ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 13

ยาพิษในถ้วยชา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“ท่านอ๋องโปรดระวัง... อย่าเพิ่งดื่มมัน!” เสียงร้องห้ามที่แฝงไปด้วยความร้อนรนของซูเหม่ยดังแทรกบรรยากาศอันเงียบเชียบในเรือนรับรองกลางดึก มันเป็นเสียงที่เด็ดขาดจนฉินอ๋องเฟยหลงชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชาเคลือบสีครามเข้มเอาไว้เพียงไม่กี่ชั่วยามก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแตะขอบถ้วย นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของแคว้นหรี่ลงเล็กน้อย เขามิได้โวยวาย แต่ดวงตานั้นวาวโรจน์ด้วยรังสีสังหารที่แผ่ออกมาเป็นระลอก เฟยหลงค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองสตรีร่างบางที่ก้าวเข้ามาหาเขาด้วยลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร ซูเหม่ย” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้ความกดอากาศในห้องดูจะลดต่ำลง ซูเหม่ยไม่รอช้า นางคว้าถ้วยชานั้นมาไว้ในมือ กลิ่นหอมจางๆ ของชาหลงจิ่งชั้นเลิศยังคงอบอวล แต่นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเขียวที่จางเสียยิ่งกว่าจาง หากมิใช่เพราะนางคลุกคลีกับสารเคมีและสมุนไพรมาค่อนชีวิต มีหรือจะแยกไม่ออกว่าในความหอมละมุนนี้มี 'พิษจากดอกโฉมงามคร่าวิญญาณ' เจือปนอยู่ “ชาถ้วยนี้มีพิษเพคะ” นางเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะหยิบเข็มเงินที่พกติดตัวออกมาจุ่มลงไปเพียงชั่วครู่ เมื่อดึงขึ้นมา ปลายเข็มที่เคยแวววาวกลับเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างน่าสะพรึงกลัว เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความปรานี ทว่าแววตาที่มองซูเหม่ยกลับมีความประหลาดใจพาดผ่าน “กล้าลงมือถึงในจวนอ๋อง... ดูท่าสนมรักของข้าจะเริ่มอดใจรอตำแหน่งชายาเอกไม่ไหวแล้วกระมัง” “หลี่ม่านหรือเพคะ?” ซูเหม่ยวางถ้วยชาลงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความโกรธแค้นในใจนางมิใช่ความแค้นส่วนตัว แต่นางรังเกียจวิธีสกปรกเช่นนี้ “นอกจากนางแล้ว ยังจะมีใครที่ปรารถนาให้ข้าหายไปจากโลกนี้พร้อมกับความลับเรื่องเอกสารลับฉบับนั้น” เฟยหลงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงจากตะเกียงจนเกิดเงาทอดยาว ดูน่าเกรงขามดั่งขุนเขาที่ไร้การสั่นคลอน ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงลมพัดผ่านพุ่มไม้ด้านนอกกลับผิดปกติ ซูเหม่ยที่สัญชาตญาณศัลยแพทย์ตื่นตัวอยู่เสมอสัมผัสได้ถึง 'รังสีสังหาร' ที่พุ่งตรงเข้ามาจากทิศทางของหน้าต่างบานเฟี้ยมที่แง้มอยู่เล็กน้อย “หมอบลง!” ซูเหม่ยตะโกนพร้อมกับพุ่งตัวเข้ากระแทกร่างของเฟยหลงให้ถอยไปด้านหลังอย่างสุดแรง ฉับพลัน! ลูกธนูอาบยาพิษนับสิบดอกพุ่งแหวกอากาศทะลุหน้าต่างเข้ามา ปักฉึกลงบนตำแหน่งที่เฟยหลงเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่อย่างแม่นยำ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนข้ารับใช้ด้านนอกยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องเตือน “มีมือสังหาร!” เฟยหลงคว้าดาบประจำกายที่พาดอยู่ข้างตัวออกมาในจังหวะเดียวกับที่พลิกตัวกลับมาคว้าเอวบางของซูเหม่ยไว้ในอ้อมแขน เขารัดร่างนางเข้ากับแผงอกแกร่งอย่างปกป้อง