“โกหก...”
เสียงของกวินทร์แหบพร่าราวกับเศษแก้วที่เสียดสีกันภายในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่รินรดา หญิงสาวที่เขาเชื่อใจหมดหัวใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บนโต๊ะไม้เก่าที่ตั้งอยู่กลางห้องมืดสลัวนั้น พิกัดบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ธันวาวางทิ้งไว้ยังคงกะพริบแสงสีแดงเตือนภัย ราวกับจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งของคนที่อยู่ตรงหน้า
ธันวายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาที่จ้องมองมายังกวินทร์ไม่มีร่องรอยของมิตรภาพเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชที่ฉาบไว้ด้วยความสะใจ
“ถามเธอสิ กวินทร์” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่ากรีดลึกเข้าถึงกระดูก “ถามว่าทำไมคนที่นายเพิ่งจะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง ถึงได้มีเบอร์สายตรงของฉันอยู่ในเครื่องตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในชีวิตนาย”
กวินทร์ไม่หันไปมองรินรดา เขายังคงจ้องมองธันวา แต่ความสั่นไหวในม่านตานั้นบอกชัดเจนว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง เขารู้ดีว่าหากหันไปมอง จะต้องเห็นใบหน้าของคนที่เคยเป็นดั่งแสงสว่างในความมืดมิดของเขา กำลังสะท้อนความจริงที่โหดร้ายที่สุด
“ริน...” กวินทร์เรียกชื่อเธอเบาๆ “บอกฉันทีว่านั่นเป็นแผนที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกล่อมัน... บอกฉันว่าเธอไม่ได้ทำแบบนั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั้นยาวนานจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของกวินทร์ที่ดังแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินเข้าใกล้ขีดจำกัดของเวลา กวินทร์สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างหญิงสาวข้างกาย เธอไม่ได้ขยับหนี ไม่ได้ร้องไห้แก้ตัว ความเงียบของเธอนั้นดังกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวังบัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำที่ไร้เงาสะท้อน เธอไม่ได้มองกวินทร์โดยตรง แต่มองทะลุผ่านเขาไปราวกับเขากลายเป็นเพียงอากาศธาตุ
“ความทรงจำของนายมันคือคำสาป กวินทร์” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเพียงเสี้ยววินาที “บางเรื่อง... การให้มันหายไปเสียดีกว่าการต้องรับรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”
“เธอหมายความว่ายังไง” กวินทร์กัดฟันแน่น มือที่กำอาวุธในกระเป๋าเสื้อเริ่มสั่นเทา
“หมายความว่ามิตรภาพของเรามันตายไปตั้งแต่วันที่นายตัดสินใจเลือกเส้นทางนั้นแล้ว” ธันวาแทรกขึ้น พร้อมกับก้าวลุกขึ้นยืนช้าๆ เขากดปุ่มบนสมาร์ทโฟนเพื่อส่งสัญญาณขั้นสุดท้าย “พิกัดถูกยืนยันแล้ว อีกสามสิบวินาที คนของฉันจะเข้ามาเปลี่ยนสถานที่นี่ให้กลายเป็นหลุมศพของนาย... และรินรดา เธอควรออกมาจากตรงนั้นได้แล้ว”
กวินทร์ชะงัก สายตาที่เคยว่างเปล่าหันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง “เธอจะไปกับมันงั้นเหรอ ริน? ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ทุกอย่าง... มันคือการแสดงเหรอ?”
รินรดาหลับตาลงแน่น หยาดน้ำใสๆ ไหลรินอาบแก้มเพียงข้างเดียว ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าถอยหลังห่างจากกวินทร์ไปยืนเคียงข้างธันวาอย่างช้าๆ การกระทำนั้นเจ็บปวดเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาปะทะร่าง
“ฉันไม่ได้อยากให้มันจบแบบนี้” เธอพึมพำขณะหลบสายตา “แต่ฉันไม่มีทางเลือก”
กวินทร์ไม่ได้รั้งเธอไว้ เขาเพียงแต่หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริง มันเป็นเสียงของคนที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ธันวาเคยนั่ง สายตามองไปยังประตูไม้ที่กำลังถูกกระแทกจากคนภายนอก ฝุ่นผงเริ่มร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ตามแรงสั่นสะเทือนจากรถหุ้มเกราะที่กำลังล้อมกรอบที่มั่นแห่งนี้ไว้
“ธันวา” กวินทร์พูดขึ้นในขณะที่เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นทำลายกระจกหน้าต่าง “นายจำได้ไหมว่าวันสุดท้ายที่เราเป็นเพื่อนกัน เราสัญญากันว่าอะไร?”
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความสะใจกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขุดคุ้ยบาดแผลเก่า “อย่าเอาเรื่องไร้สาระพวกนั้นมาอ้างในวินาทีสุดท้าย กวินทร์! นายมันก็แค่คนทรยศที่สมควรได้รับจุดจบที่เจ็บปวดที่สุด!”
“ใช่... ฉันอาจจะทรยศนาย” กวินทร์ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่างกายจากบาดแผลในอดีตที่ยังไม่หายดี “แต่สิ่งที่นายกับรินลืมไปคือ... คนที่ความจำเสื่อม มักจะจดจำได้ดีที่สุดในวินาทีที่กำลังจะตาย”
กวินทร์หยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปกเสื้อออกมาและกดปุ่มหยุดการบันทึก ก่อนจะโยนมันไปที่มุมห้อง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูบานใหญ่ถูกพังทลายลงพร้อมกับแสงสว่างจ้าจากไฟฉายแรงสูงของหน่วยจู่โจมที่ธันวาส่งมา
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น กวินทร์กลับไม่ได้วิ่งหนี เขาหันไปมองรินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดีดตัวกระโจนออกไปทางหน้าต่างที่แตกร้าว ทิ้งให้ธันวายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับเครื่องบันทึกเสียงที่กำลังกะพริบแสงสีเขียวบอกสถานะว่าข้อมูลทั้งหมดได้ถูกส่งต่อไปยังเบื้องบนเรียบร้อยแล้ว
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองธันวาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเธอมั่นใจว่าสิ่งที่กวินทร์บันทึกไว้ ไม่ใช่แค่บทสนทนาเมื่อครู่ แต่มันคือความลับที่สามารถทำลายอาณาจักรของธันวาให้ย่อยยับภายในคืนเดียว
ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะก้าวไปคว้าเครื่องบันทึกเสียงนั้นเอง เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นจากชั้นล่างของอาคาร ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาคั่นกลางระหว่างเขากับรินรดา พร้อมกับร่างของชายชุดดำคนหนึ่งที่กระโดดลงมาจากช่องโหว่ของหลังคา—เขาไม่ใช่คนของธันวา และก็ไม่ใช่คนของกวินทร์
ชายคนนั้นขยับหน้ากากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นแผลเป็นที่คุ้นตาภายใต้แสงไฟที่วับแวม รินรดาถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อจำใบหน้าของคนคนนั้นได้แม่นยำ
"ใครส่งแกมา!" ธันวาตวาดลั่น
ชายปริศนาเพียงแต่แสยะยิ้มก่อนจะชี้ปลายกระบอกปืนไปที่เครื่องบันทึกเสียงบนพื้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "คนในอดีตที่พวกแกพยายามจะลบมันออกไปไงล่ะ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของรอยอดีตในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 28
มิตรภาพที่แปรเปลี่ยน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!