เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 26

ภาพลวงตา

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“นายกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า กวินทร์?” เสียงของรินรดาดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัว เธอไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู แสงไฟจากป้ายนีออนนอกอาคารที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ ทำให้มิติมุมมองของกวินทร์บิดเบี้ยวไปชั่วขณะ กวินทร์ไม่ได้หันไปมอง เขาจ้องมองภาพถ่ายใบเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน—ภาพที่เขาจำได้แม่นว่าถ่ายเมื่อห้าปีก่อน วันที่เขากับธันวายืนยิ้มให้กล้องหน้าสถานีรถไฟเก่า แต่ในภาพถ่ายใบที่อยู่ในมือตอนนี้ ธันวาไม่ได้ยิ้ม มุมปากของเพื่อนเก่าคนนั้นกลับบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง ริน” กวินทร์ตอบ เสียงของเขาแหบแห้งคล้ายคนไม่ได้ดื่มน้ำมาตลอดทั้งคืน “ฉันแค่... พยายามจะปะติดปะต่อเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่” “เศษเสี้ยวที่นายเห็น มันเป็นของจริง หรือเป็นแค่สิ่งที่คุณอยากให้มันเป็นกันแน่?” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดทิ้งไว้เผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของเธอ เธอวางแฟ้มเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะ “ธันวาไม่ได้อยู่ที่นั่นในวันนั้น และภาพถ่ายที่นายพยายามรักษาไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า... มันถูกแก้ไขด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเกรดทหาร กวินทร์ นายกำลังไล่ล่าเงาที่ไม่มีตัวตนอยู่” กวินทร์นิ่งอึ้ง เขาพยายามนึกย้อนกลับไปถึงวันที่เกิดอุบัติเหตุ ภาพความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ ในใจของเขามีเสียงเบรกของรถยนต์ เสียงกรีดร้อง และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มของธันวาที่ยื่นมือมาช่วยเขาเสมอในเวลาที่เขามืดแปดด้าน “ธันวาช่วยฉันไว้ เขาเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉันตอนที่ครอบครัวฉันทอดทิ้งฉันไป” กวินทร์กัดฟันแน่น สันกรามของเขานูนเด่นออกมาด้วยความโกรธปนความสับสน “อย่ามาบอกให้ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ริน” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอก้องสะท้อนไปมาในห้องที่เงียบงัน “ถ้าอย่างนั้นก็นี่ไง สิ่งที่นายควรเห็น” เธอเลื่อนแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งไปตรงหน้าเขา หน้าจอแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในคืนวันที่เกิดเหตุที่เขาลืมเลือน ในภาพนั้น กวินทร์ไม่ได้ขับรถคนเดียว ธันวานั่งอยู่ที่เบาะข้างๆ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือในจังหวะก่อนการปะทะ ธันวาไม่ได้พยายามจะช่วยดึงพวงมาลัยกลับมา หรือกรีดร้องด้วยความตกใจ เขาเพียงแค่ขยับตัวไปฝั่งตรงข้าม และจ้องมองกวินทร์ด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วกระโดดออกไปในวินาทีที่รถกำลังพุ่งเข้าชนกำแพง ลมหายใจของกวินทร์ติดขัด เขารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ภาพที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา ความอบอุ่นที่เขาเคยได้รับจากธันวา แท้จริงแล้วเป็นเพียงยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำตาล “นี่คือภาพจริง หรือภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายเขา?” กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “มันขึ้นอยู่กับว่านายต้องการจะตื่นจากฝันร้ายนี้ไหม กวินทร์” รินรดาตอบเสียงต่ำ เธอเอื้อมมือมาแตะไหล่เขาเบาๆ “ธันวาไม่ได้เป็นศัตรูทางธุรกิจของนายเพียงอย่างเดียว เขาคือคนเดียวที่กุมกุญแจทุกดอกที่ล็อกความทรงจำของนายไว้ และเขาก็รู้ดีว่าถ้าวันไหนนายจำได้... เขาจะเป็นคนแรกที่ต้องชดใช้” กวินทร์ลุกขึ้นยืนกะทันหัน เก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ความเงียบกลับคืนมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างมีรถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ไฟหน้ารถคันนั้นสว่างวาบขึ้นมาสองครั้ง เป็นจังหวะที่คุ้นเคย... จังหวะการส่งสัญญาณที่เขากับธันวาเคยใช้กันสมัยเรียน “เขาอยู่นั่น...” กวินทร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความอาฆาตที่ยากจะสะกด “ธันวาไม่ได้หลบซ่อน เขามาที่นี่เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ฉันเห็นในจอภาพ... คือจุดจบของฉันจริงๆ” กวินทร์เดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะ ล็อกที่ถูกใส่กุญแจไว้อย่างแน่นหนาถูกเปิดออก เผยให้เห็นรูปถ่ายอีกใบที่ซ่อนไว้ใต้แผ่นไม้ มันเป็นภาพของรินรดาที่ยืนอยู่ข้างธันวา ในสถานีรถไฟแห่งเดิม... ภาพที่ทั้งคู่กำลังยิ้มให้กันด้วยท่าทางที่สนิทสนมเกินกว่าคนแปลกหน้าจะทำกัน เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากข้างหลัง รินรดาที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับตัว แต่ทว่าเงาของเธอบนผนังกลับไม่ได้สอดคล้องกับตำแหน่งการยืนของเธอแม้แต่นิดเดียว เงาบนผนังนั้นกำลังถืออาวุธบางอย่างไว้ในมือ... ในขณะที่รินรดาตัวจริงยังคงยืนกอดอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย “เธอบอกว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงสินะ” กวินทร์พูดขึ้นโดยไม่หันกลับไป “งั้นช่วยบอกที... ว่าใครกันแน่ที่กำลังหลอกตัวเองอยู่ ระหว่างฉัน... หรือเธอกับเขากันแน่?” ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับไป ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ธันวาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา แต่ในมือของธันวากลับถือปืนพกกระบอกเล็กที่เงียบสนิท และรินรดาก็เปลี่ยนท่าทีไปทันที เธอเดินไปยืนข้างธันวาอย่างสนิทสนมราวกับว่าบทสนทนาเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น “กวินทร์เพื่อนรัก” ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “นายควรจะตายไปพร้อมกับความทรงจำที่ฉันสร้างให้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่น่าเสียดาย... ที่นายดันพยายามจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่ผิดที่สุด” ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์หวังว่าทุกท่านจะยังคงสนุกไปกับความลวงในโลกของพวกเขาครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%