“หากข้าตายไป ท่านอ๋องจะยังคงนั่งจิบชาด้วยท่าทางสุขุมเช่นนี้อยู่หรือไม่ หรือว่า... ชานี้มีรสชาติที่ท่านโปรดปรานเป็นพิเศษเพราะมันเคลือบด้วยยาพิษที่ท่านอนุภรรยาผู้แสนดีของท่านประทานมาให้?”
เสียงของซูเหม่ยราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างของตำหนักบูรพา สายตาของนางจ้องมองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาในมือของเฟยหลงอย่างไม่ลดละ
เฟยหลงชะงักงันไปเพียงเสี้ยววินาที ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างสูงกำยำที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม เขาวางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้า เสียงกระทบกันของกระเบื้องกับไม้ดังกังวานก้องในความเงียบราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องไปยังสตรีตรงหน้าที่เขาทั้งหวงแหนและหวาดระแวงในสติปัญญาของนาง
“เจ้ากำลังตั้งข้อสงสัยในอำนาจของข้า หรือตั้งใจจะเตือนสติว่าข้าปล่อยปละละเลยให้เรือนหลังกลายเป็นสนามรบที่สกปรกจนเกินไป?” เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
ซูเหม่ยขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่งดงามจนน่าใจหาย นางก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรที่ติดตัวนางมาตลอดประชันกับกลิ่นหมึกจีนเข้มข้นในห้อง “ข้าเพียงแต่เตือนท่านว่า หมอที่รักษาคนได้ ย่อมรู้ดีว่าต้องถอนพิษอย่างไร และหากท่านยังเมตตาต่อ ‘ดอกไม้มีพิษ’ ในสวนของท่านต่อไป วันหนึ่งคนที่จะต้องรับพิษนั้นอาจมิใช่ข้า แต่เป็นบัลลังก์ที่ท่านอุตส่าห์แบกรับไว้ด้วยหยาดเลือดของทหารนับหมื่น”
“หลี่ม่านมีเบื้องหลังเป็นถึงตระกูลขุนนางเก่าแก่ในราชสำนัก การเคลื่อนไหวของนางย่อมมีนัยสำคัญแฝงเร้น” เฟยหลงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นขึ้นทันตา เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้านาง “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงพระราชทานนางมาให้? นี่คือการวางหมากตัดกำลังข้าผ่านสตรี และเจ้า... คือหมากตัวสำคัญที่พวกเขากำลังหมายหัว”
“ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าให้ข้าต้องกลายเป็นเบี้ยที่ถูกกินฟรีๆ เลยค่ะท่านอ๋อง” ซูเหม่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตามุ่งมั่นดั่งศัลยแพทย์ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อการผ่าตัดที่ยากลำบาก “ในเมื่อวังหลวงต้องการเปิดฉากหมากตานี้ ข้าก็ยินดีที่จะเป็นคนเดินหมากให้ท่านเอง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำวังก็ดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงขานรายงานที่ทำลายความเงียบงัน “ท่านอ๋อง! มีพระราชโองการด่วนจากวังหลวง พ่ะย่ะค่ะ! ทูตพิเศษแจ้งว่า... เกิดเหตุร้ายในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมือง มีคนวางยาพิษในสุราขององค์ชาย และพยานในที่เกิดเหตุต่างให้การตรงกันว่า... หมอหญิงซูเหม่ยเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องดื่มนั้น!”
เฟยหลงชะงักไป ดวงตาที่เคยเรียบเฉยพลันวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ เขาคว้าข้อมือของซูเหม่ยไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่นางกลับนิ่งเฉยราวกับหินผา
“เจ้าประมาทเกินไป!” เขาคำรามต่ำ “พวกมันไม่ได้แค่ต้องการกำจัดเจ้า แต่มันต้องการ ‘ข้ออ้าง’ เพื่อถอดถอนตำแหน่งชายาเอกของเจ้าโดยใช้ข้อหาพยายามลอบปลงพระชนม์องค์ชาย!”
