เศษกระเบื้องเคลือบสีครามแตกกระจายราวกับบุปผาแก้วที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี น้ำชาสีชาดหยดสุดท้ายซึมซาบลงบนผืนพรมขนสัตว์ปักลายวิจิตร ดั่งรอยเลือดที่กระเด็นต้องอาภรณ์หรูหรา ภายในห้องโถงใหญ่ของค่ายทหารหลวงเวลานี้ เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของทหารยามหน้าประตู
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของฉินอ๋องเฟยหลงหรี่แคบลง รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาน้ำแข็งที่พร้อมจะถล่มทับทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไหล่กว้างภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองไหววูบเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตาที่จ้องมองสตรีตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่คมกริบยิ่งกว่าคมดาบ
"เจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงได้ทำลายชาอุ่นถ้วยนี้ทิ้งต่อหน้าเรา ซูเหม่ย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมา เยียบเย็นจนผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยสายลมหนาวเหน็บยามเหมันต์ แต่ทว่าซูเหม่ยหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงกวาดสายตามองเศษถ้วยชาบนพื้นด้วยแววตาสงบนิ่ง ดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างประสานกันไว้ที่หน้าท้องอย่างสำรวม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามีและแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา
"หม่อมฉันเพียงแต่มองเห็นว่า ชาชั้นดีถ้วยนี้มีสรรพคุณเกินกว่าจะดื่มดับกระหายเพค่ะท่านอ๋อง" ซูเหม่ยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามั่นคงในทุกพยางค์ "หากท่านอ๋องทรงดื่มมันลงไป เกรงว่าเสบียงสำรองสามหมื่นหาบที่ชายแดนบูรพาคงมิได้ตกถึงท้องทหารกล้า หากแต่จะกลายเป็นสินบนก้อนโตที่ส่งตรงถึงมือขุนนางกังฉินในเมืองหลวงแทน"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นอีกเท่าตัว เฟยหลงขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตา กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบโชยเข้าปะทะนาสิก ทว่าซูเหม่ยยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"เจ้ากำลังกล่าวหาใคร ระวังคำพูดของเจ้าให้ดี ซูเหม่ย" ฉินอ๋องก้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม "สถานการณ์ชายแดนตอนนี้คลังหลวงว่างเปล่า ทหารสามแสนนายกำลังจะอดอยากในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แม้แต่เจ้ากรมคลังยังจนปัญญา แล้วสตรีในเรือนหลังเช่นเจ้า... เอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าอาจหาญพูดเรื่องการคลังแผ่นดิน"
ซูเหม่ยไม่หลบสายตา นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว ในฐานะศัลยแพทย์อัจฉริยะที่เคยผ่านเคสวิกฤตความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน การอ่านสีหน้าและควบคุมสติท่ามกลางความกดดันคือความเชี่ยวชาญของนาง ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการทรัพยากรจากโลกยุค 70-80 ที่นางเคยพบเจอและศึกษามา ย่อมล้ำหน้ากว่ายุคสมัยงี่เง่านี้ไปหลายร้อยปี
"หม่อมฉันมิได้กล่าวหาผู้ใดอย่างไร้หลักฐานเพค่ะ" ซูเหม่ยเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวเดินไปหยิบม้วนกระดาษแผนที่และบัญชีรายรับรายจ่ายที่นางแอบคำนวณไว้ตลอดสามคืนที่ผ่านมาขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้จันทน์ "ท่านอ๋องทรงมองข้ามจุดสำคัญไปจุดหนึ่ง... ปัญหาเสบียงขาดแคลน หาใช่เพราะแคว้นของเราไร้เสบียงไม่ หากแต่เพราะ 'เส้นทางการขนส่ง' และ 'ระบบการกักตุน' ต่างหากที่เน่าเฟะจากข้างใน"
เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่มองนางเปลี่ยนไปจากเดิมชั่วขณะ เขากวาดสายตาคมกริบอ่านตัวเลขและแผนผังที่ซูเหม่ยร่างขึ้นด้วยลายมือประณีตบรรจง ตัวอักษรแต่ละตัวคมชัด การคำนวณเส้นทางคมนาคม การลดขั้นตอนของพ่อค้าคนกลาง และการใช้ตั๋วแลกเงินหมุนเวียนคลังทหาร ถูกจัดวางเป็นระบบระเบียบอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
"นี่คือ..." เฟยหลงพึมพำออกมาอย่างลืมตัว สมองระดับแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจในการวิเคราะห์กลยุทธ์ที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น และเขาก็พบว่า... มันเป็นแผนการคลังที่เฉียบคมและไร้ช่องโหว่อย่างแท้จริง!
