เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 38

ความหวังริบหรี่

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าคุณคิดว่าการส่ง 'เบี้ย' ตัวนี้มา จะทำให้ผมยอมลดราวาศอกลงได้ คุณกำลังดูถูกสติปัญญาของผมเกินไปหน่อยนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบราคาแพง เขาไม่ได้หันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกฟากของโต๊ะทำงานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ เพียงแต่จ้องมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวงผ่านกระจกบานสูงด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก รินรดากำหมัดแน่นอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม เธอยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าคำพูดต่อจากนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต "ธันวา... เราต่างก็รู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่เบี้ย" รินรดาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง "เขาคือคนเดียวที่ถือครองกุญแจที่หายไป ถ้าคุณกำจัดเขาตอนนี้ ความลับเรื่องกองทุนสำรองที่คุณพยายามปกปิดมาตลอดสามปี จะกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับเขา" ธันวาหมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าคมคายนั้นปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือวางบนโต๊ะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเพื่อหาพิรุธ "เธอช่างกล้านะที่ขู่คนอย่างฉัน... ด้วยเรื่องที่ฉันเป็นคนกุมบังเหียนมาแต่แรก" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอแค่นยิ้มบางๆ แล้ววางแฟ้มสีดำเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ "ดูนี่สิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมฉันถึงกล้า" --- ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ร้างชายขอบเมือง กวินทร์กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เก่าๆ แสงไฟจากหลอดนีออนสลัวๆ แกว่งไกวไปมาตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนัง เขาจ้องมองภาพถ่ายใบหนึ่งในมือ—ภาพชายสองคนที่กำลังกอดคอกันด้วยความสนิทสนม คนหนึ่งคือตัวเขาในวัยเยาว์ อีกคนคือธันวา "มึงจำได้ไหม..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "วันที่เราสาบานว่าจะไม่ทิ้งกัน... มึงทำลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ หรือแค่มึงไม่เคยให้ค่ามันเลย" ความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เริ่มกลับมาประกอบร่างกันเหมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกเติมเต็มด้วยเลือดและหยาดเหงื่อ อุบัติเหตุในวันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รถที่เบรกแตก เสียงโครมคราม และความมืดมิดที่กลืนกินเขาทั้งเป็น... ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น ภาพของใครบางคนที่มีรอยสักรูปเข็มนาฬิกาบนข้อมือ—รอยสักเดียวกับที่เขาเห็นในรายงานลับที่รินรดาลักลอบส่งมาให้ เขาหยิบปืนพกขึ้นมาตรวจสอบกลไก เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในความเงียบ นี่ไม่ใช่การล้างแค้น แต่มันคือการทวงคืนความถูกต้องที่ถูกขโมยไป รินรดาเดินเข้ามาในห้องช้าๆ เธอเห็นกวินทร์ในสภาพที่ดูผอมโซแต่ดวงตากลับคมกล้าดั่งเหยี่ยว "เขารับข้อเสนอแล้ว" รินรดากล่าวขึ้น กวินทร์หันขวับมามองเธอ "หมายความว่ายังไง?" "ธันวาต้องการข้อมูลจากรหัสลับในสมองของคุณ เขาไม่ฆ่าคุณหรอก... อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะมั่นใจว่าคุณไม่มีค่าอะไรแล้ว" เธอเดินเข้ามาใกล้ แล้ววางมือบนไหล่เขา "กวินทร์ เรามีทางเลือกเดียว คือการทำให้เขาสูญเสียอำนาจการควบคุมทั้งหมดในคืนนี้ที่งานประมูลหุ้น" กวินทร์วางปืนลงในซองพก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางมองกระจกเงาที่สะท้อนภาพชายหนุ่มที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าผาก แต่นัยน์ตานั้นไม่ใช่คนเดิมที่สับสนและหวาดกลัวอีกต่อไป "ถ้าเขาต้องการความทรงจำของฉัน... ฉันจะมอบมันให้เขาเอง แต่จะเป็นความทรงจำที่เขาจะต้องจดจำไปจนวันตาย" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังขนลุก --- ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุง แสงไฟระยิบระยับล้อไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกที่ขับกล่อมผู้คนในแวดวงธุรกิจ ธันวากำลังยืนถือแก้วไวน์อยู่ท่ามกลางบรรดานักลงทุน เขาดูสง่างามและไร้ที่ติ แต่ทว่าเขากลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากมุมมืดของห้อง เขาหันไปมอง เห็นกวินทร์ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่ทว่านิ่งงันดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ธันวาวางแก้วไวน์ลงบนถาดพนักงานที่เดินผ่าน เขาเดินตรงไปหากวินทร์ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "ยินดีต้อนรับนะ กวินทร์... ดูท่าทางนายจะจำอะไรได้มากขึ้นแล้วสินะ" ธันวาจงใจเน้นเสียงต่ำให้ได้ยินกันเพียงสองคน กวินทร์ขยับยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นยิ้มที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ "ฉันจำได้หมดแล้ว ธันวา" กวินทร์กระซิบตอบขณะขยับเข้าไปใกล้ "จำได้แม้กระทั่งว่า... ใครเป็นคนตัดสายเบรกในรถคันนั้น" ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้าง ทว่าเขายังคงรักษาท่าทีไว้ได้อย่างเยือกเย็น "งั้นก็ดีแล้ว นายควรจะเอาความทรงจำนั้นไปเก็บไว้ในกรงขัง... เพราะถ้ามันหลุดออกมาล่ะก็ คนที่จะซวยไม่ใช่ฉันหรอกนะ" กวินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่าง ทันใดนั้น ไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลง เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังระงมไปทั่วโถงใหญ่ ในความมืดมิดที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด! เสียงนั้นก้องกังวานเหนือเสียงดนตรีและเสียงความวุ่นวาย เมื่อไฟสำรองสว่างขึ้น ผู้คนต่างแตกตื่นมองไปที่ใจกลางห้อง... ร่างของธันวาทรุดลงกับพื้น ทว่าสิ่งที่อยู่ข้างๆ เขาไม่ใช่กวินทร์ แต่เป็นซองเอกสารสีขาวที่มีตราประทับของตำรวจสากล กวินทร์หายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงข้อความบนหน้าจอมือถือของธันวาที่วางอยู่ข้างตัว: *'เบี้ยตัวนี้... รุกฆาตคุณแล้ว'* ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดาก็เดินออกมาจากเงามืดด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้ถือปืน แต่ถือรูปถ่ายอีกใบที่เพิ่งได้มาใหม่... รูปถ่ายที่มีกวินทร์และธันวายืนอยู่ในห้องสอบสวนของตำรวจเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับข้อความใต้ภาพที่เขียนด้วยลายมือของกวินทร์ว่า *'เราเป็นคนเดียวกัน'* หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความซับซ้อนของปมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%