แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้ไขรหัสลับแห่งแผ่นดิน•ตอนที่ 2

เงาปริศนาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดแห้งกรังบนแผ่นเกราะหนังวัวชั้นดี ยังคงลอยอวลอยู่ในความเงียบงันภายในกระโจมบัญชาการหลัก กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายทหารฝ่ายเหนือ ที่แม้จะผ่านพ้นม่านราตรีอันเหน็บหนาวมาแล้ว แต่ความตึงเครียดระลอกใหม่กลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสุมทับด้วยถ่านไร้ควัน บรรยากาศในกระโจมพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบราวใบมีดกวาดมองไปยังร่างบางที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น อาภรณ์สีขาวนวลปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ของนางตัดกับความดิบเถื่อนของเสาไม้สนและผ้าดิบหยาบในกระโจมทหารอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตรงหน้า มีเพียงม้วนแผนที่เก่าคร่ำคร่าฉบับหนึ่งที่ถูกคลี่ออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวราวกับหยกสลัก "แม่ทัพเว่ย... ท่านคิดว่าค่ายกล 'เต่าดำพลิกสมุทร' ของกองทัพแคว้นเป่ยฉี ที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ ณ หุบผาอัสดง มีจุดอ่อนอยู่ที่ใดเล่าครับ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่ากังวานก้องและทรงพลังพอที่จะดึงสติของนายทหารผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนให้หันมามอง เว่ยหลงไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะประจัญบาน ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะสีดำสนิทแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมา ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นหรี่แคบลงพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่า กุนซือคนใหม่ที่ราชสำนักส่งมาสนับสนุนกองทัพพิทักษ์แดนเหนือ จะเป็นเพียงสตรีบอบบางผู้มีดวงตาดุจดั่งประกายดาวเหนือที่ซ่อนความลับอันลึกล้ำไว้เบื้องหลัง "หลี่จือ..." นามนั้นหลุดจากริมฝีปากหนาของแม่ทัพผู้เยือกเย็น น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินกระทบกันในลำธารยามค่ำคืน "เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในเขตทหารยามวิกาลเช่นนี้ โดยไม่มีแม้แต่ทหารยามมารายงาน... หรือเจ้าคิดว่า ศาลทหารของข้าไม่มีคมดาบพอที่จะเด็ดหัวสตรีที่กล้าล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม" ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้านวลเนียนนั้นแม้แต่น้อย หลี่จือเพียงแต่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเย้ยหยันในกฎเกณฑ์อันแข็งกระด้างของบุรุษเพศ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะบัญชาการอีกก้าวหนึ่ง แสงจากตะเกียงน้ำมันวับแวมสาดกระทบโครงหน้าได้รูปและปลายคางเชิดรั้น "หากข้าหวังเพียงรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากคมดาบของท่าน ข้าคงไม่เลือกเดินเข้ามาในปากเสือเช่นนี้หรอกครับท่านแม่ทัพ" หลี่จือเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่รักษาระดับความสุภาพไว้อย่างน่าประหลาด "ทว่า สิ่งที่ข้าถืออยู่ในมือเวลานี้ หาใช่กระดาษสาไร้ค่า แต่มันคือเส้นทางรอดของทหารนับหมื่นนายในค่ายของท่าน ที่กำลังจะกลายเป็นผีเฝ้าหุบผาอัสดงในอีกสามวันข้างหน้า หากท่านยังคงดึงดันที่จะบุกตีค่ายกลนั้นด้วยตำราพิชัยสงครามฉบับเดิม" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง เสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอกกระโจมราวกับจะช่วยขับเน้นความกดดันภายในให้ทวีความรุนแรงขึ้น เว่ยหลงมิได้ขยับเขยื้อnกาย ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเต็มที่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสร้างเงาทะมึนทาบทับร่างของนางจนมิด แต่นั่นมิได้ทำให้นางถอยร่นแม้แต่ครึ่งก้าว มือหนายื่นออกไปแตะที่ขอบม้วนแผนที่เก่าคร่ำคร่า ปลายนิ้วสัมผัสโดนกระดาษเนื้อหยาบที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ลายเส้นหมึกจีนโบราณบนนั้นมิใช่แผนที่ภูมิประเทศทั่วไป แต่เป็นผังดาราศาสตร์ที่ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับกระบวนทัพทางทหารอย่างแนบเนียน ซึ่งมีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเท่านั้นที่จะถอดรหัสความลับนี้ได้ "นี่คือ..." เว่ยหลงขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสัญลักษณ์รูปกลุ่มดาวเต่าดำและเสือขาวที่ถูกตอกย้ำด้วยหมึกสีชาด "แผนที่ลับของแคว้นเป่ยฉีเหตุใดจึงมาอยู่ในมือของเจ้า" "ท่านแม่ทัพโปรดจำไว้เถิดว่า ในราชสำนักเวลานี้ มิได้มีเพียงท่านอัครเสนาบดีฉินผู้กระหายอำนาจเท่านั้นที่กุมหมากตานี้ไว้" หลี่จือเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกเก็บงำมาเนิ่นนาน "ตระกูลหลี่ของข้าถูกป้ายสีว่าเป็นกบฏ ก็เพราะแผนที่ฉบับนี้เช่นกัน และบัดนี้ ข้าเพียงนำมันกลับมามอบให้ผู้ที่เหมาะสมที่สุด... เพื่อใช้มันเด็ดหัวพวกทรยศให้สิ้นซาก" ในวินาทีนั้น เว่ยหลงรู้สึกราวกับมีกระแสลมเย็นเฉียบพัดผ่านขั้วหัวใจ ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียสคนรักในสนามรบเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในห้วงคำนึง ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดถูกกระตุ้นด้วยแววตาอันเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่สายลับของศัตรู... แต่นางคือวิญญาณแห่งการแก้แค้นที่เดินดิน และก้าวเข้ามาในชีวิตเขาพร้อมกับเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน ก่อนที่เว่ยหลงจะได้เอ่ยวาจาใดออกมาเพื่อซักถามความจริงให้กระจ่างชัด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากภายนอกกระโจม พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกที่ทำลายบรรยากาศอันเงียบงันลงสิ้นเชิง "ท่านแม่ทัพครับ! มี... มีราชโองการด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงมาถึงมือท่านแล้วพะยะค่ะ!" เว่ยหลงชะงัก สายตาคมกริบละออกจากใบหน้าของหลี่จือชั่วขณะ เขารับม้วนกระดาษประทับตราครั่งสีชาดจากมือนายทหารที่คุกเข่าตัวสั่นเทาขึ้นมาเปิดอ่าน ทันทีที่กวาดสายตาผ่านอักษรหมึกดำบรรทัดแรก ร่างกายของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายก็พลันแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าราชโองการฉบับนี้มิได้มาเพื่อสนับสนุนกองทัพ ทว่ามันคือคำสั่งประหารชีวิตโดยทางอ้อม ที่ลงนามด้วยลายมือของอัครเสนาบดีฉินผู้เรืองอำนาจ! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับตัวอักษรและประวัติศาสตร์หน้าสำคัญนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้ไขรหัสลับแห่งแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%