เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 37

พันธมิตรใหม่

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“คำพูดของธันวา... มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำพิพากษาครับ ริน” กวินทร์วางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า เสียงกระแทกเบาๆ นั้นดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ เขาจ้องมองภาพถ่ายใบหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลับของกรรมาธิการทุจริตที่เขาเพิ่งได้รับมา ใบหน้าของชายในรูปนั้นดูซีดเซียว ดวงตาเลื่อนลอย แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่—รอยแผลเดียวกับที่เขาสังเกตเห็นบนตัวของ ‘เหยื่อ’ อีกหลายรายที่ธันวาเคยเหยียบย่ำผ่าน รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคมกล้าคู่นั้นจ้องมองกวินทร์ราวกับจะกรีดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับนิ้วเรียวบางเกลี่ยขอบแก้วกาแฟที่เย็นชืด “ถ้ากวินทร์คิดว่าตัวเองเป็นเบี้ย คำถามคือ... ใครกันที่เป็นคนเดินหมากตาต่อไปให้เรา” เธอเว้นจังหวะ “ฉันสืบมาได้แล้ว ว่าคนๆ นี้อยู่ที่ไหน เขาไม่ได้ถูกธันวาฆ่าทิ้งอย่างที่ใครๆ คิด แต่เขาถูก ‘ขัง’ ไว้ในที่ที่ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปถึง” กวินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความว่างเปล่าเป็นความมุ่งมั่นที่แฝงไปด้วยความแค้นลึกๆ “เรากำลังไปหาเขาใช่ไหมครับ?” “ใช่ครับ แต่นายต้องจำไว้ว่า สิ่งที่จะได้ยินหลังจากนี้ มันอาจจะทำให้นายอยากเลิกเป็นหมาก แล้วยอมเป็นเพียงแค่กระดานที่ถูกทิ้งเสียดีกว่า” รถยนต์สีเทาคันเก่งเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางคดเคี้ยวสู่เขตชานเมืองที่ไร้ซึ่งผู้คน บ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หลังกำแพงสูงใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ดูราวกับซากปรักหักพังของความทรงจำ กวินทร์ก้าวลงจากรถ ความเย็นยะเยือกของอากาศพุ่งเข้าปะทะผิวกาย แต่สิ่งที่เย็นกว่าคือความรู้สึกที่ว่า ‘บางอย่าง’ กำลังเฝ้ามองเขาอยู่ พวกเขาเดินผ่านประตูไม้บานใหญ่ที่ไม่ได้ล็อคเข้าไปในโถงกลาง ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนวีลแชร์กลางห้อง สภาพร่างกายของเขาดูทรุดโทรมกว่าที่เห็นในรูปถ่ายมาก แต่ดวงตานั้น... ดวงตาที่ผ่านการถูกทำลายชีวิตโดยธันวามาแล้ว ยังคงมีความคมกล้าหลงเหลืออยู่ “กวินทร์... ในที่สุดนายก็มา” ชายคนนั้นเอ่ยเสียงแหบพร่า โดยไม่หันกลับมามอง กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณรู้จักผม?” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งกรอบ “ใครบ้างในนรกขุมที่ธันวาสร้างขึ้นจะไม่รู้จักชื่อนาย? นายคือคนที่เขากลัวที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน นายก็คือคนที่เขาสงสารที่สุดด้วย” “สงสาร?” กวินทร์กำหมัดแน่น “เขาทำลายครอบครัวผม เขาขโมยความทรงจำผมไป!” “เขาไม่ได้ขโมยไปหรอกกวินทร์” ชายคนนั้นหมุนวีลแชร์กลับมา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบนใบหน้าซีกซ้าย “เขาส่งมันคืนให้นาย... ในรูปแบบที่นายรับมือไม่ได้ต่างหาก” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงหัวใจของกวินทร์เต้นรัว รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอรู้ดีว่าคำถามต่อไปคือกุญแจที่ไขความลับทั้งหมด แต่กวินทร์กำลังจะถูกกระชากหน้ากากของอดีตที่เขาหวาดกลัวที่สุดออกมา “คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าเขาส่งมันคืนมาให้ผม?” กวินทร์ถาม พลางขยับเข้าไปใกล้ “นายอยากรู้ความจริงของคืนนั้นไหม? คืนที่อุบัติเหตุพรากทุกอย่างไป” ชายคนนั้นยื่นซองจดหมายสีเหลืองซีดให้ “ธันวาไม่ได้เป็นคนขับรถคันนั้นหรอกกวินทร์... แต่คนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ นายในคืนนั้นต่างหาก ที่เป็นคนถือพวงมาลัยและตัดสินใจหักเลี้ยวรถลงไปในเหวเพื่อให้ ‘เราสองคน’ ตายไปพร้อมกับความลับที่เขากำลังทำธุรกิจมืด” กวินทร์มือสั่นเทาขณะรับซองจดหมายมา เขามองหน้าชายคนนั้นด้วยความตระหนก แต่ก่อนที่เขาจะได้เปิดจดหมายฉบับนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น ‘เข็มกลัด’ ที่ติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อของชายคนนั้น มันเป็นเข็มกลัดรูปกุญแจไขว้... เข็มกลัดแบบเดียวกับที่รินรดาสวมใส่ไว้ในล็อกเก็ตที่เธอไม่เคยเปิดให้ใครดู กวินทร์หันขวับไปมองรินรดา ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทุกทิศทางรอบบ้านไม้หลังนี้ ไฟในบ้านดับลงพร้อมกันราวกับถูกตัดสัญญาณ รินรดาไม่ได้แสดงความตกใจ แต่เธอกลับเดินไปยืนข้างชายบนวีลแชร์คนนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่กวินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน—รอยยิ้มของคนที่เป็นผู้คุมเกมจริงๆ “ขอโทษนะกวินทร์...” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ธันวาไม่ใช่ศัตรูคนเดียวของนาย... และจดหมายนั่น... มันไม่ได้มีไว้ให้เหยื่ออย่างนายได้อ่าน แต่มันมีไว้เพื่อให้ 'เครื่องจักร' อย่างนายได้ตื่นขึ้นมาทำตามคำสั่งเสียที” ก่อนที่กวินทร์จะทันตั้งตัว ชายบนวีลแชร์ก็กดรีโมทคอนโทรลในมือ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแผ่นพื้นใต้เท้าของกวินทร์ที่เริ่มเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง รินรดามองลงมาที่เขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขณะที่ร่างของกวินทร์ร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่านั้น เขาเงยหน้ามองขึ้นไปเห็นเพียงรินรดาที่กำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของเขาแตกสลาย “รายงานถึงธันวา... หนูเอาตัวเบี้ยมาส่งให้ถึงที่แล้วค่ะ” ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์ขอน้อมรับทุกความรู้สึกและจะกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%