กลิ่นสนิมเหล็กและน้ำมันเครื่องเก่าๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสียงหยดน้ำจากเพดานรั่วไหลกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่คอยบั่นทอนสติสัมปชัญญะของกวินทร์ทีละน้อย รินรดาขยับกายเข้ามาชิดร่างของเขาในเงาอับทึบ ฝ่ามือเรียวเย็นเฉียบส่งผ่านมายังต้นแขนของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้หยุดนิ่ง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูกลหุ้มเหล็กหนาที่ถูกพรางด้วยกองลังกระดาษหลุดลุ่ย แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมจากช่องระบายอากาศด้านบนสาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าครึ่งซีกของธันวา ชายผู้ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทร่วมเรียงเคียงหมอน แต่บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหลังเงาดำทั้งหมดที่พรากความทรงจำและครอบครัวของกวินทร์ไป
"เขาไม่ได้อยู่ที่นี่... ธันวากำลังย้ายข้อมูลทั้งหมดออกไป" รินรดากระซิบชิดริมหู ลลมหายใจของเธอเจือความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดระแวงต่อสิ่งที่อยู่หลังประตูนั่น
กวินทร์ไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องไปยังรหัสผ่านแป้นอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่ข้างบานประตู สมองที่เคยว่างเปล่าและถูกหมอกควันแห่งความทรงจำบดบังมานานนับปี เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทีละเสี้ยว ภาพเหตุการณ์ในคืนอุบัติเหตุ ภาพเปลวเพลิง และเสียงหัวعيอันเย็นเยียบของธันวาผุดวาบขึ้นมาในหัวจนขมับเต้นตุบๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาดั่งมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทง แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะยอมจำนนต่อความเปราะบางทางอารมณ์
"ผมจำได้แล้ว..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอของกวินทร์อย่างแผ่วเบา ระคนความเคียดแค้นที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ "รหัสผ่าน... มันคือวันที่บริษัทของเราเริ่มก่อตั้ง วันที่ธันวาหักหลังพวกเราเป็นครั้งแรก"
นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยกดลงบนแป้นพิมพ์ตัวเลขทีละตัวอย่างแม่นยำ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน เสียงปลดล็อกดัง *คลิก* เบาหวิวราวกับเสียงระเบิดเวลาที่ถูกปลดชนวน ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องทำงานลับภายในที่สว่างจ้าด้วยแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่อง
ทว่า... ภายในห้องนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างของธันวาอย่างที่คาดการณ์ไว้
มีเพียงเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ที่หันหลังให้ประตู หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกตัวกำลังรันโค้ดโปรแกรมบางอย่างด้วยความเร็วสูง และตรงกลางโต๊ะทำงาน มีแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มวางอยู่โดดเดี่ยว พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน
*“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของความจริง, กวินทร์... นายมาช้าไปสามก้าวเสมอ”*
รินรดาก้าวตามเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล "ระวัง... นี่มันแปลกเกินไป ธันวาฉลาดเกินกว่าจะทิ้งหลักฐานไว้แบบนี้"
กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ข้างในไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจอย่างที่คิด แต่มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ของเขา รินรดา และครอบครัว ในวันวานก่อนเกิดอุบัติเหตุ ทุกใบถูกกรีดด้วยรอยมีดจนยับเยิน ราวกับต้องการทำลายล้างตัวตนของเขาให้สิ้นซาก ทันใดนั้น ไฟนีออนทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ
ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา เหลือเพียงแสงกะพริบสีแดงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แปรเปลี่ยนเป็นข้อความแจ้งเตือนระบบนับถอยหลัง: **[System Self-Destruct in 03:00]**
เสียงล็อกประตูกลไกอัตโนมัติดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำผ่านลำโพงซ่อนรูปที่ดังกระหึ่มไปทั่วทุกมุมห้อง เป็นเสียงของธันวา... เสียงที่กวินทร์จำได้ไม่เคยลืม
"ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะเพื่อนรัก หวังว่าของขวัญชิ้นสุดท้ายนี้ จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำส่วนที่หายไปของนายได้จนวันตาย..."
ก่อนที่กวินทร์จะทันได้ขยับตัวเพื่อหาทางหนี แสงแฟลชสว่างวาบจากมุมห้องก็สาดเข้าใส่ใบหน้าของเขากับรินรดา พร้อมกับร่างเงาดำมหึมาของชายฉกรรจ์สวมหน้ากากอนามัยไม่ต่ำกว่าสี่คน ที่ก้าวออกมาจากช่องลับหลังชั้นหนังสือ พร้อมอาวุธครบมือในความมืดมิด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 39
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!