กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของฉินอ๋องผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่หนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงศิลาชั้นนอกของจวน
ซูเหม่ยปรายตามองปลายนิ้วสอบที่เคาะโต๊ะไม้จันทน์แดงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง นางมิได้หวาดหวั่นต่อรัศมีความกดดันแผ่ซ่านที่แผ่ออกมาจากบุรุษเบื้องหน้า ตรงกันข้าม... แววตาคู่คมกริบของแพทย์หญิงจากยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดกลับฉายแววพิจารณาอย่างลึกซึ้ง
"ท่านอ๋องเรียกหม่อมฉันมาในยามวิกาลเช่นนี้ คงมิได้มีพระประสงค์เพียงแค่ให้มานั่งชมใบชาชั้นดีกระมังเพคะ" ซูเหม่ยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
ฉินอ๋อง (เฟยหลง) ชะงักปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะ ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีหันมาจดจ้องร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายเหมันต์สีอ่อน นางยืนหยัดอย่างสง่างาม ไม่ก้มหน้า ไม่หลบตา ท่าทีเช่นนี้ช่างแตกต่างจากสตรีในห้องหอ หรือแม้แต่เหล่าสายลับที่เขาเคยฝึกฝนมาอย่างสิ้นเชิง
"เจ้าเป็นสตรีที่ฉลาดเกินไป... ซูเหม่ย" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับที่เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ฉลองพระองค์สีนิลกดดันให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอึดอัด "ความรู้การแพทย์แปลกประหลาดที่เจ้าใช้รักษาอาการพิษของไทเฮาเมื่อวันก่อน หาใช่สิ่งที่สตรีในห้องหอพึงมีไม่ ยิ่งไปกว่านั้น... เจ้ายังมองออกว่ายาบำรุงในตำรับของหลี่ม่านมีพิษเรื้อรังซ่อนอยู่"
ซูเหม่ยมิได้ตกใจ นางเพียงยกยอบริเวณมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามทว่าเย็นเยียบ "หม่อมฉันเป็นแพทย์ หน้าที่คือรักษาชีวิต การมองเห็นสิ่งผิดปกติย่อมเป็นสัญชาตญาณ... หรือว่าท่านอ๋องทรงระแวงว่าหม่อมฉันจะเป็นภัยต่อจวนหลังนี้กันเล่าเพคะ?"
"ภัยหรือ?" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบโชยปะทะนาสิกจนซูเหม่ยต้องสูดหายใจลึกเพื่อตั้งสติ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ข้าไม่เก็บภัยไว้ใกล้ตัวหรอก... แต่ข้ากำลังมองหา 'พันธมิตร' ต่างหาก"
ซูเหม่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะแต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉย "พันธมิตร? หม่อมฉันเป็นเพียงอนุภรรยาที่ท่านแต่งเข้ามาเพื่อตบตาผู้คน เป็นหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองของท่านเท่านั้น มีค่าอันใดให้ท่านต้องหยิบยื่นคำว่าพันธมิตรให้"
"เจ้าฉลาดพอที่จะรู้ว่า ในราชสำนักนี้ ใครคือก ามก้างขวางคอของข้า และใครคือผู้ที่พยายามวางยาพิษล้างบางตระกูลฉิน" เฟยหลงกระซิบชิดริมใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยไอสังหาร "หลี่ม่านผู้นั้นไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่นางมีเบื้องหลังเป็นขุนนางฝ่ายandซ้ายที่คอยสนับสนุน การจะโค่นงูพิษตัวใหญ่ ข้าจำเป็นต้องรู้ว่ามันกินพิษชนิดใดเข้าไปบ้าง"
ซูเหม่ยเอี้ยวตัวถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย นางสบตาคมกริบคู่นั้นตรงๆ สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอของฉินอ๋องชัดเจนยิ่งนัก—เขาต้องการให้นางเป็น 'สายลับทางการแพทย์' คอยตรวจสอบและสืบสวนทุกความเคลื่อนไหวผ่านทางยาสสมุนไพรและอาการเจ็บป่วยในเรือนหลัง เพื่อแลกกับการปกป้องนางจากเงื้อมมือของหลี่ม่านและอำนาจมืดเบื้องหลัง
นี่คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่สมน้ำสมเนื้อที่สุด
"หม่อมฉันได้อะไรจากเรื่องนี้เพคะ?" ซูเหม่ยถามตรงประเด็น ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อมค้อมกับคนระดับฉินอ๋อง
