ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 17

หึงหวงโดยไม่รู้ตัว

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่эрหอมกรุ่นลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงรับรองกลับเยียบเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ซูเหม่ยชะงักค้าง รอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากที่เพิ่งคลี่ออกเมื่อครู่ถูกแช่แข็งไว้ชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่สวยหันขวับไปมองหน้าฉินอ๋องทันที ขณะที่เฟยหลงเองก็หน้าถอดสี ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว เพราะเขานั้นไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย! บัตรเชิญประดับทองคำเปลวและกลิ่นกำยานชั้นดีที่ส่งมาจากจวนอัครเสนาบดี ถูกวางไว้บนโต๊ะไม้จันทน์อย่างจงใจ ผู้ที่นำมาคือคุณหนูรองตระกูลหลี่ หรือก็คือหลี่ม่าน ผู้พยายามหาหนทางเหยียบย่ำนางมาโดยตลอด ทว่าวันนี้กลับมี ‘ของฝาก’ ชิ้นพิเศษแนบมาด้วย—ปิ่นมรกตล้ำค่าจากคุณชายรองแห่งตระกูลไป๋ บุตรชายแม่ทัพพิทักษ์ทิศอุดร ผู้ขึ้นชื่อเรื่องรูปโฉมโนพรรณและคารมคมคาย “ดูท่า... คุณชายไป๋คงจะชื่นชมฝีมือการรักษาของหมอหญิงซูเสียเหลือเกิน ถึงได้ส่งทั้งกฤษณาและปิ่นมรกตมาแทนคำขอบคุณเช่นนี้ น่าอิจฉานักนะเพคะ ชายหนุ่มรูปงามอนาคตไกลผู้เพียบพร้อม ทั้งยังไร้ภรรยาเอกเคียงกาย ช่างเหมาะสมกับสตรีที่มีความสามารถเช่นท่านเสียจริง” เสียงหวานหยดย้อยของหลี่ม่านดังขึ้น เจือความอิจฉาริษยาและเจตนาวางเพลิงอย่างแนบเนียน ซูเหม่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย นางมิได้สนใจของกำนัลเหล่านั้นแม้แต่น้อย สิ่งที่นางกังวลคือ ‘รังสีอำมหิต’ ที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ประทับนั่งอยู่เบื้องขวาต่างหาก เฟยหลงไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาสักคำ ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักนิ่งสนิท ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน และดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีที่จ้องมองปิ่นมรกตนั้นราวกับจะแผดเผาวัตถุชิ้นนั้นให้กลายเป็นจุล ความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของพายุฝน “เรื่องของข้ากับคุณชายไป๋เป็นเช่นไร ย่อมไม่ใช่สิ่งที่อนุหลี่ควรใส่ใจกระมังคะ” ซูเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำคำเชือดเฉือน นางปรายตามองปิ่นมรกตชิ้นนั้นด้วยความรังเกียจระคนเหนื่อยหน่าย “ของสิ่งนี้ข้าไม่เคยร้องขอ หากคุณชายไป๋มีใจศรัทธาในวิชาแพทย์ของข้าจริง เหตุใดไม่ส่งตำราสมุนไพรมาเล่า ไฉนจึงส่งเครื่องประดับสตรีเช่นนี้มาให้เล่าเพคะ? ดูท่าทาง... คนผู้นี้คงว่างงานมากจนเกินไป” คำพูดที่ทั้งตรงไปตรงมาและเย้ยหยัน ทำเอาหลี่ม่านถึงกับหน้าเจื่อนลงถนัดตา นางเตรียมปากเตรียมคำมาเพื่อยุยงให้ฉินอ๋องกริ้วซูเหม่ยแท้ๆ ไฉนสตรีหน้าด้านผู้นี้จึงกล้าปฏิเสธไมตรีของคุณชายไป๋ต่อหน้าต่อตาฉินอ๋องเช่นนี้เล่า? ทว่า บรรยากาศรอบตัวเฟยหลงมิได้คลี่คลายลงเลยแม้แต่น้อย... “หึ...” เสียงหัวoร่อในลำคอดังขึ้นอย่างเยียบเย็น ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ซูเหม่ยทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากสนามรบโอบล้อมร่างบางไว้ทันที จนซูเหม่ยต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ “เจ้าบอกว่า... เขาว่างงานเกินไปอย่างนั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา แววตาของฉินอ๋องในยามนี้มืดมนยิ่งกว่ายามราตรีไร้แสงจันทร์ “ดูท่า... แม่ทัพพิทักษ์ทิศอุดรคงอบรมบุตรชายได้ไม่ดีพอ ถึงได้ปล่อยให้เที่ยวเร่ร่อนส่งของกำนัลเกี้ยวพาราสีสตรีในความดูแลของเปิ่นหวาง!” ซูเหม่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะประกายไฟบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุร้ายคู่นั้น