"ข้ามิได้โง่เขลาถึงเพียงนั้นเจ้าค่ะ พี่หญิงหลี่"
น้ำเสียงของซูเหม่ยราบเรียบราวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนงาม นางก้าวล่วงเข้าสู่เรือนปีกตะวันตกซึ่งเป็นอาณาเขตส่วนตัวของอนุภรรยาหลี่ม่าน โดยปราศจากเสียงฝีเท้าและคนติดตาม ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์เคลื่อนไหวอย่างสง่างาม ท่ามกลางกลิ่นอายความหวาดระแวงที่ลอยอวลอยู่ในอากาศยามราตรี
หลี่ม่านสะดุ้งสุดตัว นางรีบซ่อนม้วนกระดาษสีชาแผ่นเล็กไว้ใต้สำรับผ้าปักลายเบญจพรรณ ใบหน้าที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้ภายนอกจะพยายามฝืนแย้มสร้อยยิ้มเยือกเย็น
"เจ้า... เจ้าเข้ามาได้อย่างไร! นี่คือเรือนของข้า บังอาจนักนะซูเหม่ย" หลี่ม่านเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับกายบังหีบไม้จันทน์หอมที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง
"เรือนของท่านอ๋องกว้างใหญ่เพียงนี้ ไฉนข้าจะเดินชมสวนไม่ได้เล่าคะ" ซูเหม่ยปรายตามองหีบไม้ใบนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนหลี่ม่านต้องถอยหลังกรูด "อีกอย่าง... ยาห้ามครรภ์ที่ท่านลักลอบต้มให้บ่าวรับใช้ไปทิ้งหลังเรือนเมื่อยามค่ำ ช่างส่งกลิ่นคาวโชยมาเตือนความจำหมอหญิงเช่นข้าเสียเหลือเกิน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระส่ำของอนุภรรยาผู้ทะเยอทยาน หลี่ม่านกัดริมฝีปากจนห่อเลือด สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "เจ้ามีหลักฐานอันใดจึงมากล่าวหาข้า! หากท่านอ๋องทรงทราบว่าเจ้ามารังแกอนุเช่นข้า พระองค์จะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!"
"ท่านอ๋องหรือคะ..." ซูเหม่ยทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันจางๆ "พระองค์กำลังประทับอยู่กับแม่ทัพใหญ่เพื่อหารือราชการลับ หาได้ว่างเว้นมาสนใจสตรีที่เล่นเกมตบตาในเรือนหลังไม่... และที่สำคัญที่สุด ข้ามิได้มาเพื่อกล่าวหา แต่ข้ามาเพื่อ 'เก็บกวาด' ต่างหาก"
สิ้นคำพูด ซูเหม่ยก็พุ่งมือออกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปัดป้องร่างของหลี่ม่านให้พ้นทาง ก่อนจะคว้าหมับลงไปที่หีบไม้จันทน์หอม และฉวยม้วนกระดาษที่ซ่อนอยู่ออกมาได้อย่างทันท่วงที
หลี่ม่านกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ พยายามจะแย่งชิงคืน แต่มือเรียวบางของซูเหม่ยกลับตวัดพลิกหลบได้อย่างพลิ้วไหวราวกับร่ายรำ
ดวงตากลมโตของซูเหม่ยไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าตึงเครียดของนาง ยิ่งอ่าน... ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มก็ยิ่งเหยียดยาวขึ้น ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วสู่ขั้วหัวใจ
นี่มิใช่แค่เรื่องการอิจฉาริษยาในเรือนหลัง... แต่มันคือจดหมายลับแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างหลี่ม่านกับขุนนางกบฏชายแดนใต้ มีทั้งรายชื่อกองกำลัง ลายเซ็นประทับตราค่ายทหาร และแผนการลอบปลิดชีพฉินอ๋องในงานล่าสัตว์หลวงที่จะถึงนี้!
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงอ่านมัน!" หลี่ม่านหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ขาเรียวทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่าความลับคอขาดบาดตายตกอยู่ในมือศัตรูตัวฉกาจ
"ขายชาติ แลกกับตำแหน่งชายาเอกเนี่ยนะคะ?" ซูเหม่ยเงยหน้าขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นดุดันและทรงอำนาจดั่งพญาอินทรี "เจ้าช่างบังอาจนัก หลี่ม่าน เจ้าไม่เพียงแต่ทำลายความสงบสุขในจวน แต่ยังเอาชีวิตของคนทั้งจวนมาเดิมพันกับความโลภของตนเอง!"
"ส่ง... ส่งมันคืนมาให้ข้าเถอะนะซูเหม่ย ข้าขอร้องเจ้า!" หลี่ม่านเปลี่ยนท่าทีเป็นกราบกรานน้ำตานองหน้า เกาะชายกระโปรงของซูเหม่ยแน่น "ข้าถูกบีบ! มีคนบังคับข้า หากข้าไม่ทำครอบครัวของข้าก็จะ..."
"เก็บคำแก้ตัวของเจ้าไว้บอกท่านอ๋องด้วยตนเองเถอะค่ะ" ซูเหม่ยสะบัดชายกระโปรงออกอย่างไร้เยื่อใย นางพับม้วนกระดาษเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างมิดชิด หัวใจเต้นระรัวด้วยความตระหนักถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่า... ในวินาทีที่นางหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้อง เสียงปรบมือเบาๆ แผ่วเบาแต่ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดตรงระเบียงทางเดิน
"ช่างเป็นหมอหญิงที่ชาญฉลาดและเด็ดเดี่ยวเสียจริง... ชายาของข้า"
ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวพ้นเงาไม้เข้ามา ฉินอ๋อง (เฟยหลง) ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองซูเหม่ยด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มมุมปากเยียบเย็นจนน่าขนลุก
ซูเหม่ยชะงักค้าง นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบายอันใด ร่างสูงของท่านอ๋องก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนแผ่นอกแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นสนจางๆ ลอยปะทะนาสิก
"พระองค์... ท่านอ๋องทรงมาตั้งแต่เมื่อใดกันคะ?" ซูเหม่ยขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยความตกใจระคนสงสัย พยายามจะถอยห่างแต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นรา่วกับคีมเหล็ก
ฉินอ๋องไม่ตอบคำถาม พระองค์ก้มพระพักตร์ลงมาจนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ทำให้ซูเหม่ยขนลุกชันไปทั้งร่าง
"ข้าฟังคำพิพากษาของเจ้ามาตั้งแต่ต้นจนจบ..." สุรเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นทั้งเย้ายวนและอันตรายในคราเดียวกัน "และตอนนี้... ในเมื่อเจ้า 'ค้นพบ' หลักฐานชิ้นสำคัญด้วยตนเองแล้ว..."
พระองค์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายพระเนตรมองไปยังหลี่ม่านที่นอนสั่นเทาอยู่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมาสบตาซูเหม่ยตรงๆ แววตาดุดันดั่งศิลานั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์
"...เจ้าคิดจะลงทัณฑ์ 'หนอนบ่อนไส้' ผู้นี้... หรือจะให้ข้าเป็นผู้ลั่นทัณฑ์สวรรค์ด้วยมือของตัวเองดีล่ะ พระชายา?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 6
หลักฐานมัดตัว
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!