กลิ่นคาวเลือดเจือจางในสายลมหนาวที่พัดมาจากเทือกเขาหยินซาน ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดบนใบหน้าของแม่ทัพเว่ยหลงคลายลงแม้แต่น้อย
ร่างสูงสง่าในชุดเกราะเหล็กกล้าดำสนิทประดับลวดลายพยัคฆ์คำราม ยืนนิ่งสนิทอยู่บนป้อมปราการหินผาอันสูงชัน นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขาจับจ้องไปยังเบื้องล่าง ท้องทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล ณ ดินแดนบูรพา บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยธงรบสีชาดของกองทัพแคว้นเป่ยอี้ที่แผ่ขยายกำลังโอบล้อมเข้ามาทุกทิศทุกทางราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด
"ท่านแม่ทัพครับ ข้าศึกส่งกองระวังหน้าเข้าตีฐานเสบียงทางทิศเหนือแตกแล้ว ม้าเร็วเพิ่งมารายงานเมื่อครู่!" รองแม่ทัพกงรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากท่ามกลางอากาศหนาวจัด
เว่ยหลงยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่นั้นทอดมองแผนที่ภูมิประเทศบนแผ่นหนังดิบที่กางอยู่บนโต๊ะศาลากลางสนามรบ ปลายนิ้วที่สวมแหวนหยกมันแพะเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความเงียบงันของเขามีอำนาจกดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามของกลองศึก
นี่ไม่ใช่การปะทะตามธรรมดา... ศัตรูไม่ได้ใช้กำลังพลเข้าหักหาญดังเช่นเคย แต่พวกมันกำลังเล่นเกมจิตวิทยา ดึงกองกำลังหลักของต้าเฉิงให้ออกมาติดกับดักในหุบเขาอัสดง พื้นที่ซึ่งไร้ซึ่งแหล่งน้ำและมีเส้นทางถอยร่นเพียงทางเดียว
"พวกมันไม่ได้ต้องการเผาทำลายฐานเสบียง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "พวกมันต้องการบีบให้เราส่งกำลังเสริมออกไป แล้วจึงใช้กองกำลังทหารม้าเร็วตัดขบวนทัพของเราให้ขาดเป็นสองท่อนในหุบเขา"
"เช่นนั้น... เราควรทำอย่างไรดีครับท่านแม่ทัพ หากนิ่งเฉย ทหารที่แนวหน้าจะอดตายและเสียขวัญกำลังใจ แต่หากเคลื่อนทัพ..." รองแม่ทัพกงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เคลื่อนทัพคือความตาย ไม่เคลื่อนทัพคือความพ่ายแพ้" เว่ยหลงแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางตาขยับตามแรงอารมณ์ นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน ความผิดพลาดที่เขาเคยสูญเสียสหายร่วมรบและคนรักไปในภูมิประเทศลักษณะนี้ บทเรียนนั้นแลกมาด้วยเลือดเนื้อและหยาดน้ำตา ซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นครั้งที่สอง
ทว่า ในยามที่สถานการณ์กำลังตกเป็นรองจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นประหนึ่งเสียงดีดพิณสายเอกก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีเทาเข้มปักลายเมฆาคล้อย ตัวอาภรณ์เรียบง่ายทว่าตัดเย็บอย่างประณีตบ่งบอกถึงรสนิยมอันสูงส่ง ใบหน้างดงามลึกล้ำราวกับภาพวาดพู่กันจีนถูกซีกหนึ่งบังไว้ด้วยผ้าแพรโปร่งสีดำ ดวงตาดอกท้อคู่คมฉายแววเฉลียวฉลาดล้ำลึกราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงกลยุทธ์ทั้งสามสิบหก
นางคือกุนซือผู้มาใหม่... หญิงสาวผู้ไร้ที่มาที่ไปนามว่า 'หลี่จือ'
"ท่านแม่ทัพคำนวณทิศทางลมผิดไปก้าวหนึ่งแล้วกระมังครับ" น้ำเสียงหวานใสแต่นิ่งสงบเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้ผู้ใดเชื้อเชิญ นางก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าโต๊ะแผนที่ โดยไม่เกรงกลัวต่อรังสีสังหารแผ่ซ่านรอบตัวแม่ทัพหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
เว่ยหลงหันขวับมามองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ "ที่นี่คือสนามรบ ไม่ใช่สถานที่ให้สตรีเช่นเจ้ามาต่อรองหรือออกความเห็น ถอยไปเสีย"
หลี่จือไม่สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับขบขันความดื้อรั้นของผู้ชายที่เชื่อมั่นในตำราพิชัยสงครามจนตาบอด นางหยิบหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้ววางลงบนจุดอับของแผนที่—จุดที่เว่ยหลงจงใจมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเพียงหน้าผาชัน
"ท่านคิดว่าแม่ทัพศัตรูอย่างข่านอู๋หลาน เป็นคนประเภทที่จะใช้กำลังเข้าหักหาญอย่างเดียวหรือครับ" หลี่จือเอ่ยถามพร้อมเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นลึกล้ำดึงดูดจนเว่ยหลงชะงักไปชั่วขณะ "เขากำลังรอให้ท่านส่งทหารม้าไปช่วยฐานเสบียง เพื่อที่เขาจะได้จุดไฟเผาป่าสนทางทิศใต้ ควันไฟจะพัดพาพิษจากหญ้าอัคคีรมย์เข้าสู่ค่ายใหญ่ของเรา... ภายในสามั่วยาม ทหารครึ่งแสนของท่านจะล้มป่วยจนหมดเรี่ยวแรง โดยไม่ต้องให้ทหารเป่ยอี้ดาหน้าเข้ามาฟันแม้แต่ดาบเดียว"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าแลบผ่าลงกลางใจกลางค่ายทหาร เว่ยหลงนิ่งงิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ข้อมูลเรื่อง 'หญ้าอัคคีรมย์' เป็นความลับทางการแพทย์และภูมิศาสตร์ขั้นสุดยอด คนนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้ เว้นแต่ผู้ที่เชี่ยวชาญตำชาติตำราโบราณและดาราศาสตร์อย่างถ่องแท้
ก่อนที่เว่ยหลงจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เสียงระฆังศึกจากหอคอยทิศตะวันออกก็ดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันสามครั้ง!
ทหารยามวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าคำนับด้วยความหวาดกลัว "เรียนท่านแม่ทัพ! มี... มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงมาถึงมือท่านแล้วครับ!"
สิ่งพิมพ์ม้วนผ้าไหมสีเหลืองอร่ามถูกประทับด้วยลัญจกรหยกมังกรทอง
เว่ยหลงรับม้วนพระราชโองการมาด้วยมือที่มั่นคง ทว่าเมื่อคลี่ออกอ่าน ข้อความลายมือตวัดเฉียบคมที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้เลือดในกายของแม่ทัพผู้เยือกเย็นแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
— พระราชโองการสั่งปลดเว่ยหลงจากตำแหน่งแม่ทัพบูรพา พร้อมแต่งตั้งให้แม่ทัพรองผู้สนับสนุนอัครเสนาบดีฉิน เข้ามารับช่วงบัญชาการรบแทนทันที พร้อมกับคำสั่งลับอีกฉบับที่แนบมาด้วย: *ให้นำตัวกุนซือหลี่จือ กลับไปรับโทษทัณฑ์ฐานกบฏ ณ เมืองหลวงโดยเร่งด่วน*
บรรยากาศในกระโจมพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบราวใบมีดกวาดมองไปยังร่างบางที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้ไขรหัสลับแห่งแผ่นดิน•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนพรมแดนบูรพา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้ไขรหัสลับแห่งแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!