มันคือความหึงหวงที่เจ้าตัวอาจจะยังไม่ยอมรับด้วยซ้ำ! “ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วกระมังเพคะ หม่อมฉันกับคุณชายไป๋เป็นเพียง...” “เพียงอันใด?” เฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนนุ่ม สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวงแหนที่ระงับไว้ไม่อยู่ “เพียงพบกันครั้งเดียวก็ส่งปิ่นหยกมาให้ ชายผู้นั้นตาบอดหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นว่าเจ้ามีป้ายหยกประจำตัวของเปิ่นหวางห้อยอยู่ข้างกาย!” ซูเหม่ยชะงักงัน นางก้มมองที่เอวของตนเอง—จริงด้วย! ป้ายหยกมังกรคู่ที่ฉินอ๋องเคยโยนให้เพื่อใช้อ้างอำนาจในจวนยังคงห้อยเด่นเป็นสง่าอยู่ นางลืมถอดมันออกต่างหากเล่า! “หม่อมฉันแค่มิได้ใส่ใจ...” นางพยายามแก้ตัว “วาจาแก้ตัวของเจ้านับวันยิ่งลื่นไหลนัก ซูเหม่ย” เฟยหลงแค่นยิ้ม มือหนาเอื้อมไปหยิบปิ่นมรกตชิ้นนั้นขึ้นมา บีบมันไว้ในอุ้งมือจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบราวกับจะแตกละเอียดเป็นผุยผง “ในเมื่อบุตรชายตระกูลไป๋ว่างงานนัก เปิ่นหวางจะส่งเขาไปดูแลชายแดนเหนือสักสามปี น่าจะทำให้เขามีสติขึ้นมาบ้าง!” หลี่ม่านที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตัวสั่นเทิ้มด้วยความริษยาและหวาดกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่า... แทนที่ฉินอ๋องจะลงทัณฑ์ซูเหม่ยฐานทำตัวไม่สำรวม กลับกลายเป็นว่าเขาหึงหวงจนถึงขั้นจะเนรเทศคุณชายไป๋ไปยังชายแดนหนาวเหน็บ! ซูเหม่ยลอบถอนหายใจเบาๆ นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้เรื่องนี้บานปลาย เฟยหลงคงใช้กำลังทหารบุกไปพังจวนตระกูลไป๋จริงๆ แน่ มือเรียวเล็กจึงยื่นไปแตะที่ข้อแขนแกร่งของเขาเบาๆ สัมผัสที่นุ่มนวลราวกับสายน้ำทำให้อาการพายุคลั่งในอกของชายหนุ่มชะงักงันลงเล็กน้อย “ท่านอ๋อง... อย่าทรงใช้อารมณ์เลยเพคะ ของพวกนี้หม่อมฉันจะให้คนนำไปคืนทั้งหมด...” “ไม่ต้อง!” เฟยหลงตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบกวาดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดื้อดึง “ของที่บุรุษอื่นส่งให้สตรีของเปิ่นหวาง... สมควรถูกหลอมละลายทิ้งเสียให้สิ้นซาก!” พูดจบทหารองครักษ์เงาก็ก้าวเข้ามาคุกเข่ารับคำสั่งทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากซ้ำ เฟยหลงสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะก무ตัวเดินออกไปจากห้อง ทว่าก่อนจะพ้นขอบประตู เขากลับหยุดเดินแล้วเหลือบสายตากลับมามองนางด้วยประโยคที่ทำเอาซูเหม่ยต้องหายใจสะดุด “คืนนี้... เจ้าเตรียมตัวให้ดี เปิ่นหวางจะมาตรวจดูว่าเจ้ามียางอายเหลืออยู่สักเท่าไหร่ ถึงได้ปล่อยให้แมลงวันน่ารำคาญพวกนั้นบินวนเวียนอยู่ใกล้ตัว!” สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ร่างสูงใหญ่ก็หายลับไปจากครรลองสายตา ทิ้งให้ซูเหม่ยยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ใบงดงามร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ ขณะที่หลี่ม่านทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความพ่ายแพ้ ทว่า... ในวินาทีที่ซูเหม่ยกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปจัดการกับกองสมุนไพร บ่าวรับผิดชอบงานครัวก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับถาดไม้ที่สั่นระริก “พระชายา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! ยาบำรุงที่ท่านสั่งให้ต้มเมื่อครู่... มีคนแอบใส่ผงพิษสลายวิญญาณลงไป!” ซูเหม่ยเบิกตากว้าง ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทันที... — ส้มหวานมิติลับ —
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%