"ถ้าคานรับน้ำหนักตรงจุดนี้ทรุดลงมา ผมว่าคุณควรเปลี่ยนไปจับปากกาออกแบบบ้านตุ๊กตาเด็กเล่นแทนที่จะมายืนถือแปลนสถาปัตยกรรมตรงนี้นะครับ, คุณกรวินท์"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนของภานุ ดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ท่ามกลางเสียงเครื่องมือช่างและฝุ่นผงของไซต์งานก่อสร้างที่กำลังรีโนเวทตึกเก่ากลางกรุง ร่างสูงโปร่งในชุดเซฟตี้สีสว่างยืนกอดอก ใบหน้าเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองแปลนในมือของสถาปนิกหนุ่มราวกับจะทะลุผ่านกระดาษ
กรวินท์ (กร) หรี่ตามองอีกฝ่ายทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจตั้งแต่เมื่อครู่ที่ประธานบริษัทเดินเข้ามาตบไหล่แล้วทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ว่า *'ฝากดูแลโปรเจกต์นี้ให้รอดจนวันส่งมอบด้วยนะคุณสองคน'* ก่อนจะเดินลอยชายหนีไป ปล่อยให้สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่งต้องมาติดแหง็กเผชิญหน้ากันสองต่อสองตรงเสาคอนกรีตเสริมเหล็กต้นปัญหา
"ปากดีแบบนี้ สงสัยตอนเรียนวิศวะคงได้เกรดเอวิชาหาเรื่องคนสินะครับ, คุณภานุ" กรวินท์สวนกลับทันควัน รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้ "เสาต้นนี้ผ่านการคำนวณตามมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองจากวิศวกรอาวุโสมาแล้ว ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์สักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้ไม้บรรทัดมาวัดความเป๊ะอย่างไร้เหตุผล คุณก็จะเห็นว่าดีไซน์นี้มันรับน้ำหนักได้เกินพิกัดด้วยซ้ำ"
"เกินพิกัดหรือเกินความรับผิดชอบของคุณกันแน่ครับ?" ภานตรก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ของผู้ตรวจการหน้านิ่งทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำแก้ตัวสวยหรูจากสถาปนิกที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล โครงสร้างนี้มีรอยร้าวระดับไมโครที่ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมานิดเดียว ตึกนี้ได้กลายเป็นสุสานฝังคุณกับผมแน่ๆ"
"ถ้ากลัวตายนัก ทำไมไม่ไปนั่งตรวจเอกสารอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ล่ะครับ จะได้ไม่ต้องมาทำหน้าบูดเป็นตูดหม้ออยู่หน้าไซต์งานให้ลูกน้องเขาหมั่นไส้!"
"นี่คุณ!"
"ทำไมครับ? จะฟ้องประธานเหรอ เชิญเลยครับ เผื่อเขาจะกรุณาหาผู้ตรวจการคนใหม่ที่สมองยืดหยุ่นกว่าก้อนอิฐมาทำงานร่วมกับผมบ้าง"
กรวินท์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาสีเข้มฉายแววกร้าวร้าวแต่ก็ซ่อนความแพรวพราวบางอย่างไว้ภายใต้ความถือดี ภานุกัดกรามแน่นสันกรามคมสันขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอดทนของวิศวกรระเบียบจัดขาดผึ่งลงตรงนั้น เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะชี้จุดบกพร่องบนแปลนสถาปัตยกรรม แต่มือของกรวินท์ก็ปัดป้องออกอย่างแรงจนกระดาษแผ่นใหญ่ปลิวสะบัด
"อย่ามาแตะต้องงานของผม!" สถาปนิกหนุ่มตวาดเสียงกร้าว
"งานของคุณมันกำลังจะฆ่าคนอื่นอยู่แล้วนะครับ!" ภานุสวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียดจนน่ากลัว ทีมงานและช่างรับเหมาที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างพากันหยุดมือ ถอยร่นออกห่าง และมองหน้ากันเลิกลั่ก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อมวยคู่เอกเปิดฉากแลกหมัดกันกลางไซต์งานแบบไม่มีใครยอมใคร
"เฮ้ยๆๆ ใจเย็นก่อนครับคุณภานุ คุณกร! อย่าเพิ่งฆ่ากันตายตอนนี้เลยครับ ประเพณียังไม่ได้กิน เลือดตึกยังไม่ทันทาพื้นเลยนะเนี่ย"
