เสียงประตูกระจกนิรภัยของห้องประชุมใหญ่ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่พอเหมาะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้ความกดอากาศลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก
กรวินท์เงยหน้าขึ้นจากกระดานรองเขียน ไอแพดในมือแสดงภาพสามมิติของโครงสร้างอาคารที่เขาเพิ่งปรับแก้ตามข้อท้วงติงรอบล่าสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างสูงโปรดของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ ภานุมาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไร้ที่ติ ใบหน้าหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อสั่งสอนมนุษย์โดยเฉพาะ ทว่าประกายในดวงตาคู่นั้นกลับมีความระแวงระวังฉายชัดอยู่ชั่วพริบตา
"มาช้าไปสามนาทีสิบวินาทีนะครับ คุณผู้ตรวจการ... หรือว่ากลัวจนต้องแวะทำใจปั๊มหัวใจตัวเองก่อนเดินเข้าห้องนี้?"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กรวินท์แกล้งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างท้าทายตามสไตล์สถาปนิกปากร้ายที่ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหนก็ไม่เคยคิดจะยอมลงให้ใคร
ภานุกวาดสายตาคมกราบมองหน้าจอไอแพดที่แสดงผลงานออกแบบล่าสุดอย่างละเอียด ใบหน้านิ่งงันไร้รอยยิ้ม แต่หัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เมื่อพบว่าทุกจุดที่เขาเคยตำหนิอย่างเผ็ดร้อนเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้ถูกแก้ไข ปรับแต่ง และยกระดับให้สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติโดยฝีมือของผู้ชายตรงหน้า ไม่เพียงแต่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย แต่กรวินท์ยังซ่อนลูกเล่นทางสถาปัตยกรรมที่ชาญฉลาดลงไป จนทำให้พื้นที่ใช้สอยดูโปร่งโล่งและทรงพลังขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
"ผมไม่ได้มาช้า... ผมแค่ให้เวลาคุณได้ละเลียดความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผมจะเปิดดูแบบร่างชิ้นนี้ต่างหากครับคุณสถาปนิก"
ภานุสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมยาว วางแฟ้มเอกสารลงเสียงดังสนั่นจนธีรกับมินตราที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งรีบหลบสายตา
กรวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขานั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้สายตาสำรวจสำรวจร่างสูงที่ยืนประจันหน้าอยู่ห่างกันเพียงโต๊ะประชุมกั้น
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ..." กรวินท์จงใจลดระดับเสียงลงให้เบาลง ทว่ากลับชัดเจนพอที่จะดึงดูดสมาธิทั้งหมดของภานุให้พุ่งตรงมาที่เขา "ไหนล่ะครับข้อบกพร่องที่คุณสัญญานักหนาว่าจะเอามาขยี้แบบร่างของผมให้จมดิน? หรือว่าสุดท้ายแล้ว... แบบของผมมันไร้ที่ติจนคุณหาข้อติไม่ได้ ถึงได้ยืนเงียบเป็นรูปปั้นอยู่แบบนี้?"
ภานุกัดกรามแน่นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ความรู้สึกหมั่นไส้ตีคู่มากับความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเอื้อมมือไปเลื่อนหน้าจอไอแพดเพื่อตรวจสอบรายละเอียดโครงสร้างโค้งรับน้ำหนักที่ยากที่สุดในโปรเจกต์นี้ นิ้วเรียวยาวกวาดดูทีละหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไร้ซึ่งช่องโหว่ใดๆ ที่จะให้เขาอ้าปากติได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เวลาผ่านไปชั่วครู่ที่เงียบงัน ภายในห้องประชุมได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ
มินตรากลืนน้ำลายลงคอด้วยความลุ้นระทึก ธีรแอบยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ ทุกคนในทีมต่างรู้ดีว่าการตรวจแบบระหว่าง "สถาปนิกกรวินท์" กับ "ผู้ตรวจการภานุ" นั้นดุเดือดราวกับสงครามเย็นย่อมๆ แต่ครั้งนี้เดิมพันมันมากกว่าแค่เรื่องงาน
ภานุเงยหน้าขึ้น สบตากับกรวินท์ที่ยังคงส่งยิ้มกวนประสาทส่งมาให้อย่างไม่สะทกสะท้าน มุมปากหยักลึกของวิศวกรหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีใครจะได้เห็น แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้ห้องประชุมทั้งห้องดูสว่างขึ้นมาถนัดตา
"ผ่านครับ..." ภานุเอ่ยออกมาสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ "แบบร่างทั้งหมดผ่านการอนุมัติอย่างไร้เงื่อนไข"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากมุมห้องของทีมงาน แต่สำหรับกรวินท์แล้ว ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแบบก่อสร้างที่ผ่านฉลุย แต่มันคือการได้เห็นคนปากแข็งยอมจำนนด้วยหลักฐานและความสามารถ
สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัววิศวกรหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบแนบชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของภานุโชยเข้าจมูก กรวินท์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะชิดกับใบหูของอีกฝ่าย
"ในเมื่อแบบผ่านฉลุยอย่างไร้ที่ติ... แล้วสัญญาที่เราตกลงกันไว้ล่ะครับ คุณผู้ตรวจการคนเก่ง?" กรวินท์กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ เจือความเจ้าเล่ห์ชัดเจน "ดินเนอร์มื้อพิเศษที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าวิวหลักล้าน... คืนนี้ ห้ามเบี้ยว ห้ามอ้างงานล้นมือเด็ดขาดนะครับ"
ภานุชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ความทรงจำเกี่ยวกับข้อตกลงที่เขาเผลอพลั้งปากรับคำไปในย้อนหลังเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัวทันที ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทเริ่มมีร่องรอยของความลังเลปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรก
"ผมเป็นคนรักษาสคำพูดเสมอครับ..." ภานุหันมาสบตาในระยะประชิด ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รำไร ความดื้อรั้นในแววตาฉายชัดกลบความเขินอายที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากหน้านิ่ง "แต่คุณนั่นแหละ... อย่าเมาแล้วเรื้อนโวยวายกลางร้านก็แล้วกัน"
กรวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาระยิบระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจับข้อมือเรียวเพื่อเป็นการตอกย้ำสัญญา ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับผิวเนื้อของอีกฝ่าย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับนัดหมาย ภานุปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงไร้ระลอกคลื่นในเสี้ยววินาที ขณะที่กรวินท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะฟิน
ประตูกระจกเปิดออกเผยให้เห็นร่างของเลขาหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นไม่หยุด
"คุณกรครับ! คุณภานุครับ! แย่แล้วครับ..." เลขาหนุ่มหน้าซีดเผือด หอบหายใจจนตัวโยน "คนที่คุณไม่คาดคิดที่สุด... ตอนนี้เขากำลังก้าวเข้ามาในล็อบบี้บริษัทเราในอีกสิควินาทีนี้แล้วครับ!"
กรวินท์ชะงัก ภานุหันขวับไปมองหน้าเลขาด้วยแววตาตึงเครียดทันที เมื่อชื่อของบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาเยือนถูกเอ่ยขึ้น เสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอกกำลังใกล้เข้ามาทุกที... และมันไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจากประธานกรรมการบริหารบริษัทแม่ผู้ทรงอิทธิพล ที่กุมชะตากรรมของโปรเจกต์นี้ทั้งหมดไว้ในกำมือ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 11
ชัยชนะของคนปากแข็ง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!