กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดแห้งกรังบนใบดาบเล่มนั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของซูเหม่ยราวกับมันเพิ่งถูกชักออกจากฝักเมื่อครู่ ทว่าสิ่งที่นางกำลังเผชิญอยู่ในยามวิกาลนี้กลับมิใช่คมดาบที่โลดแล่นอยู่กลางสนามรบ หากแต่เป็นคมปัญญาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของตำหนักใน
เรือนโอสถส่วนตัวถูกปิดทึบด้วยม่านแพรปักลายเมฆาซ้อนชั้น เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบขับเน้นให้บรรยากาศรอบกายเยียบเย็นลงจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะไม้จันทน์หอมมีสมุนไพรโบราณนับร้อยชนิดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่สติสัมปชัญญะทั้งหมดของศัลยแพทย์สาאוตัญญูผู้ทะลุมิติมา กลับถูกดึงดูดด้วยกระดาษสาแผ่นเล็กที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาจากรอยต่อของปิ่นทองคำฝังมรกต—ของกำนัลที่ฮองเฮาส่งตรงมาประทานให้อนุภรรยาอย่างหลี่ม่านเมื่อสามวันก่อน
"รอยประทับตราครั่งรูปหงส์คู่... เป็นของตำหนักบูรพาอย่างไม่ต้องสงสัย"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทำให้ซูเหม่ยไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด ร่างสูงใหญ่ของฉินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาจันทร์ อาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกลับทอประกายวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างแนบเนียน
ซูเหม่ยมิได้สะดุ้งตกใจ นางเพียงแต่ค่อยๆ วางพู่กันในมือลงอย่างเยือกเย็น ปลายนิ้วเรียวเนียนลูบผ่านรอยหมึกบนกระดาษแผ่นนั้นแผ่วเบา
"หม่อมฉันตรวจสอบส่วนผสมของยาพิษ 'ร้อยวันไร้เงา' ที่พบในสำรับของกองทัพชายแดนเมื่อเดือนก่อนแล้วเพคะ" ซูเหม่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "พิษชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ขุนนางฝ่ายชิงไหวชิงพริบทั่วไปจะหามาครอบครองได้ง่ายๆ หากแต่ต้องอาศัยเส้นสายจากคลังโอสถหลวง... และผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการเบิกจ่ายสมุนไพรหายากเหล่านี้ มีเพียงผู้ที่ประทับอยู่เหนือสนំทั้งปวงในวังหลวงเท่านั้น"
เฟยหลงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านาง ระยะห่างระหว่างเขากับนางแทบไม่มีเหลือ กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยเจือด้วยกลิ่นอายของอำนาจและเลือด ทำให้หัวใจของซูเหม่ยกระตุกวูบเล็กน้อย มือหนาเอื้อมมาเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา แววตาของฉินอ๋องในยามนี้มิได้เย็นชาดั่งเช่นเคย หากแต่ลẫกลึกและดุดันดั่งสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต
"เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้วซูเหม่ย" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง "การสาวสาวไปถึงตัวฮองเฮา... หมายความว่าเจ้ากำลังเอาชีวิตของตนเองไปผูกไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย"
"แล้วท่านอ๋องคิดว่า หม่อมฉันมีทางเลือกอื่นหรือเพคะ?" ซูเหม่ยย้อนถาม นัยน์ตาดอกท้อทอประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อพวกมันส่งหลี่ม่านเข้ามาเป็นหมากตัวหนึ่งในจวน เพื่อรอจังหวะวางยาปลิดชีพท่านในคืนวันเพ็ญ หากหม่อมฉันยังคงนิ่งเฉยเพื่อรักษาตัวรอด ศาลานี้คงเหลือเพียงซากกระดูกของพวกเราทั้งคู่ไปนานแล้ว"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกริช ทว่ากลับสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของการแย่งชิงบัลลังก์ในราชสำนักต้าチ้นได้อย่างชัดเจนที่สุด หลี่ม่านที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานและไร้พิษภัย แท้จริงแล้วเป็นเพียง 'มือมีด' ที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลังโดยสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในฝ่ายใน—ฮองเฮาผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดิน
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณลับฉุกเฉิน
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เงาจ้าวอวิ๋นดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "หน่วยข่าวกรองของเราที่แฝงตัวอยู่ในกรมราชอาญา... เพิ่งส่งม้าเร็วนำข่าวมาแจ้งว่า กองกำลังกบฏที่ชายแดนเหนือถูกตัดเสบียงและอาวุธจากส่วนกลางโดยตรง มีลายมือชื่ออนุมัติเบิกจ่ายตราประทับลับ... เป็นของฮองเฮา!"
เฟยหลงชะงักไปชั่วขณะ ดวงเนตรคมกริบหรี่แคบลงอย่างอันตราย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
ซูเหม่ยสูดลมหายใจเข้าลึก นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองในเรือนหลังอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแผนการกบฏครั้งใหญ่ที่โยงใยถึงบัลลังก์มังกร และพวกนางได้ก้าวล่วงเข้าไปในเขตอันตรายที่แท้จริงเสียแล้ว
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติม ประตูเรือนโอสถก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างระหงของหลี่ม่านยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสายฝน ใบหน้าซีดเซียวแต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มอย่างน่าขนลุก ในมือของนางถือถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามที่ส่งกลิ่นหอมหวานประหลาดออกมา
"พวกท่านกำลังปรึกษาเรื่องสนุกกันอยู่หรือเพคะ?" หลี่ม่านก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง นางหัวנסเราะเบาๆ ในลำคอ "น่าเสียดายจริงๆ ที่ต่อให้พวกท่านล่วงรู้ความจริง... ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว"
หลี่ม่านสะบัดมือเทของเหลวสีดำสนิทในถ้วยกระเบื้องลงบนพื้น รอยแยกของยาพิษกัดกร่อนพื้นไม้จนเกิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยที่กำลังปิดล้อมเรือนโอสถแห่งนี้เอาไว้จากทุกสารทิศ
แสงไฟจากคบเพลิงส่องทะลุกระดาษหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาวับวาม กองกำลังทหารหลวงนับร้อยนายภายใต้สังกัดของฮองเฮา ได้เคลื่อนพลมาปิดล้อมจวนฉินอ๋องไว้จนมุมแล้ว!
— ส้มหวานมิติลับ —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของส้มหวานมาโดยตลอดนะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 18
เบื้องหลังม่านหมอก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!