สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 12

ดินเนอร์ใต้แสงไฟสลัว

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
แรงกดดันจากบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาเมื่อตอนที่แล้ว ถูกคลี่คลายลงด้วยการเจรจาอันเฉียบคมของภานุและการตอกกลับอย่างไร้เยื่อใยของกรวินท์ จนในที่สุดมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลก็ต้องยอมถอยทัพกลับไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ทางธุรกิจอย่างราบคาบ แต่ความตึงเครียดตลอดทั้งวันที่ผ่านมาทำให้บรรยากาศรอบตัวของสถาปนิกหนุ่มและผู้ตรวจการหน้านิ่งหลงเหลือเพียงความอ่อนล้า เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย เมื่อประตูห้องประชุมใหญ่ปิดสนิทลง ร่างสูงของกรวินท์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกราบมองคนตรงข้ามที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าใบหูกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "วันนี้คุณทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ ท่านผู้ตรวจການ" กรวินท์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่าแววตาที่มองอีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนเอ็นดู "เกือบจะทำให้ประธานบริษัทแม่ร้องไห้กลับบ้านไปฟ้องแม่แล้วเชียว" ภานุชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบเอกสาร ปรายตามองคนปากเสียด้วยหางตา "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณไปจุดชนวนวาจาเชือดเฉือนใส่เขาก่อน ผมคงไม่ต้องเหนื่อยมานั่งแก้เกมรับมือปัญหาเฉพาะหน้าหรอกนะครับ คุณกรวินท์" "อ้าว กลายเป็นความผิดผมเสียอย่างนั้น" สถาปนิกหนุ่มหัวเราะในลำคอ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมโต๊ะประชุมเข้าไปใกล้ร่างโปร่งที่นั่งอยู่ "ผมแค่ปกป้องสิทธิ์ของทีมเรา... และปกป้องคุณจากสายตาโลภๆ ของตานั่นด้วย" ประโยคหลังถูกลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบชิดริมหู ภานุสะดุ้งเฮือก รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากคนตัวโต หัวใจในอกเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด ทั้งที่ตลอดทั้งวันพวกเขาต้องรบราฆ่าฟันกับคนนอก แต่ทำไมพอกลับมาอยู่กันสองคน บรรยากาศมันถึงได้เปลี่ยนเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตใจในแง่ฟินจิกหมอนเสียยิ่งกว่าเดิม "พูดจาเหลိုးไหลอะไรของคุณครับ ถอยไปเลยนะ ผมจะกลับบ้านไปนอน" ภานุเอ่ยเสียงเข้ม พยายามรักษามาดผู้ตรวจการหน้านิ่งเอาไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าสองแก้มจะร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก "นอนอะไรกันครับ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท้องฟ้าข้างนอกนั่นมืดสนิทหมดแล้วนะครับ" กรวินท์ผายมือไปยังผนังกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงสะท้อนกับกระจกเงา สร้างบรรยากาศโรแมนติกโดยไม่ได้ตั้งใจ "อีกอย่าง... ผมจองโต๊ะดินเนอร์ไพรเวทไว้เป็นการปลอบขวัญพวกเราทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดครับ" ร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์ซ่อนตัวอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกระฟ้า บรรยากาศเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ช่วยละลายความเกร็งที่สะสมมาตลอดทั้งวันให้เจือจางลง ทั้งค่านั่งลงที่โต๊ะมุมริมกระจก ภานุไล่สายตามองเมนูอาหารหรูหราตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนฝั่งตรงข้ามที่เอาแต่จ้องมองตนเองโดยไม่ยอมแตะเมนูเลยสักนิด "มองอะไรนักหนาครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" ภานุถามเสียงห้วน พยายามซ่อนความเขินอายภายใต้ท่าทีดุๆ "เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่า... เวลาที่คุณไม่ได้ถือปากกาหรือทำหน้าดุใส่ผมแบบนี้ คุณดู..." กรวินท์เว้นจังหวะ ลากสายตาสำรวจใบหน้าหวานที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสลัวอย่างลึกซึ้ง "...ดูน่ารักจนผมแทบไม่อยากละสายตาเลยสักวินาทีเดียว" เพล้ง! เสียงส้อมในมือภานุเกือบจะหลุดร่วงกระทบจาน หากเจ้าตัวไม่รีบคว้าเอาไว้เสียก่อน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำหยอดแบบไม่ทันตั้งตัวของคนตรงหน้า "คุณกรวินท์! นี่คุณ..." "ผมพูดความจริงนะครับ" กรวินท์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ตั้งแต่รู้จักกันมา ผมเพิ่งเคยเห็นคุณโหมดนี้แหละ โหมดที่ยอมอ่อนลงและนั่งกินข้าวกับผมโดยไม่หาเรื่องเถียงกันสักสามนาที" "ผมไม่ได้ยอมอ่อนให้คุณสักหน่อย แค่... วันนี้ผมใช้พลังงานไปเยอะเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำกับคุณต่างหากเล่า" ภานุแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม เบือนหน้าหนีไปมองวิวด้านนอกเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด อาหารมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางบทสนทนาเบาสมองและการหยอกล้อที่เต็มไปด้วยเคมีอันร้อนแรง แม้ภานุจะปากแข็งและคอยหาจังหวะสวนกลับอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่สบตากับแววตาจริงจังและคลั่งรักของสถาปนิกหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมก็มักจะเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่อยู่ จนกระทั่งพนักงานนำของหวานจานสุดท้ายมาเสิร์ฟ พร้อมกับเทียนไขเล่มเล็กที่ส่องแสงวับแวมอยู่กลางโต๊ะ กรวินท์ก็โน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ขึ้น รัศมีตัวตนที่แผ่ซ่านออกมาทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตา "ภานุ..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกชื่อจริงเป็นครั้งแรกของวัน แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งและจริงจังจนน่าใจหาย ภานุนิ่งงั้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าจมูกจนพานให้สมองมึนงง "อะไรครับ..." น้ำเสียงของนายเอกหนุ่มแผ่วเบาลงโดยอัตโนมัติ "โปรเจกต์นี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว และเมื่อมันจบลง... ผมมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องงานที่จะต้องบอกคุณ" กรวินท์กระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำคาญ "เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะครับ... เพราะผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณหนีผมไปไหนอีกเด็ดขาด" ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของภานุเต้นรำด้วยความหวาดหวั่นและตื่นเต้นระคนกัน เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของกรวินท์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า กรวินท์ขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ละสายตาจากริมฝีปากบางเฉียบที่เขาหมายปอง ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความมั่นใจกลับเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ภานุสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนระแวง "ใครโทรมาครับ หน้าตาคุณถึงได้ดูเหมือนคนกำลังจะไปออกรบแบบนั้น" กรวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ค่ำคืนอันแสนหวานพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ "แม่ผม... และท่านกำลังยืนรออยู่ที่หน้าห้องชุดของคุณเวลานี้เลยครับ" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์อันแสนอลวนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%