เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساويดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จนทีมงานฝ่ายโครงสร้างสะดุ้งเฮือกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“ถ้าแก้แบบโครงสร้างตามที่สถาปนิก ‘อัจฉริยะ’ ฝั่งคุณเสนอมา ผมเกรงว่าตึกนี้คงสร้างไม่เสร็จหรอกครับ... เพราะมันคงถล่มลงมาทับหัวคนฟังพรีเซนต์ก่อนสร้างเสร็จเสียอีก”
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของ ภานุ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน วิศวกรผู้ตรวจการหน้านิ่งในชุดสูทเข้ารูปเนี้ยบกริบ ปรายตามองข้ามสันแฟ้มเอกสารไปยังชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
กรวินท์ สถาปนิกหนุ่มไฟแรงเจ้าของรางวัลออกแบบระดับเอเชีย แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายังคงนั่งไขว่ห้าง เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างไม่ยี่ห้อต่อสายตากดดันนับสิบคู่ในห้องนั้น ดวงตาคมกริบคมปราบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววความท้าทายพุ่งตรงไปยังผู้ตรวจการจอมเนียบ
“ถ้าดีไซน์ของผมมันเหมือนตึกกระดาษอย่างที่คุณว่าจริง ทำไมโปรเจกต์นี้ถึงผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการชุดใหญ่มาได้ล่ะครับ คุณภานุ หรือว่าสายตาในการตรวจรับงานของคุณ มันมองเห็นแต่ตัวเลขงบประมาณ จนลืมมองความงดงามทางสถาปัตยกรรมไปหมดแล้ว”
กรวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงกวนประสาทแต่ทุ้มนุ่มน่าฟัง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นไส้รอยยิ้มเรียบตึงของอีกฝ่าย
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที ธีร และ มินตรา สถาปนิกทีมร่วม ที่นั่งประกบซ้ายขวาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของกรวินท์เบาๆ เป็นเชิงปราม แต่คนตัวสูงกลับลอยหน้าลอยตา ไม่สะทกสะท้าน แถมยังจ้องหน้าภานุนิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ศึกปะทะคารมระหว่าง ‘สถาปนิกปากร้าย’ กับ ‘ผู้ตรวจการหน้านิ่ง’ ดำเนินมาเข้าสู่ชั่วโมงที่สามแล้ว และไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมใคร ปมปัญหาเรื่องการปรับลดพื้นที่คอร์ทยาร์ดกลางตึกเพื่อแลกกับความแข็ง แรงของเสาหลัก กลายเป็นชนวนระเบิดเวลาที่ทำให้การประชุมบอร์ดบริหารวันนี้กลายเป็นสังขเวทนาขนาดย่อม
“ผมไม่ได้มองแค่ตัวเลขครับคุณกรวินท์ แต่ผมมองความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์เป็นอันดับแรก งานศิลปะของคุณมันจะสวยงามแค่ไหน ถ้ามันพังครืนลงมาเพราะคุณดื้อดึงจะเอาบันไดวนกลางแจ้งแบบไร้เสาค้ำยัน... มันก็เป็นได้แค่กองขยะราคาแพงครับ” ภานุโต้กลับทันควัน ดวงตาสีนิลวับวาวด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ร่างเพรียวบางภายใต้สูทขยับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันคู่สนทนา
“นั่นเขาเรียกว่า ‘นวัตกรรมการออกแบบเชิงโครงสร้าง’ ต่างหากครับคุณวิศวกรผู้เคร่งครัด ถ้าคุณเปิดใจกว้างขึ้นอีกนิด ยอมถอดแว่นคู่นั้นแล้วมองภาพรวมที่ผมตั้งใจสื่อ... คุณจะรู้ว่ามันไม่ได้พังง่ายๆ อย่างที่คุณจินตนาการในหัวสมองอนุรักษ์นิยมของคุณหรอก” กรวินท์ตอบกลับทันควัน ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความสนุกสนานที่ได้ปั่นประสาทคนตรงหน้าจนมุมปากกระตุก
“พอครับ! คุณกรวินท์ คุณภานุ!”