ธีร ช่างควบคุมงานอาวุโสและเพื่อนร่วมทีมของกรวินท์ รีบวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองหนุ่มด้วยท่าทางเหงื่อตกพลั่ก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห้งๆ พยายามผ่อนคลายสถานการณ์ที่กำลังเดือดระอุ
"หลบไปก่อนครับคุณธีร คนคนนี้ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง แบบนี้จะทำงานร่วมกันได้ยังไง" ภานุเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของกรวินท์ไม่ละไปไหน
"ทางนี้ต่างหากที่ต้องบอกว่าให้ถอยไป! ถ้าคุณไม่มีตาพอก็ไปตัดแว่นใหม่ซะนะคุณผู้ตรวจการ โครงสร้างตรงนี้ผมดีไซน์มาเพื่อความงามทางสถาปัตยกรรมควบคู่กับความปลอดภัย ไม่ใช่ให้คุณมาทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลคอยสั่งรื้อโน่นรื้อนี่ตามอำเภอใจ!" กรวินท์ยังคงฮึดฮัดไหล่ไหวด้วยความโมโห อารมณ์พุ่งพล่านจนหัวใจเต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะระยะห่างเมื่อครู่ที่มันใกล้จนเกินไปกันแน่
มินตรา สถาปนิกสาวรุ่นน้องในทีมรีบเดินเข้ามาสมทบ เธอถือแท็บเล็ตในมือแล้วดึงแขนรุ่นพี่หนุ่มเบาๆ "พี่กรคะ ใจเย็นก่อนค่ะ... จริงๆ ที่พี่ภานุติงมาเรื่องรอยร้าวไมโคร มันก็มีประเด็นอยู่นะคะ ทางแล็บเพิ่งส่งผลตรวจคอนกรีตล็อตล่าสุดมาเมื่อกี้นี้เองค่ะ..."
คำพูดของมินตราทำให้ทั้งกรวินท์และภานุชะงักไปชั่วขณะ กรวินท์หันไปมองหน้ารุ่นน้อง "ผลตรวจว่ายังไงนะมิน?"
"คือ... ค่าความหนาแน่นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานนิดหน่อยค่ะ..." มินตราพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นสายตาคมกริบของรุ่นพี่หันกลับมามอง
ภานุแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "เห็นไหมครับ? สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่การหาเรื่อง แต่มันคือความจริงที่สถาปนิกอีগোสูงอย่างคุณมองไม่เห็น เพราะมัวแต่หลงใหลกับความสวยงามจอมปลอม"
กรวินท์เม้มปากแน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาในอก แต่ด้วยความที่เป็นคนปากแข็งและไม่ยอมจำนนใครง่ายๆ เขาจึงเตรียมจะเปิดฉากสวนกลับอีกรอบให้สาสม
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านหลังโครงสร้างตึกร้าง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งติดกัน
แปะ... แปะ... แปะ...
"ยอดเยี่ยมมากครับ... การแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาการที่ดุเดือดเผ็ดมันดีแท้"
ร่างของชายวัยกลางคนในสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่และเจ้าของโปรเจกต์ร้อยล้านก้าวพ้นเงากำแพงปูนออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้า เขากวาดสายตามองกรวินท์และภานุสลับกันไปมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ในเมื่อพวกคุณสองคนมีความเห็นไม่ตรงกันในจุดนี้ งั้นผมขอตัดสินใจแทนก็แล้วกัน..." นักลงทุนหนุ่มหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในไซต์งานถึงกับหน้าถอดสี "พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้ทีมวิศวกรอิสระเข้ามาทุบเสาต้นนี้ทิ้งเพื่อตรวจดูภายในทั้งหมด... ต่อหน้าพวกคุณสองคน"
ดวงตาของกรวินท์และภานุเบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน ความโกรธเคืองที่เคยมีต่อกันเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า คำสั่งนั้นหมายถึงความพินาศของเวลาทำงานและงบประมาณมหาศาลที่กำลังจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน... และพวกเขาทั้งคู่ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความฉิบหายครั้งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มสถาปนิกกับผู้ตรวจการหน้านิ่งของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 2
สงครามน้ำลายกลางไซต์งาน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!