กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บสมุนไพรปลายเรือนตระกูลซู ชวนให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ซูเหม่ยปักปิ่นหยกขาวลงบนมวยผมอย่างประณีต สายตาดอกท้อคู่คมกวาดมองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองที่มีคราบสนิมเขียวจับตามุม เล็กน้อยแต่มั่นคง ริมฝีปากอิ่มสีชาดธรรมชาติแย้มยิ้มบางเบา ดุจกลีบดอกไม้ที่แย้มบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว นางไม่ได้เป็นสตรีในห้องหอผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่ดวงวิญญาณของศัลยแพทย์สาขามือหนึ่งแห่งยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดข้ามมิติมาสิงสถิตในร่างนี้ บัญชีแค้นทุกบท ทุกหน้า นางล้วนจดจำไว้ครบถ้วน
"คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวได้ยินมาว่า ทางเรือนใหญ่กำลังวุ่นวายกันยกใหญ่ อนุหลี่สั่งให้คนไปต้ม 'ยาบำรุงพิเศษ' ชุดนั้นอีกแล้วเพิ่งจะยกไปเมื่อครู่..." เสี่ยวหลัน สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ สองมือประสานกันแน่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "พวกนางคงไม่แคล้วใช้แผนการเดิม... หมายจะใส่ร้ายว่าท่านวางยาพิษฮูหยินใหญ่แน่ๆ เจ้าค่ะ!"
ซูเหม่ยมิได้สะท้านสะเทือน นางยังคงบรรจงใช้ปลายนิ้วเรียวงามคีบเข็มเงินเล่มบางขึ้นมาตรวจสอบกับแสงตะวันที่ส่องลอดช่องหน้าต่างแกะสลัก ความเย็นเยียบของโลหะสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ลẫกลึกราวกับก้นบึ้งของหุบเขา
"ให้พวกนางเล่นละครฉากใหญ่ไปเถอะค่ะ เสี่ยวหลัน..." น้ำเสียงหวานใสแต่ทว่ากังวานและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "คนโง่เท่านั้นที่วิ่งเข้าหาคมดาบ แต่คนฉลาด... ย่อมรอให้คมดาบนั้นย้อนกลับไปปักอกศัตรูด้วยมือของพวกเขาเอง"
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ในงานเลี้ยงรับรองตระกูลใหญ่ อนุหลี่ม่านผู้นี้ใช้วิธีสกปรกสารพัดเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนาง ทว่าสิ่งที่อนุหลี่คาดไม่ถึงคือ ซูเหม่ยผู้นี้หาใช่สตรีอ่อนแอให้รังแก ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่าแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดและพิษวิทยา จะมองทะลุปรุโปร่งถึงส่วนผสมของยาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้าที่ซุกซ่อนอยู่ในกาชาชาด
ภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนหลักเวลานี้ บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสายธนูที่ถูกดึงจนสุดแรง
หลี่ม่านในอาภรณ์ผ้าแพรปักลายดอกโบตั๋นสีม่วงเข้ม ยืนเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้าเตียงนอนของฮูหยินใหญ่ผู้ป่วยกระเสาะกระแสะ ดวงตาเรียวรีพยายามบีบเค้นหยาดน้ำตาออกมาให้ดูน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงความสะใจไว้ลึกๆ
"พี่หญิง... ท่านต้องอดทนไว้นะเพคะ! ข้าไม่คิดเลยว่า... ว่าคุณหนูรองซูเหม่ยผู้เป็นถึงบุตรสาวแท้ๆ จะจิตใจอำมหิตถึงขั้นแอบใส่ 'ผงสลายวิญญาณ' ลงในยาต้มของท่านแม่ เพื่อหวังฮุบสมบัติส่วนที่เหลือ!" หลี่ม่านกล่าวพางยกผ้าเช็ดหน้าปักลายขึ้นซับหัวตาที่ไร้น้ำตาอย่างจอมปลอม
เหล่าบ่าวไพร่และอนุคนอื่นๆ ต่างซุบซิบกันระงม บ้างก็แสดงสีหน้าตกใจ บ้างก็รอสมน้ำหน้า ทว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่า ที่ประตูทางเข้าเรือนหลัก ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬกำลังก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ฉินอ๋องเฟยหลง!
บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามผู้เย็นชาไร้หัวใจ ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักแต่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดกวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเยียบเย็น ทัศนคติของเขาต่อสตรีตระกูลซูนั้นรังเกียจเดียดฉันท์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่เขาแวะมาเยือนจวนอัครเสนาบดีวันนี้ หาใช่เพราะไมตรีจิตอันใด หากแต่มาเพื่อทวงถามสัญญาหมั้นหมายที่น่ารำคาญใจต่างหาก
"เกิดเรื่องอันใดขึ้นที่นี่?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ดังขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องโถงสะดุ้งเฮือก หลี่ม่านรีบหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซ่อนคมมีด นางรีบย่อกายลงคำนับท่านอ๋องผู้ทรงอิทธิพลทันที
"ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ... หม่อมฉันกำลังจัดการเรื่องภายในจวนที่น่าอดสูนัก ลูกเลี้ยงของหม่อมฉัน... นางวางแผนวางยาพิษมารดาบังเกิดเกล้าเพคะท่านอ๋อง! ช่างเป็นสตรีไร้คุณธรรม ไร้ความกตัญญูเสียจริง ฮือๆ..." หลี่ม่านแสร้งร่ำไห้ฟูมฟาย ซบหน้าลงกับพื้นราวกับผู้ถูกกระทำอย่างยิ่งยวด
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา ความรังเกียจสตรีหน้าไหว้หลังหลอกพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาเกลียดที่สุดคือพวกที่ชอบเล่นละครตบตา
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบาราวกับเสียงใบบัวลู่ลมก็ดังขึ้นจากด้านนอก
"โอ้? อนุหลี่กล่าวหาว่าข้าผู้เป็นบุตรสาววางยาพิษมารดาตนเองอย่างนั้นหรือคะ?"