สายตาของเขากลายเป็นดวงตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้เป็นชิ้นๆ “เจ้าบาดเจ็บหรือไม่” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นชิดใบหูของนาง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตาย แต่ไออุ่นจากอ้อมกอดนี้กลับทำให้หัวใจของซูเหม่ยเต้นไม่เป็นจังหวะ “หม่อมฉันไม่เป็นไร... ท่านอ๋องระวัง!” มือสังหารชุดดำสามคนพุ่งทะลุหลังคาลงมาพร้อมอาวุธครบมือ ความเชี่ยวชาญของพวกมันบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬที่ถูกฝึกมาอย่างดี ซูเหม่ยหยิบขวดแก้วใบเล็กที่เตรียมไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินออกมาจากแขนเสื้อ นางขว้างมันลงพื้นก่อนที่คมดาบของศัตรูจะถึงตัว ควันสีขาวพุ่งกระจายจนบดบังทัศนวิสัยไปชั่วขณะ! “ใช้จังหวะนี้ไปทางประตูหลังเพคะ!” ซูเหม่ยดึงมือเฟยหลงแน่น นางรู้เส้นทางในจวนนี้ดีกว่าใคร เพราะนางเป็นผู้ที่คอยรักษาคนงานและข้ารับใช้ทุกคน การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วและแม่นยำเหมือนกับการผ่าตัดที่ต้องแข่งกับเวลา ทว่า เมื่อทั้งคู่ก้าวพ้นประตูหลังออกมา เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของสวนไม้ดัด ร่างของสตรีในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงปรากฏตัวขึ้นพร้อมด้วยองครักษ์นับสิบ “ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ ท่านอ๋อง” หลี่ม่านก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “ข้าไม่นึกเลยว่า หมอหญิงผู้ต่ำต้อยจะสามารถยื้อชีวิตของท่านได้ถึงสองครั้งในคืนเดียว แต่น่าเสียดาย... ความดีความชอบของนางจะสิ้นสุดลงที่นี่” เฟยหลงขยับตัวก้าวไปข้างหน้า แต่ซูเหม่ยกลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปรั้งแขนเขาไว้ นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นที่หลี่ม่านต้องชะงัก “ท่านอ๋องเพคะ ในเมื่อนางอยากเห็นพิษนัก หม่อมฉันก็จักจัดให้... ท่านคิดว่าน้ำชาที่ท่านจิบเมื่อครู่ หากข้าแอบเปลี่ยนถ้วยในจังหวะที่หมอบลงไป สตรีที่กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้าเรา ผู้นี้จะได้รับผลเช่นไร?” หลี่ม่านหน้าถอดสี รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที นางมองดูถ้วยชาในมือที่ซูเหม่ยชูขึ้นมาด้วยอาการสั่นเทาเล็กน้อย หรือว่า... เมื่อครู่นี้ในความโกลาหล นางไม่ได้ทำเพียงแค่ปกป้องเฟยหลง แต่สลับถ้วยชาที่มีพิษนั่นไปไว้ที่ไหน? คำถามที่ไร้คำตอบกำลังต้อนหลี่ม่านจนมุม ทว่าในเงามืดของพุ่มไม้ กลับมีเงาร่างปริศนาอีกร่างหนึ่งก้าวออกมา... ร่างนั้นสวมชุดขุนนางชั้นสูงที่ซูเหม่ยจำได้แม่นว่าคือใครคนหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่ในยามวิกาล ลมหายใจของเฟยหลงสะดุดลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวออกมาจากความมืด... นั่นคือคนที่ควรจะอยู่ไกลถึงชายแดนเหนือ แต่กลับมายืนถือฎีกาลับที่ลงตราประทับของจักรพรรดิอยู่ในมือ! แล้วเรื่องราวในค่ำคืนนี้จะจบลงเช่นไร เมื่อความลับที่ถูกเก็บงำไว้กำลังจะถูกกระชากออกมาพร้อมกับคมดาบที่พร้อมจะแลกด้วยเลือดในอีกเพียงเสี้ยววินาทีข้างหน้า! ส้มหวานมิติลับหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์พลิกผันในครั้งนี้ แล้วกลับมาลุ้นไปพร้อมกันว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%