"อิสรภาพ... และความปลอดภัย" เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งการหยอกเย้า "เมื่อข้ากวาดล้างศัตรูในราชสำนักจนหมดสิ้น เจ้าสามารถหย่าขาดจากข้าได้ตามปรารถนา ข้าจะมอบตั๋วเงินและคฤหาสน์นอกเมืองให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง"
คำว่า 'หย่าขาด' วูบผ่านเข้ามาในห้วงความคิด ซูเหม่ยรู้สึกถึงความกระตุกวูบในอกแปลกๆ แต่นางรีบปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของนางมิใช่หรือ? การได้หลุดพ้นจากวังวนการแย่งชิงอำนาจและใช้ชีวิตเป็นแพทย์อิสระ
"ข้อเสนอน่าสนใจมากเพคะ..." ซูเหม่ยยกย่องรอยยิ้มบางเบา ยื่นมือเรียวขาวดึงปิ่นหยกออกจากมวยผม ปล่อยให้เส้นผมดำขลับสยายเคลียไหล่มน นางหยิบเข็มเงินเล่มยาวที่พกติดตัวไว้ออกมา วางลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงคั่นกลางระหว่างเขากับนาง "แต่การทำงานร่วมกับฉินอ๋องผู้เยือกเย็น จำเป็นต้องมีหลักประกันที่แน่นหนากว่าแค่คำพูดปากเปล่าเพคะ"
เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีใครกล้าต่อรองกับเขาถึงเพียงนี้ บุรุษหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นหลักประกันเล่า พระชายาของข้า?"
"นับจากนี้... ทุกคำสั่งและการเคลื่อนไหวของหม่อมฉัน จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหม่อมฉันเอง ท่านอ๋องมีหน้าที่แค่ 'รับฟังและสนับสนุน' ห้ามก้าวก่ายวิธี0การของหม่อมฉันเด็ดขาด" ซูเหม่ยเอ่ยเสียงเฉียบขาด ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "และหากหม่อมฉันพลาดพลั้ง ท่านต้องส่งกองกำลังเงาไปช่วยทันทีอย่างไร้เงื่อนไข"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเร่าร้อนจากเคมีที่เข้ากันอย่างน่าประหลาดของคนทั้งคู่ เฟยหลงจ้องมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน ราวกับเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่าที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้คราบฝุ่นผง
"ตกลง" เฟยหลงเอ่ยสั้นๆ ทรงยื่นพระหัตถ์หนาออกไปวางทาบลงบนฝ่ามือเรียวของนาง เป็นอันบรรลุสัญญาลับแห่งเงาและโอสถ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังสมประโยชน์ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่ง1รีบอันแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ไหวก็ดังขึ้นที่นอกหน้าต่างกระดาษสา
*พรึ่บ!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงจันทร์ พร้อมกับลูกศรเหล็กอาบยาพิษที่พุ่งทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาปักลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงตรงหน้าคนทั้งคู่สนิท!
เฟยหลงคว้าตัวซูเหม่ยดึงเข้ามาแนบชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาที ดวงเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยไอสังหารที่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
ทว่า ซูเหม่ยกลับก้มลงมองลูกศรดอกนั้น ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่คราบสีดำบนหัวลูกศรเบาๆ ก่อนจะเงີบหน้าขึ้นสบตาพระสวามีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ไม่ต้องตามเพคะ... เพราะสารพิษชนิดนี้ มีเพียงคนในตำหนักของหลี่ม่านเท่านั้นที่ครอบครอง"
และก่อนที่เฟยหลงจะทันได้เอ่ยคำใด ประตูห้องหนังสือก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยพ่อบ้านประจำจวน พร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุด
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พระชายารองหลี่ม่าน... ถูกพบว่าสิ้นชีพปริศนาในเรือนพัก พร้อมกับราชโองการลับจากฮ่องเต้ที่ระบุชื่อของ... พระชายาซูเหม่ยพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 10
ข้อตกลงผลประโยชน์
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!