ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 4

ท่านอ๋องผู้เย็นชา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ปลายจมูกไม่ได้มาจากบาดแผลของคนเจ็บ หากแต่มาจากไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะประดับลายพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยฝุ่นควันและหยาดโลหิตแห่งสนามรบ ทุกลมหายใจหยุดชะงักลงทันที ซูเหม่ยหันขวับไปมองหน้าฉินอ๋องที่ยามนี้ดวงตาดำมืดสนิทราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ขณะที่ชายหนุ่มเองก็กำลังจ้องมองนางด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออกเช่นกัน! ความเงียบงันปกคลุมเรือนรับรองหลังใหญ่จนได้ยินเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากกาชาบนเตาถ่าน ร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนยังคงยืนนิ่งสนิท นางไม่ได้ถอยร่นแม้แต่เพียงครึ่งก้าว แม้ว่าเบื้องหน้าของนางคือ ‘เฟยหลง’ บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นฉิน ผู้ซึ่งต่อกรกับกองทัพทมิฬแดนเหนือจนราบคาบมาแล้ว ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดของเขาพินิจพิจารณาร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดผ้าไหมเนื้อดีที่นางสวมใส่ไม่ใช่สไตล์ที่หญิงสาวในเรือนหลังมักเลือกใช้ ความเรียบง่ายแต่ทว่าสง่างาม ไร้เครื่องประดับฟุ่มเฟือย มีเพียงปิ่นหยกขาวเนื้อเย็นปักไว้หลวมๆ บนมวยผม แต่สิ่งที่ทำให้แม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นมิใช่การแต่งกายของนาง หากเป็น ‘แววตา’ ดวงตาคู่นั้น... ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความประจบสอพลอ หรือแม้แต่ร่องรอยความน้อยเนื้อต่ำใจที่เขาเคยพบเห็นจากอนุภรรยาหรือสตรีตระกูลสูงศักดิ์นางอื่น ยามที่พวกนางต้องเผชิญหน้ากับความดุดันของเขา "เจ้ากล้ามากนะซูเหม่ย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนหินกระทบกันในถ้ำลึกดังขึ้น ทรงพลังและกดดันจนสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว "เหยียบย่างเข้ามาในห้องหนังสือลับของข้า แถมยังบังAอาจใช้วิธีการประหลาดมารักษาพลทหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า คิดว่าฐานะบุตรสาวเสนาบดีคลังจะปกป้องหัวบนบ่าของเจ้าได้พ้นหรือ?" ซูเหม่ยกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบาราวกับภาพวาดพู่กันจีน แต่มันกลับซ่อนความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน นางค่อยๆ วางเข็มเงินลงบนถาดไม้หอมอย่างเชื่องช้า ท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับกำลังจัดระเบียบตำรา มากกว่าจะเผชิญหน้ากับสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม "ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นแพทย์ หากเห็นคนเจ็บตรงหน้าแล้วไม่ยื่นมือเข้าช่วย นั่นมิใช่การฝ่าฝืนกฎของเรือน แต่เป็นการละทิ้งจรรยาบรรณของมนุษย์ต่างหาก" นางเอ่ยตอบน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความสั่นเครือแม้แต่น้อย เฟยหลงแค่นเสียงหึในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามโถมเข้าใส่จนเกือบทำให้ลมหายใจสะดุด มือหนาเอื้อมไปบีบคางฉัตรของนางไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นสบตา "จรรยาบรรณ? คำพูดสูงส่งเช่นนี้เจ้าไปหยิบยืมมาจากสำนักใดกัน ซูเหม่ย... สตรีที่วันๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อยและวางแผนแย่งชิงความโปรดปรานเช่นเจ้า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่รู้เรื่องการฝังเข็มและการสมานแผลด้วยวิธีพิสดารเช่นนี้?" ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนี้ เฟยหลงจำได้แม่นยำว่าสตรีผู้นี้แต่งเข้ามาเพราะราชโองการสมรสพระราชทาน นางเคยกรีดร้อง อาละวาด และแม้กระทั่งใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา แต่ยามนี้... แววตาคู่นั้นกลับฉายประกายปัญญาที่ลุ่มลึกและยากจะหยั่งถึง ราวกับนางไม่ใช่ซูเหม่ยคนเดิมอีกต่อไป ซูเหม่ยนิ่วหน้าน้อยๆ จากแรงบีบที่คาง แต่นางไม่ได้ปัดป้อง นางเพียงแค่จ้องมองเขากลับด้วยสายตาที่ท้าทายอย่างเงียบงัน มือเรียวเล็กใต้แขนเสื้อแอบกำขวดยาสลบขนาดจิ๋วที่เตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินแน่น "คนเราย่อมต้องเติบโตและเรียนรู้เพคะท่านอ๋อง หรือท่านอ๋องทรงโปรดปรานสตรีที่เอาแต่ร่ำไห้และสร้างความวุ่นวายในเรือนหลังมากกว่าสตรีที่สามารถช่วยชีวิตคนของท่านได้กันแน่?" น้ำเสียงของนางเยือกเย็นและเฉียบคมไม่แพ้กัน เฟยหลงชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากหยักหนา "ปากกล้าขึ้นมากนะ... หรือว่าการที่ข้าไม่อยู่จวนหลายเดือน ทำให้เจ้ามีชายชู้คอยหนุนหลังถึงกล้าต่อปากต่อคำกับข้าเช่นนี้!" เพล้ง! เสียงถ้วยชาบนโต๊ะข้าง1กระแทกแตกละเอียด เมื่ออนุภรรยาหลี่ม่านที่แอบตามเสด็จแม่ทัพหนุ่มเข้ามาพอดิบพอดี จงใจสะดุดล้มเพื่อเรียกความสนใจ นางรีบคลานเข้ามาหมอบกราบแทบเท้าของเฟยหลงทันที หยาดน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ! พี่หญิงซูเหม่ย... นางอาจจะแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หม่อมฉันได้ยินมาว่าช่วงที่ท่านอ๋องไม่อยู่ นางแอบพบปะกับบุรุษแปลกหน้าในตลาดบ่อยครั้ง หม่อมฉันเกรงว่า... เกรงว่านางจะแอบซ่อนสายลับจากแคว้นอื่นไว้ในจวนของเรานะเพคะ!" หลี่ม่านกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาหางหงส์เหลือบมองซูเหม่ยด้วยแววตาสะใจระคนเจ้าเล่ห์ นี่คือแผนการที่นางร้อยเรียงมาอย่างดีเพื่อกำจัดศัตรูหัวใจให้พ้นทางในคราเดียว ซูเหม่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย นางไม่ได้ตกใจกับการปรากฏตัวของหลี่ม่านแม้แต่น้อย กลับกัน นางรู้สึกขบขันเสียด้วยซ้ำที่สตรีผู้นี้รีบกระโดดลงหลุมที่ขุดไว้ด้วยความโง่เขลา เฟยหลงละสายตาจากซูเหม่ย หันไปมองอนุภรรยาที่กำลังหมอบกราบด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก "เจ้าว่าอย่างไรนะหลี่ม่าน? สายลับงั้นหรือ?" "เพคะท่านอ๋อง! หม่อมฉันมีหลักฐาน..." หลี่ม่านรีบหยิบห่อกระดาษไขที่ซ่อนไว้ออกมา ยื่นถวายให้แม่ทัพหนุ่มด้วยมือที่สั่นเทา "นี่คือจดหมายนัดหมายที่พบในห้องนอนของพี่หญิง มีตราประทับของตระกูลฝั่งชายแดนเหนือชัดเจนเพคะ!" ห้องโถงกว้างตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง บรรยากาศกดดันพุ่งทะยานถึงขีดสุด หลี่ม่านยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ นางรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน วันที่ฉินอ๋องผู้เหี้ยมโหดจะสั่งประหารสตรีที่บังอาจขวางหูขวางตาด้วยมือของเขาเอง เฟยหลงรับห่อกระดาษนั้นมาเปิดออกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรที่เขียนอยู่ด้านใน ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หลี่ม่านรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด ทว่า... แทนที่จะหันไปโกรธเกรี้ยวซูเหม่ยดังที่คาดคิด แม่ทัพหนุ่มกลับหันขวับมามองหน้าอนุภรรยาของตนเองด้วยแววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "หลี่ม่าน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนางราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก "เจ้าแน่ใจนักหรือว่านี่คือลายมือของภรรยาเอกของข้า?" หลี่ม่านหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากพะงาบๆ เมื่อจู่ๆ เฟยหลงก็สะบัดห่อกระดาษนั้นทิ้งลงพื้น พร้อมกับก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของนางให้ลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังน้ำตานองหน้า "เพราะว่า... ตัวอักษรที่ใช้เขียนจดหมายฉบับนี้ เป็นรูปแบบที่ใช้เฉพาะในกองทหารลับของ *แคว้นหลี่* ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเจ้าต่างหากเล่า!" หัวใจของหลี่ม่านหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่นางจะได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ประตูเรือนรับรองก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงโดยองครักษ์เงา พร้อมกับรายงานเสียงดังลั่น "เรียนท่านอ๋อง! พบสายลับของแคว้นหลี่แฝงตัวอยู่บริเวณเรือนพักของอนุหลี่ และกำลังพยายามทำลายหลักฐานสำคัญพ่ะย่ะค่ะ!" ซูเหม่ยยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น นางก้าวเข้าไปใกล้เฟยหลงที่ยืนอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ กระซิบบริเวณข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลัง "ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะจับผิดคนเสียแล้วกระมังเพคะ... หรือว่าท่านต้องให้หม่อมฉันช่วยตรวจดูอาการ ‘สายตาฝ้าฟาง’ ของท่านเสียหน่อยดี?" เฟยหลงนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างรุนแรงเมื่อได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของสตรีตรงหน้า ยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า... เกมนี้ เขากำลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับความฉลาดล้ำของภรรยาตัวเองเสียแล้ว **************************************** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%