สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้สั่ง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้คานเหล็กรับน้ำหนักช่วงโถงกลางแบบนั้น โปรเจกต์นี้ก็เตรียมตัวขึ้นศาลปกครองข้อหาอาคารเสี่ยงภัยได้เลยครับ คุณสถาปนิก" น้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับหุ่นยนต์ของภานุดังขึ้น ท่าقมกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั่วคราวบนไซต์งาน ความวิบัติจากคำสั่งรื้อถอนโครงสร้างเมื่อคืนยังคงทิ้งซากความปวดหัวไว้ไม่จางหาย แต่ดูเหมือนพ่อหนุ่มวิศวกรผู้ตรวจการหน้านิ่งคนนี้จะไม่มีความเห็นใจให้สถาปนิกผู้ร่วมชะตากรรมเลยแม้แต่น้อย กรวินท์ขยับแว่นสายตา เลิกคิ้วมองร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบของอีกฝ่ายจ้องตรงมาอย่างจับผิด ชนิดที่ว่าต่อให้เขากะพริบตาถี่ผิดจังหวะก็คงโดนข้อหาเจตนาบิดเบือนแบบแปลนทางวิศวกรรมเป็นแน่ "พูดจาให้เกียรติสมองอันปราดเปรื่องของผมหน่อยครับคุณภานุ โครงสร้างตรงนั้นผมคำนวณสัดส่วนทองคำมาอย่างดี รองรับน้ำหนักได้เกินมาตรฐานสากลสามเท่าตัวด้วยซ้ำ ถ้ามันจะพัง อย่างเดียวที่เป็นต้นเหตุได้ก็คงเป็นเพราะรสนิยมอันแข็งกระด้างของคุณที่มองความงามไม่ออกมากกว่า" กรวินท์สวนกลับทันควัน รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างท้าทาย บรรยากาศในห้องคุกรุ่นขึ้นมาในทันตา ธีรกับมินตราที่นั่งอยู่มุมห้องต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเขารู้ดีว่าเวลาที่เสือสองตัวนี้มาเจอกัน มักจะมีประกายไฟแลบแปลบปลาบยิ่งกว่างานเชื่อมเหล็กตอนเที่ยงคืน กรวินท์ยื่นแก้วกระดาษสีน้ำตาลเข้มใบหนึ่งไปตรงหน้าอีกฝ่าย เสียงกระแทกเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้ลามิเนตแสดงออกถึงความหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด "เอ้า กาแฟครับ... ดภาระจากความตึงเครียดเมื่อคืน อยากกินแบบเข้มข้นจนขมคอ สะใจดีแท้ เผื่อมันจะช่วยให้สมองส่วนคำนวณของคุณยืดหยุ่นขึ้นมาได้บ้าง" ภานุเหลือบมองแก้วกาแฟตรงหน้า ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองคราบหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้ว ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับคนซื้อ รอยยิ้มเยдяเยาะบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้กรวินท์รู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะขยำแปลนโครงสร้างทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น "กาแฟแก้วนี้... คุณซื้อมาจากร้านแฟรนไชส์หัวมุมถนนฝั่งทิศตะวันตกใช่ไหมครับ?" ภานุเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กรวินท์ชะงักไปนิด แต่ยังเชิดหน้าตอบ "ใช่ แล้วทำไม? หรือว่ารสชาติมันไม่ถูกปากคุณชายวิศวกรผู้สูงส่ง" ภานุยื่นมือเรียวยาวไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมา หมุนดูฉลากกระดาษเล็กๆ ที่แปะอยู่ด้านข้าง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ออกมาในลำคอราวกับกำลังเอือมระอาเด็กน้อยที่ทำโจทย์เลขผิด "ประการแรก อุณหภูมิในการสกัดเอสเพรสโซช็อตของร้านนี้ใช้น้ำร้อนจัดเกินไปถึงเก้าสิบสามองศาเซลเซียส ทำให้เกิด Over-extraction กรดคลอโรเจนิกในเมล็ดกาแฟถูกทำลายจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงรสชาติไหม้เกรียมและขมปร่าที่ปลายลิ้น" ภานุเว้นจังหวะ ปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่เริ่มหุบยิ้มลงทีละน้อย "ประการที่สอง เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ทางร้านใช้คั่วเข้มจนไหม้ มีปริมาณคาเฟอีนสูงแต่ไร้ซึ่งความซับซ้อนของกลิ่นอายฟรุตตี้หรือฟลอรัล เปรียบเทียบให้คุณเข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับการที่คุณออกแบบอาคารโดยเน้นใช้วัสดุราคาถูกแต่โฆษณาว่าเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเกรดพรีเมียม... มันฝืนธรรมชาติและไร้รสนิยมสิ้นดีครับ" "นี่คุณ...!" กรวินท์อ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยหลักการทางเคมีและฟิสิกส์ผสมกันอย่างจัง "และประการสุดท้าย..." ภานุขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านเจือจางด้วยกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยมาแตะจมูก "การที่คุณแกล้งซื้อกาแฟรสชาติแย่แบบนี้มาประชดผม มันสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้คุณจะปากเก่งแค่ไหน แต่ในใจลึกๆ คุณกำลังกระวนกระวายจนต้องหาทางเรียกร้องความสนใจจากผมด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้... จริงไหมครับ คุณสถาปนิก?" ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนน่าใจหาย กรวินท์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปัดผ่านปลายจมูก ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู สมองที่เคยประมวลผลคำตอบโต้กลับรวดเร็วราวกับติดจรวด กลับชะงักงันราวกับระบบไฟฟ้าลัดวงจร ดวงตากลมโตของสถาปนิกหนุ่มกะพริบปริบๆ เขาอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อปลายนิ้วเรียวของภานุตวัดเลื่อนแก้วกาแฟนั้นกลับมาวางไว้ตรงหน้าเขาตามเดิม พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา "ดื่มมันซะสิครับ ไหนๆ ก็อุตส่าห์ลงทุนเดินไปซื้อมาให้ผมแล้ว... อย่าปล่อยให้ความตั้งใจพยายามจะกวนประสาทผมต้องสูญเปล่าเลย" กรวินท์กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันผ่านผนังอก ข้างนอกฝนเริ่มโปรยปรายลงมาทัศนียภาพรอบไซต์งานมัวซัว แต่ข้างในห้องประชุมแคบๆ กลับร้อนรุ่มจนแทบหายใจไม่ออก ในจังหวะที่กรวินท์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดสักประโยคเพื่อกู้ฟอร์ม ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน! "คุณกรวินท์ครับ! คุณภานุครับ!" เสียงหอบแฮกของคนงานก่อสร้างคนหนึ่งดังลั่นห้อง สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "แย่แล้วครับ... ผนังคานรับน้ำหนักโซน B ที่เราสั่งรื้อเมื่อคืน อยู่ๆ มันก็... มันก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ลามยาวขึ้นไปถึงชั้นสามแล้วครับ!" ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนที่ภานุและกรวินท์จะหันขวับสบตากันด้วยความตระหนกสุดขีด ความรู้สึกกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องเตือนภัย ภานุคว้าหมวกนิรภัยบนโต๊ะมาสวมด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็ว ดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นหันมามองสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ตามผมมาครับ... ถ้าเราไม่รีบไปดูตอนนี้ ตึกทั้งหลังได้ถล่มลงมาทับหัวพวกเราจริงๆ แน่" — มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%