"นี่คือ 'กลยุทธ์คลังเสบียงหมุนเวียน' เพค่ะ" ซูเหม่ยเอ่ยต่อ น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น "แทนที่เราจะรอเบิกงบประมาณจากเมืองหลวงที่กว่าจะเดินทางมาถึงก็คงสายเกินแก้ เราสามารถใช้วิธี 'ออกตั๋วสัญญาใช้เงินค้ำประกันด้วยผลผลิตล่วงหน้า' ให้แก่พ่อค้าท้องถิ่นที่มีคุณธรรม บังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาอย่างเด็ดขาดกับพวกฉวยโอกาส และที่สำคัญที่สุด..."
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะโน้มตัวกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน
"...เราต้องใช้กำลังทหารในสังกัดของท่านอ๋อง เข้ายึดเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือที่ลุ่มแม่น้ำหนานหลิว ซึ่งเป็นเส้นทางลับที่หลี่ม่านและเครือข่ายของเสนาบดีหลี่ใช้ลักลอบระบายเกลือและเสบียงหลวงออกนอกประเทศ"
เพล้ง!
เสียงคล้ายวัตถุบางอย่างร่วงหล่นดังแผ่วมาจากด้านนอกหน้าต่างกระดาษสา เฟยหลงหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของเขาในพริบตา เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้าม ส่งเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "มีหนูสกปรกแอบฟังอยู่ข้างนอก..."
ซูเหม่ยไม่ตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นางรู้ดีว่าอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานอย่างหลี่ม่านไม่มีทางปล่อยให้นางอยู่สุขสบาย และคืนนี้... ก็คือคืนที่เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง
"ปล่อยให้นางฟังไปเพค่ะท่านอ๋อง" ซูเหม่ยเอ่ยเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของบุรุษผู้ทรงอำนาจ สัมผัสอุ่นร้อนทำให้เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย "เพราะสิ่งที่นางจะได้ยินต่อไปนี้ คือแผนการที่จะตัดหัวกุดเครือข่ายของตระกูลหลี่ให้สิ้นซากในคราวเดียว... และหม่อมฉันต้องการให้ท่านอ๋องทรงร่วมมือกับหม่อมฉันเล่นละครฉากใหญ่นี้ด้วยกัน"
เฟยหลงก้มมองสตรีในอ้อมกอดกลายๆ ที่เวลานี้มิได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายตาที่เฉลียวฉลาดและทรงเสน่ห์จนหัวใจของแม่ทัพผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสตรีผู้นี้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขาอย่างเงียบเชียบ... นางช่างร้ายกาจ และช่างน่าหลงใหลเสียเหลือเกิน
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าสู่แผนการขั้นเด็ดขาด เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วกระชั้นชิดก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เอกดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีราชสำนักส่งราชสาส์นด่วนที่สุดจากเมืองหลวงมาถึงท่านอ๋อง และ... และในสาส์นระบุชัดเจนว่า พระราชทานสมรสครั้งใหม่ให้ท่านอ๋อง... ต้องรับตัวองค์หญิงต่างเมืองมาเป็นชายาเอกเคียงคู่ทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
ซูเหม่ยชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าฉินอ๋องทันที ขณะที่เฟยหลงเองก็หน้าถอดสี ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว เพราะเขานั้นไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ "ส้มหวานมิติลับ" เสมอมานะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 16
กลยุทธ์กุนซือหญิง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!