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกเหมยสีแดงสดก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ท่วงท่าเยื้องกรายราวนางพญาหงส์ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว ซูเหม่ยไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเดินตรงไปยังโต๊ะวางถ้วยยาที่ส่งควันกรุ่นขึ้นมา
เฟยหลงชำเลืองมองสตรีผู้มาใหม่ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพใบหน้าหวานล้ำที่ไร้ความหวาดกลัวใดๆ นางกล้าดียังไงถึงยังสงบนิ่งได้ท่ามกลางสถานการณ์คอขาดบาดตายเช่นนี้?
"ซูเหม่ย! เจ้ายินยอมจำนนแต่โดยดีเถอะนะ!" หลี่ม่านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความได้ใจ "หลักฐานคาตา ถ้วยยานี้มีพิษเด่นชัด บ่าวไพร่เห็นกับตาว่าเจ้าเป็นคนสั่งให้คนจัดเตรียม!"
ซูเหม่ยไม่แม้แต่จะชายตามองอนุหลี่ นางเพียงแค่หยิบเข็มเงินเล่มบางขึ้นมา จรดปลายนิ้วลงบนถ้วยยาช้าๆ ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จดจ้องเป็นตาเดียว
"อนุหลี่กล่าวหาว่าข้าใส่ยาพิษ... เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงรีบร้อนอยากให้ฮูหยินใหญ่ดื่มมันนักล่ะคะ?" ซูเหม่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มที่มุมปากช่างเย็นเยียบจนน่าขนลุก "และที่สำคัญ... ยาถ้วยนี้ หาใช่ 'ผงสลายวิญญาณ' ตามที่ท่านกล่าวอ้างไม่"
"เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร?!" หลี่ม่านเริ่มหน้าถอดสีเมื่อเห็นแววตาพินิจพิเคราะห์ของหญิงสาว
ซูเหม่ยหันไปประสานสายตากับฉินอ๋องที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้นหิน นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นประกายแสงระยิบระยับด้วยสติปัญญาอันเฉียบคม นางยกถ้วยยาขึ้นมาจรดริมฝีปาก ราวกับจะดื่มมันเข้าไปจริงๆ ต่อหน้าทุกคน!
เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอก สตรีผู้นี้... คิดจะทำบ้าอะไรกัน?!
"หยุดนะ!" สุ้มเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว พร้อมกับที่ร่างสูงพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของซูเหม่ยไว้แน่น แรงบิดมหาศาลทำให้ถ้วยยาในมือเกือบจะหกกระเด็น
ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของแม่ทัพผู้เกรียงไกรจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของนาง สัมผัสจากปลายนิ้วที่กุมข้อมือนั้นร้อนผ่าว ทว่าแฝงไว้ด้วยคำเตือนอันดุร้าย
"เจ้าอยากรนหาที่ตายหรืออย่างไร หญิงโง่?" เฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน
ซูเหม่ยมิได้สะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาบุรุษผู้เย็นชาถึงกับชะงักงัน
"ท่านอ๋องทรงเป็นห่วงข้าหรือคะ? วางใจเถอะ... ยาพิษถ้วยนี้ คนที่ควรจะได้ลิ้มรส หาใช่หม่อมฉันไม่เพคะ..."
พูดจบ ซูเหม่ยก็สะบัดข้อมือพลิกถ้วยยาในมืออย่างรวดเร็ว ปาดหยดน้ำยาสีคล้ำลงบนถาดเงินบริสุทธิ์ ทันใดนั้นเอง... ผิวโลหะสีเงินก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทภายในพริบตา! พร้อมกับกลิ่นหอมหวานประหลาดที่ระเหยขึ้นมาเตะจมูก
หลี่ม่านกรีดร้องออกมาเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อความจริงถูกเปิดโปง
ซูเหม่ยหันไปสบตาเฟยหลงที่กำลังมองนางด้วยความทึ่งแกแกแกมระแวง นัยน์ตาทรงอำนาจคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านราวกับไฟบรรลัยกัลป์ที่รอวันปะทุ
"ดูเหมือนว่า... หมากกระดานแรกนี้ อนุหลี่คงเป็นฝ่ายเดินผิดตาจนหมดรูปเสียแล้วกระมังเพคะ ท่านอ๋อง?" ซูเหม่ยกระซิบแผ่วเบาข้างกายเขา รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 5
หมากกระดานแรก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!