สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันจนแทบจะกระโดดได้ กรวินท์ขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองหน้าจอที่สว่างวาบด้วยข้อความจากกลุ่มไลน์สถาปนิกและสำนักข่าวอสังหาริมทรัพย์รายย่อยที่พร้อมใจกันส่งลิงก์ข่าวพาดหัวตัวโต
*“โปรเจกต์มิกซ์ยูสยักษ์ใหญ่ส่อแวววิกฤต! โครงสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมืองดีไซน์ล้ำแต่วัสดุก่อสร้างอาจไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย แหล่งข่าววงในแฉสถาปนิกดังลดต้นทุน”*
“ให้ตายสิ พวกหมาลอบกัดนี่มันขยันเร็วกว่างานเอกสารเสียอีก” กรวินท์เค้นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง
“ใจเย็นก่อนครับคุณกรวินท์ ข่าวโคมลอยแบบนี้ถ้าเราสติหลุดตั้งแต่ยังไม่เช็กต้นตอ มีหวังเข้าทางพวกมันพอดี” เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากมุมห้อง ภานุเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออน ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเย็นลงอย่างประหลาด
กรวินท์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม ปากที่มักจะหาเรื่องแซวอีกฝ่ายอยู่เสมอกลับเม้มเข้าหากันแน่น “ผมจะใจเย็นได้อย่างไรภานุ แบบโครงสร้างชิ้นนั้นผมใช้เวลาออกแบบคำนวณกับทีมอยู่นับแรมเดือน นี่มันจงใจดิสเครดิตชื่อเสียงผมชัดๆ แถมยังพ่วงเอาความปลอดภัยของโครงการที่คุณตรวจรับรองมาตลอดลงเหวไปด้วย คุณไม่โกรธเลยหรือไง”
ภานค1วางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง ไม่เบาไม่แรงจนเกินไป แต่เพียงพอที่จะหยุดคำพูดพรั่งพรูของสถาปนิกปากร้ายได้ชะงัก
“โกรธสิครับ ทำไมจะไม่โกรธ” ภานุก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของกรวินท์ “แต่ความโกรธไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างตึกมันแข็งแรงขึ้น หรือทำให้ข่าวลบพวกนั้นหายไป สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การนั่งหัวเสียใส่หน้าจอ แต่มันคือการกางแปลนแล้วตบหน้าพวกมันด้วยหลักการทางวิศวกรรมและความจริงที่เถียงไม่ได้ต่างหาก”
หัวใจของกรวินท์กระตุกวูบอย่างแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายความมุ่งมั่นในแววตาของวิศวกรหน้านิ่งคนนี้ต่างหากที่ทรงพลังเกินต้านทาน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของภานุโชยแตะจมูก ยิ่งทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงเมื่อครู่กลับมารวมตัวกันได้เร็วยิ่งขึ้น
“คุณนี่นะ...” กรวินท์ถอนหายใจยาว ยอมรับในใจว่าต่อให้ปากจะจัดจ้านแค่ไหน แต่เวลาคับขันแบบนี้ การมีภานุนั่งอยู่เคียงข้างมันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด “พูดเสียจนผมเถียงไม่ออกเลย... ว่าแต่ คุณมีแผนอะไรในหัวแล้วใช่ไหมครับ คุณผู้ตรวจการคนเก่ง”
ภานุกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้านิ่งเรียบนั้น “แน่นอนครับ ผมเช็กข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ต้นตอของข่าวมาจากบริษัท เอส-บิวด์ จำกัด คู่แข่งของเราที่กำลังเสียประโยชน์จากการประมูลรอบล่าสุด พวกมันใช้กลสกปรกปล่อยข่าวบิดเบือนสเปกวัสดุก่อสร้าง”
“ไอ้บริษัทหน้าตัวเมียนั่น...” กรวินท์กัดฟันกรอด สันกรามคมขึ้นรูปชัดเจน “คิดจะเล่นสกปรกกับผม คิดผิดถนัดแล้ว”
“เราจะเปิดแถลงข่าวร่วมกันในวันพรุ่งนี้เช้า” ภานุพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “คุณเตรียมแบบแปลนโครงสร้างและการันตีความปลอดภัยในส่วนงานสถาปัตยกรรม ส่วนผมจะเตรียมผลทดสอบการรับน้ำหนักและใบรับรองมาตรฐานวัสดุกัดกร่อนทั้งหมด เราจะเอาความจริงมาตบหน้าพวกมันกลางวงสื่อ”
“เยี่ยม” กรวินท์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความฮึกเหิมที่พร้อมจะชนทุกอุปสรรค “ถ้าอย่างนั้นเรามาลุยกันให้เต็มที่เสียหน่อย... แต่ก่อนจะเริ่มทำงาน ผมขอค่าจ้างเป็นกำลังใจก่อนได้ไหมครับ”
ภานุชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกจู่โจมด้วยประโยคกำกวม “กำลังใจอะไรของคุณครับ งานกองท่วมหัวอยู่แบบนี้”
กรวินท์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาอาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงก้าวเข้าไปประชิดตัววิศวกรหนุ่ม รวบเอวสอบเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของอีกฝ่ายแทบจะแนบติดกับขอบโต๊ะ ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “ก็กำลังใจจากคุณไงครับ... แค่รอยยิ้มหวานๆ สักครั้ง หรือไม่ก็...”
“คุณกรวินท์! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนะ...” ภานุเอ็ดเสียงเบา ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด พยายามใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่กรวินท์กลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้บเนียนจนหัวใจของทั้งคู่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานปนความระทึกใจ ทันใดนั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยมินตรา ทีมงานสาวฝีมือดีที่พรวดพราดเข้ามาพร้อมแผ่นกระดาษในมือ โดยไม่ทันได้สังเกตสภาพอันล่อแหลมของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย
“คุณกร! คุณภานุ! แย่แล้วครับ/ค่ะ... เอ๊ย ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ...” มินตราเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเมื่อเห็นสถาปนิกหนุ่มและผู้ตรวจการคนเก่งยืนแนบชิดกันชนิดแทบจะสิงร่าง
กรวินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผละตัวออกจากภานุอย่างเสียดายแต่ยังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้ ขณะที่ภานุกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดังเดิมในเสี้ยววินาที
“มีอะไรมินตรา หน้าตาตื่นมาเชียว” กรวินท์ถามกลบเกลื่อน
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ชูกระดาษในมือขึ้นสูงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “คือ... ทางผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เอส-บิวด์ ส่งจดหมายท้าชนด่วนที่สุดมาถึงเราแล้วครับ และข้อเสนอในนั้น... มันระบุชื่อคุณภานุโดยตรงครับ!”
ดวงตาสีนิลของภานุหรี่แคบลงทันที บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นในพริบตาเดียวเมื่อเขารับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดอ่าน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์อันแสนอลวนนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง•ตอนที่ 14
อุปสรรคชิ้นโตจากคู่แข่ง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับผู้ตรวจการหน้านิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!