ซูเหม่ยไม่ได้หวาดหวั่น นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเฟยหลงด้วยแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “หากข้าถูกจับตัวไป ข้าต้องการให้ท่านทำเพียงสิ่งเดียว... อย่าเพิ่งรีบร้อนออกมาปกป้องข้า จนกว่าข้าจะส่งสัญญาณบอกให้ท่าน ‘เปิดเผยไพ่ใบสุดท้าย’ ออกมา”
“เจ้าจะเสี่ยงเกินไปแล้ว!”
“ความเสี่ยงคือส่วนหนึ่งของวิชาชีพของข้าค่ะ” นางตอบกลับ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับประตูที่กำลังถูกเปิดออกโดยทหารองครักษ์นับสิบ
ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังจะอุบัติขึ้น มือของหลี่ม่านที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น นางแอบมองจากเงามืดของระเบียงทางเดิน เห็นแผนการที่วางไว้เป็นอย่างดีกำลังเริ่มทำงาน ในมือของนางกำตราประทับลับที่ได้รับมาจากขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่งในราชสำนัก—ตราประทับที่สามารถเปลี่ยนจาก ‘ข้อหาลอบสังหาร’ ให้กลายเป็น ‘โทษประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร’ ได้ในทันที
ทหารคนหนึ่งก้าวเข้ามา มือขวาจับด้ามกระบี่แน่น “หมอหญิงซูเหม่ย ท่านต้องไปกับเราเดี๋ยวนี้!”
ซูเหม่ยคลายมือที่กำแน่นออก เผยให้เห็นเข็มเงินเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้ว นางไม่หันกลับไปมองเฟยหลง แต่กลับกระซิบเบาๆ ราวกับลมพัดผ่าน “ท่านอ๋องคะ... อย่าลืมดื่มชาถ้วยนั้นให้หมดนะคะ เพราะยาที่ข้าผสมลงไป ไม่ใช่ยาพิษ... แต่เป็นยาถอนพิษที่ข้าแอบใส่ไว้ให้ท่านตั้งแต่ตอนที่ท่านขู่ข้าเมื่อครู่นี้แล้ว”
เฟยหลงเบิกตากว้าง เขารีบก้มลงมองถ้วยชาที่ตนเพิ่งจิบไปเมื่อครู่ รสชาติขมปร่าที่ปลายลิ้นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นที่สกัดกั้นพิษร้ายที่แฝงมากับอากาศในห้องนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ก่อนที่ซูเหม่ยจะถูกลากตัวออกไป นางหยุดกะทันหันแล้วหันมามองหลี่ม่านที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสา สายตาของนางคมกริบเสียจนหลี่ม่านต้องเผลอถอยหลังกรูด นางหยิบยื่นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศัตรูสั่นสะท้านออกมาเป็นครั้งสุดท้าย
“เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะนะหลี่ม่าน... เพราะละครฉากนี้ หากจะให้จบอย่างสวยงาม ข้าจำเป็นต้องมีตัวร้ายที่แสดงได้สมบทบาทเสียหน่อย”
เมื่อร่างของซูเหม่ยหายลับไปกับกลุ่มทหาร ท้องฟ้าเบื้องนอกก็เริ่มแปรปรวน พายุฝนเริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมทั้งเมืองหลวง ทิ้งให้เฟยหลงยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มือของเขาบีบถ้วยชาจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาทำคือการหยิบจดหมายลับที่นางทิ้งไว้ใต้ถ้วยชาขึ้นมาอ่าน ข้อความเพียงสั้นๆ ในนั้นทำเอาชายผู้เยือกเย็นที่สุดในแผ่นดินต้องลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง
‘พิษที่แท้จริงไม่ใช่ในถ้วยชา... แต่คือชายที่ยืนอยู่ข้างกายท่านในยามนี้... รีบหนีไปเถอะค่ะท่านอ๋อง ก่อนที่กับดักของราชสำนักจะปิดตายพวกเราทั้งคู่!’
ส้มหวานมิติลับหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับความเข้มข้นของแผนการในครั้งนี้ แล้วกลับมาลุ้นไปพร้อมกันว่าเฟยหลงจะทำเช่นไรเมื่อความจริงถูกเปิดเผยในตอนหน้าค่ะ!
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 12
แผนร้ายจากวังหลวง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!