เสียงทุ้มทรงอำนาจของประธานกรรมการบริหารดังขึ้นแทรกกลางระหว่างสงครามประสาท ท่านประธานถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะนวดขมับตัวเองเบาๆ “พวกคุณเถียงกันเรื่องนี้มาสองชั่วโมงเต็มแล้ว ผมเรียกประชุมด่วนวันนี้ไม่ได้ต้องการมาฟังพวกคุณเปิดฉากฟาดฟันกันเองนะ แต่ต้องการทางออก!”
“ทางออกมีเสมอครับท่าน แต่ถ้าคุณภานุเขายังติดอยู่กับกรอบเดิมๆ แบบนี้ เกรงว่าเราคงต้องเขียนแบบใหม่ตั้งแต่รากฐาน ซึ่งมันกินเวลาอีกสามเดือนแน่นอน” กรวินท์โยนความรับผิดชอบกลับไปให้อีกฝ่ายอย่างลื่นไหล พร้อมส่งสายตาท้าทายไปให้ภานุ
ภานุขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Definition ของความอดทนขีดสุด เขาเกลียดท่าทางลอยชายและรอยยิ้มมุมปากของกรวินท์ที่สุด สถาปนิกบ้าอะไร ปากคอเราะร้าย หน้าตาดีเสียเปล่าแต่กวนประสาทได้โล่!
“ผมไม่ได้ติดกรอบครับคุณกรวินท์... แต่ผมแค่ไม่อยากทำงานร่วมกับคนที่ไม่ยอมรับฟังความจริง” ภานุสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา “ถ้าคุณมั่นใจนักว่าแบบของคุณไร้ที่ติ งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะครับ”
คำพูดของภานุทำเอาทั้งห้องประชุมเงียบกริบลงทันที แม้แต่ท่านประธานยังต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจ
กรวินท์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ หุบลง เปลี่ยนเป็นแววตาสนอกสนใจแทน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ช้อนตามองคนท้าทายด้วยความระคนแปลกใจ
“การพนันเหรอครับ? ฟังดูน่าสนใจดีนี่... ว่ามาสิครับคุณผู้ตรวจการหน้าดุ ว่าคุณอยากได้อะไรเป็นเดิมพัน ถ้าผมชนะ คุณต้องยอมรับแบบแปลกใหม่ของผมร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีข้อแม้... แต่ถ้าผมแพ้...” กรวินท์เว้นจังหวะ ปล่อยสายตากรุ้มกริบพราวระยับมองสำรวจริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด “ผมยอมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง... เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม”
หัวใจของภานุกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่แฝงความเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า รังสีความร้ายกาจที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปในกรงเล็บของเสือร้าย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ถอยไม่ได้แล้ว!
“ตกลงครับ! ถ้าคุณแพ้ คุณต้องมาเป็นผู้ช่วยคุมงานภาคสนามหน้าไซต์งานตึกร้างกลางแดดเปรี้ยงๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม... ห้ามบ่น ห้ามอู้!” ภานุประกาศกร้าว ยื่นมือเรียวออกไปกลางโต๊ะประชุมเพื่อเป็นการทำสัญญาประชาคม
กรวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาออกไปจับมือเรียวบางนั้นแน่น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านเข้าสู่หัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่สวยที่กำลังท้าทายเขาอย่างไม่ลดละ
“ดีลครับ... เตรียมตัวต้อนรับผู้ช่วยคนพิเศษคนนี้ได้เลยนะ, คุณภานุ”
กรวินท์กระิบเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่ภานุกำลังจะดึงมือกลับด้วยความหงุดหงิด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของเลขาหน้าตาตื่นตระหนก
“ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานหลักแล้วครับ! โครงสร้างโซน C... ทรุดตัวลงบางส่วนครับ!”
สิ้นเสียงรายงานนั้น ทุกคนในห้องประชุมผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยความตกใจ ดวงตาของกรวินท์และภานุเบิกกว้างสบตากันโดยอัตโนมัติในเสี้ยววินาทีแห่งความช็อกระทึก
— มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 4
ประชุมด่วนป่วนหัวใจ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!