เสียงฟ้าคำรามลั่นสะเทือนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของสำนักงานชั่วคราวหน้าไซต์งาน เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฤดูร้อนกำลังกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เม็ดฝนสีเทาทึบสาดซัดกระแทกกระจกราวกับจะพังทลายลงมาให้ได้
กรวินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปากหยักได้รูปพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า เขากดปิดหน้าจอแล็ปท็อปแรงกว่าปกตินิดหน่อย ก่อนจะทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานหมุนได้ เอกสารแบบแปลนโครงสร้างที่เพิ่งถูกตีกลับด้วยลายมือยุกยิกของ "ผู้ตรวจการจอมเนียบ" ยังคงวางกองหราอยู่บนโต๊ะ
"ถ้าขีดเส้นแก้มาแบบนี้อีกรอบ ผมคงต้องย้ายไปนอนกินนอนอยู่ที่ไซท์งานถาวรแล้วล่ะครับ คุณภานุ" สถาปนิกหนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ โดยไม่หันไปมองร่างโปร่งที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์กาแฟอยู่ด้านหลัง
ภานุเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลคมกริบมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู มือเรียวยกแก้วกาแฟดำอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะเดินน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานรกๆ นั่น
"ถ้าสถาปนิกผู้ปราดเปรื่องอย่างคุณกรวินท์ วาดโครงสร้างรับน้ำหนักมาถูกต้องตามหลักวิศวกรรมตั้งแต่แรก ผมก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งแก้ให้มันเสียเวลาหรอกครับ" ภานสตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม "งานศิลปะของคุณมันสวยบนกระดาษก็จริง แต่มันพังได้ตั้งแต่ลมพัดผ่านครั้งแรกถ้าไม่มีโครงสร้างรองรับ"
กรวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดร่างบางโดยอัตโนมัติจนภานุต้องผถอยหลังไปชนขอบโต๊ะโดยไม่ตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวดูแคบลงไปถนัดตา
"คุณนี่มัน... ปากแข็งไม่มีที่ติจริงๆ" กรวินท์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูคนตรงหน้า เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอก "งานของผมมันไม่ได้สวยแค่บนกระดาษนะครับ แต่มันมีความหมาย... ความหมายที่คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ"
ภานุชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดีเมื่อกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากตัวอีกฝ่ายลอยเข้าแตะจมูก ทว่าริมฝีปากบางเฉียบยังคงเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตตวัดมองสบตาคมกริบอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ความหมายอะไรล่ะครับ? หมายถึงความยุ่งยากที่ผมต้องมาตามแก้ให้คุณว่างั้นเถอะ" ภานุสวนกลับทันควัน พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งสนิท แต่พวงแก้มขาวที่ขึ้นสีระเรื่อจางๆ นั้นทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
กรวินท์มองท่าทางดื้อรั้นนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งบางเบาที่ฉาบอยู่บนนัยน์ตาคู่คม เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่ปอยผมเปียกชื้นเล็กน้อยจากการโดนละอองฝนสาดของภานุโดยสัญชาตญาณ
ภานุสะดุ้งเล็กน้อย แต่มือใหญ่ของอีกฝ่ายกลับค้างนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ล่วงเกินไปมากกว่าการปัดปอยผมออกจากหน้าผากมน
"ความฝันไงครับ" กรวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม แตกต่างจากทุกครั้งที่มักจะมีแต่คำพูดประชดประชัน "ที่คุณถามผมเมื่อปีก่อน... ว่าทำไมผมถึงอยากเป็นสถาปนิก ทั้งที่รู้ว่ามันเหนื่อยและต้องเจอกับพวกผู้ตรวจการหัวโบราณ"
ภานุชะงักค้าง นัยน์ตาสีนิลไหววับยามเมื่อนึกถึงคำพูดในอดีตที่เขาเคยโยนใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ในงานสัมมนาครั้งแรกที่พบกัน
"ผมไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกเพื่อสร้างตึกสูงเสียดฟ้าให้ใครต่อใครยอมรับหรอกนะ" กรวินท์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนภานุแทบจะจมหายไปกับอกแกร่ง "แต่ผมอยากสร้าง 'บ้าน'... บ้านที่ต่อให้ข้างนอกพายุจะโหมกระหน่ำแค่ไหน ข้างในก็ยังมีความอบอุ่นและปลอดภัยมากพอที่จะทำให้ใครบางคนอยากกลับมาทุกวัน"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงจังนั้นราวกับมีค้อนทุบลงกลางใจของภานุ วิศวกรหนุ่มผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์และระเบียบวินัยมาทั้งชีวิตอย่างเขา ถึงกับพูดไม่ออก ความเงียบโรยตัวลงมาท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดด้านนอก
ภานุก้มมองปลายรองเท้าของตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา
"คุณนี่มัน... ขี้โกงเป็นบ้าเลยนะกรวินท์" ภานุเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว "เอาเรื่องความฝันมาใช้เป็นข้ออ้างในการส่งแบบงานช้าเนี่ยนะ?"
กรวินท์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายังคงไม่ยอมละออกจากกลุ่มผมนุ่ม เขาลูบเบาๆ อย่างเบามือที่สุด
"ไม่ได้อ้างครับ ความจริงล้วนๆ... แล้วคุณล่ะ? ผู้ตรวจการมือหนึ่งที่ใครๆ ก็กลัว ทำไมถึงดั้นด้นมาตรวจไซต์งานกันดารๆ แบบนี้ด้วยตัวเอง ทั้งที่สั่งให้ลูกน้องมาเซ็นอนุมัติก็ได้"
ภานุหลบสายตาคมกริบคู่นั้นวับหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ก็เพราะผมรู้ว่า... ถ้าปล่อยให้คนหัวรั้นอย่างคุณทำตามใจตัวเอง โครงสร้างคงพังลงมาก่อนที่ฝนจะหยุดตกน่ะสิครับ" น้ำเสียงนั้นอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน เจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
กรวินท์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูทรงเสน่ห์จนภานุต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ทั้งคู่ยืนประชิดกันในระยะประชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เสียงดนตรี
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของมินตรา ทีมงานสาวที่ถือร่มเปียกโชกผลุนผล่ายเปิดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
"คุณกรคะ! แย่แล้วค่ะ ท่อน้ำระบายฝั่งโซน B เกิดอุดตัน น้ำกำลังเอ่อเข้าพื้นที่เก็บแบบแปลนแล้วค่ะ!"
กรวินท์และภานุผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ใบหน้าของภานุแดงก่ำด้วยความเคอะเขิน ขณะที่กรวินท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิต
—------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 5
ฝนตก รถติด และความคิดที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!