เสียงปืนเก็บเสียงที่ดังเพียง ‘ฟึ่บ’ เบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของปีศาจ แต่มันกลับก้องสะท้อนอยู่ในความรู้สึกของกวินทร์อย่างรุนแรง กระสุนนัดนั้นเฉี่ยวผ่านแก้มของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทิ้งรอยแสบร้อนและกลิ่นดินปืนจางๆ ไว้กลางอากาศ
กวินทร์ทรุดตัวลงหลบหลังเสาปูนเปลือยในโกดังร้างที่เย็นเยียบ เขากัดฟันแน่น เลือดหยดเล็กๆ ซึมออกมาจากบาดแผล หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะถ้อยคำของธันวายังคงวนเวียนอยู่ราวกับแมลงที่บินตอมแผลสด
“นายควรจะตายไปพร้อมกับความทรงจำที่ฉันสร้างให้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว...”
“ความทรงจำที่นายสร้างขึ้นมางั้นรึ ธันวา?” กวินทร์ตะโกนกลับไป น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความเคียดแค้นที่พยายามสะกดไว้ “นั่นคือคำสารภาพใช่ไหม ว่าทุกอย่างที่ฉันเป็น... ทุกอย่างที่ฉันเชื่อว่าตัวเองเคยผ่านมา มันคือเรื่องหลอกลวง!”
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาเดินออกมาจากเงามืดอย่างไม่เกรงกลัว มือข้างหนึ่งหมุนปืนในมือเล่นอย่างใจเย็น สายตาที่เคยมองกวินทร์เป็นเพื่อนรัก บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าราวกับมองดูเศษซากของสิ่งของที่หมดประโยชน์
“ความจริงเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะกวินทร์ ถ้านายได้รับรู้ว่ารอยแผลเป็นในอดีตของนายมันไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เกิดจากน้ำมือของคนที่นายเรียกว่า 'ครอบครัว' นายจะยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อตามหามันอีกไหม?”
กวินทร์นิ่งอึ้ง ในจังหวะที่เขากำลังจะโต้ตอบ รินรดาที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลก็ปรากฏตัวขึ้น เธอไม่ใช่นางเอกที่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวผิดกับท่าทีเงียบขรึมในยามปกติ เธอถืออุปกรณ์บันทึกเสียงขนาดเล็กในมือ และจ้องมองธันวาด้วยสายตาที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกัน
“เลิกเล่นละครสักทีธันวา!” รินรดาตวาด “ความจริงไม่ได้อยู่ในมือคุณ แต่มันอยู่ในหลักฐานที่ฉันถืออยู่... สิ่งที่คุณทำกับกวินทร์ ทุกอย่างถูกบันทึกไว้หมดแล้ว”
ธันวาหยุดเดิน เขามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในโกดังเย็นยะเยือกลงไปอีกหลายเท่า
“รินรดา... เธอช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารจริงๆ” ธันวาพูดเสียงเรียบ “เธอเชื่อจริงๆ งั้นหรือว่าหลักฐานกระจอกๆ ของเธอจะทำอะไรฉันได้? เธอคิดว่าใครกันที่ปล่อยให้เธอก้าวเข้ามาในเกมนี้? ใครกันที่ยอมให้เธอเข้าถึงข้อมูลพวกนั้นตั้งแต่วันแรก?”
คำพูดของธันวาทำให้กวินทร์ชะงัก รินรดาเองก็เริ่มเสียหลัก ดวงตาของเธอไหวระริก เธอพยายามยึดมั่นในความเชื่อของตัวเอง แต่ความคลางแคลงใจก็เริ่มกัดกิน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่กระทบพื้นคอนกรีตก็ดังขึ้นจากทางเข้าอีกด้าน ทั้งสามคนหยุดชะงักพร้อมกัน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่ลมหายใจยังดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย
ชายในชุดสูทสีเทาเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ดูภูมิฐาน ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยแสงไฟที่สลัวจากด้านบน เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีดั่งเจ้าของพื้นที่ที่แท้จริง สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่กวินทร์หรือรินรดา แต่มองไปที่ธันวาด้วยความเบื่อหน่าย
“เล่นสนุกกันพอหรือยัง?” ชายคนนั้นเอ่ย น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลัง แม้จะดูสุภาพแต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนกวินทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
ธันวาที่ดูหยิ่งผยองเมื่อครู่ กลับก้มศีรษะลงเล็กน้อยราวกับเป็นลูกน้องที่กำลังหวาดกลัวผู้เป็นนาย “ขออภัยครับ... ผมเพียงแค่กำลังจัดการปัญหาที่ตกค้างให้เรียบร้อย”
“ปัญหา?” ชายปริศนาเลิกคิ้ว สายตาของเขาเลื่อนมามองกวินทร์ “คนๆ นี้ไม่ใช่ปัญหา แต่นี่คือ 'ผลงาน' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ฉันเคยสร้างมา การที่แกพยายามจะทำลายมันทิ้งเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ... มันน่าเสียดายนะ ธันวา”
กวินทร์กำหมัดแน่น หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นว่าธันวาที่เขาเคยหวาดกลัว บัดนี้กลับดูไร้ซึ่งอำนาจเบ็ดเสร็จเมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้ นี่เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่กว้างใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มากนักงั้นหรือ?
ชายปริศนาเดินเข้ามาใกล้กวินทร์ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของผู้เป็นมิตร แต่มันคือรอยยิ้มของนักสะสมที่กำลังมองดูของเล่นชิ้นโปรดที่พังไปบางส่วน
“กวินทร์... นายอยากรู้ความจริงใช่ไหม?” ชายคนนั้นโน้มตัวลงมาข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะใบหน้าทำให้ขนลุกซู่ “ความจริงที่ว่า... นายไม่ใช่แค่เหยื่อของอุบัติเหตุ แต่นายคือหัวใจสำคัญของโครงการที่ฉันตั้งใจสร้างขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนแปลงความทรงจำของคนทั้งเมือง”
เขายืดตัวตรง ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลวางลงบนลังไม้ข้างๆ กวินทร์
“เปิดดูสิ แล้วนายจะเข้าใจว่า ทำไมรินรดาถึงต้องคอยอยู่ข้างนายตั้งแต่วันแรก... ไม่ใช่ในฐานะคู่คิด แต่ในฐานะ 'ผู้เฝ้าดู' ที่ได้รับคำสั่งมาจากฉัน”
กวินทร์หันไปมองรินรดาด้วยความตื่นตะลึง รินรดาหน้าซีดเผือด เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ชายคนนั้นกลับพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ตอนนี้... นายจะเลือกเชื่อใครดีล่ะ กวินทร์? ระหว่างเพื่อนที่หักหลังนาย กับผู้หญิงที่ได้รับมอบหมายให้มาหลอกให้นายตายใจตั้งแต่ต้นจนจบ?”
สิ้นคำพูดนั้น ปืนกระบอกหนึ่งถูกโยนลงที่แทบเท้าของกวินทร์ ชายปริศนาหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายไว้
“เลือกเอาเถอะว่าจะฆ่าใคร เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง... เพราะคนที่นายกำลังปกป้องอยู่นั่นน่ะ เพิ่งจะส่งพิกัดที่ตั้งของพวกเราให้คนของฉันมาปิดฉากทุกอย่างในอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีข้างหน้านี้แล้ว”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในบทนี้ และพบกันในตอนต่อไปที่ความจริงจะถูกกระชากออกมาอย่างไม่ปรานีครับ
โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 27
การปรากฏตัวของผู้บงการ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!