีนวลปักลายกิ่งเหมยมิได้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งฉินอ๋องแห่งแคว้นฉินแม้แต่น้อย นางเพียงวางพู่กันลงบนแท่นหยกขาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะประสานมือไว้ที่หน้าตักด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น "หนังสือหย่า... หม่อมฉันร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ทว่ากลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของคนฟัง เฟยหลงเงยหน้าขึ้นจากตำราพิชัยสงคราม ดวงเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาพินิจดวงพักตร์งดงามที่ประดับรอยยิ้มบางเบาอย่างเย้ยหยันโชคชะตา ความเงียบโรยตัวปกคลุมรอบกายทั้งสองดุจสายน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ ไม่มีเสียงถอนหายใจ ไม่มีร่องรอยความโกรธเกรี้ยว มีเพียงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ "เจ้ากล้าดียังไง ถึงเอ่ยปากขอหย่ากับเปิ่นหวาง?" สุ้มเสียงของฉินอ๋องต่ำลึก เยียบเย็นจนบาดผิวเนื้อ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างคุกคาม กลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามและสนิมดาบโชยเข้าแตะนาสิกของซูเหม่ย แต่นางหาได้ถอยร่นแม้แต่ครึ่งก้าว "หม่อมฉันมิได้อาจหาญเพคะ... เพียงแต่ตระหนักรู้ถึงสถานะของตนเองดี" ซูเหม่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่คมฉายประกายปัญญาญาณที่ยากจะหยั่งถึง "ท่านอ๋องทรงมีชายาในดวงใจคอยเคียงข้าง มีตระกูลหลี่คอยหนุนหลัง ส่วนหม่อมฉัน... เป็นเพียงหมอหญิงจากแดนไกลที่ท่านทรงรับเข้ามาเพื่อตบตาเบื้องบน ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจในจวนอ๋องแห่งนี้ การอยู่ร่วมกันโดยปราศจากความไว้วางใจ รังแต่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างต้องระแวงหลัง ยิ่งไปกว่านั้น... ในเมื่อแผนการกำจัดหม่อมฉันของอนุหลี่ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว การที่หม่อมฉันหย่าร้างและถอนตัวออกไป ย่อมเป็นหนทางที่สะอาดและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกฝ่ายเพคะ" คำว่า 'อนุหลี่' ถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับทำให้นัยน์ตาของเฟยหลงไหววับชั่วพริบตา เขารู้ดีว่าหลี่ม่านใช้วิธีการสกปรกเพียงใดในการใส่ร้ายซูเหม่ยเมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งเรื่องวางยาพิษในสำรับและใส่ร้ายว่านางลักลอบติดต่อกับสายลับต่างแคว้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง หาใช่ความโง่เขลาของอนุหลี่... แต่เป็นความนิ่งเฉยและการจัดการปัญหาอย่างเหนือชั้นของซูเหม่ยต่างหาก สตรีผู้นี้มิเพียงแต่วิเคราะห์ส่วนผสมของยาพิษด้วยเข็มเงินและสมุนไพรพื้นบ้านอย่างแม่นยำ นางยังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการตลบหลังอนุหลี่จนมุม จนแทบไม่มีแผ่นดินจะกลบหน้า และที่สำคัญที่สุด... นางไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากเขาเลยสักครั้ง "เจ้าคิดว่าจวนฉินอ๋องแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เจ้าจะเข้าออกตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ?" เฟยหลงโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ดวงตาดุร้ายดั่งศิลากวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่เอ่ยคำว่า 'หย่า' อย่างไม่สะทกสะท้าน "เปิ่นหวางยังไม่อนุญาต ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ไปทั้งนั้น!" "ท่านอ๋องกำลังฝืนใจหม่อมฉัน..." ซูเหม่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาส่อแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "การรั้งตัวสตรีที่ต้องการจะไปไว้ข้างกาย รังแต่จะสร้างภาระมิใช่หรือเพคะ หรือว่า... ท่านอ๋องทรงกลัวว่าความลับเรื่องที่ทรงแอบใช้สมุนไพรระงับพิษกำเริบจากหม่อมฉัน จะแพร่งพรายออกไปกันแน่?" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็ราวกับถูกแช่แข็งในพริบตาเดียว! เฟยหลงชะงักกึก รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างทันที มือหนาเอื้อมไปบีบคางมนของซูเหม่ยไว้แน่นด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แรงกดที่ปลายคางทำให้ผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าดวงตาของซูเหม่ยกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้เท่าทันและรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่มุมปาก "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว ซูเหม่ย..." เฟยหลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความอันตราย "คนฉลาดเช่นเจ้า มักมีอายุไม่ยืนยาว" "ถ้าเช่นนั้นท่านอ๋องก็ควรทรงรีบลงนามในหนังสือหย่าเสียแต่ตอนนี้ เพคะ... ชีวิตของหม่อมฉันจะได้ปลอดภัยจากเงื้อมมือของท่านเสียที" นางตอบกลับทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่า แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนสั่งโบยดั่งเช่นสตรีอื่นที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขา เฟยหลงกลับหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและแหบพร่าระคนความเย้ายวนประหลาด ทำให้หัวใจของซูเหม่ยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นิ้วแกร่งที่เคยบีบคางนาง เปลี่ยนเป็นลูบไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่าที่เพิ่งค้นพบ ความดุดันเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นประกายความสนใจที่ลุกโชนขึ้นในดวงเนตร คล้ายกับเสือร้ายที่พบเหยื่ออันโอชะและท้าทายยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก "หย่า? ฝันไปเถอะ..." เฟยหลงกระซิบชิดใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนซูเหม่ยขนลุกซู่ "ในเมื่อเจ้าเป็นคนถอนพิษในกายเปิ่นหวางด้วยมือคู่นั้น เจ้าก็ต้องรับผิดชอบชีวิตที่เหลือของเปิ่นหวางไปจนวันตาย... สตรีโง่เขลาเช่นเจ้า หากปล่อยให้ออกไปเดินเร่ร่อน คงถูกคนอื่นหลอกกินหัวจนไม่เหลือกระดูก ซูกงกง!" เสียงทรงอำนาจเอ่ยเรียกขันทีคนสนิทที่ยืนรออยู่หน้าประหยัดทันที "พะยะค่ะ ท่านอ๋อง!" ซูกงกงรีบก้าวเข้ามาด้วยความรวดเร็ว ทว่ายังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นทูลถาม เฟยหลงก็เอ่ยคำสั่งที่ทำให้คนฟังถึงกับหน้าถอดสี "ไปประกาศทั่วจวน... นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชายาเอกซูเหม่ยคือสตรีเพียงผู้เดียวที่มีอำนาจสูงสุดในเรือนหลัง ผู้ใดกล้าล่วงเกินนางแม้แต่ปลายนิ้ว... ตัดหัวเสีย!" ซูเหม่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองหน้าบุรุษผู้เผด็จการตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "ท่านอ๋อง! ท่านพูดบ้าอะไรออก..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ประตูห้องหนังสือด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของนางกำนัลหลวงผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือด้วยท่าทีตื่นตระหนก "ฉินอ๋องรับราชโองการ...!" เสียงแหลมสูงของขันทีหลวงดังแทรกเข้ามากลางบรรยากาศอันตึงเครียด พร้อมกับร่างของซูกงกงที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่ารายงาน "ท่านอ๋องพะยะค่ะ! แย่แล้วพะยะค่ะ... ราชโองการลับจากฮ่องเต้ระบุว่า มีพระบรมราชโองการด่วนให้กักตัวชายาเอกซูเหม่ยเข้าวังหลวงทันที ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังกบฏชายแดนพะยะค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%