“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ห้องสมุดที่เงียบสงบแห่งนี้เปื้อนเลือด”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืด กวินทร์รู้สึกได้ถึงปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดลงบนขมับขวาของเขา กลิ่นอายของน้ำมันปืนและเหงื่อไคลคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาไม่ได้ตอบโต้ แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาของเขาเพ่งมองฝ่าความมืดไปยังร่างของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย
ในจังหวะที่แสงแฟลชยังคงพร่ามัวอยู่ในม่านตา กวินทร์เห็นรินรดาค่อยๆ หายใจเข้าลึก เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดไว้ ตรงกันข้าม แววตาของหญิงสาวกลับมีความนิ่งสงบที่ดูน่าประหลาดใจ แววตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—มันคือแววตาของผู้ที่พร้อมจะยอมรับความตายได้ทุกเมื่อ
“ธันวาส่งพวกแกมาใช่ไหม?” กวินทร์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้สถานการณ์จะตกเป็นรอง แต่เขาก็ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้
ไม่มีคำตอบจากเงาดำเหล่านั้น มีเพียงเสียงกระชากไกปืนที่ดังชัดเจนขึ้น รินรดาขยับตัวเล็กน้อย เธอไม่ได้หันไปมองกวินทร์ แต่กระซิบผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาเพียงแผ่วเบา “กวินทร์... เรื่องที่ฉันเคยบอกว่าพ่อของฉันเป็นแค่คนขับรถของครอบครัวคุณ... มันเป็นคำโกหก”
หัวใจของกวินทร์กระตุกวูบ
“รินรดา?”
“พ่อของฉันคือคนเดียวที่ถือกุญแจรหัสลับในค่ำคืนที่บ้านของคุณถูกไฟไหม้” เธอกล่าวต่อ เสียงของเธอแหบพร่าแต่หนักแน่นราวกับพยายามปลดปล่อยพันธนาการที่ล่ามโซ่หัวใจมาตลอดหลายปี “ฉันไม่ใช่แค่คนสนิท แต่ฉันคือพยานปากเอกเพียงคนเดียวที่พวกเขามีชีวิตอยู่เพื่อตามล่า... เพื่อปิดปาก”
หนึ่งในชายฉกรรจ์ก้าวออกมาข้างหน้า แสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของชั้นหนังสือตกกระทบลงบนหน้ากากของมัน ทำให้เห็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวผ่านช่องว่างนั้น “พูดได้ดีนี่ รินรดา... เสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้พูดความจริง”
กวินทร์ตัดสินใจในวินาทีนั้น เขาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น ก่อนจะกระชากเธอไปด้านหลังชั้นหนังสือที่มีกลไกซ่อนอยู่ เขาจำได้—ความจำที่หายไปบางส่วนเริ่มสั่นไหวเหมือนภาพฟิล์มที่ถูกฉายซ้ำ มันคือสัมผัสที่คุ้นเคยกับการกดกลไกนี้ เขาใช้ศอกกระแทกแผงไม้ด้านข้างอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง 'กริ๊ก' แผ่นไม้เคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่มืดสนิท
“วิ่งไป!” กวินทร์ตะโกนพลางถีบชั้นหนังสือให้ล้มลงขวางทางพวกมันเอาไว้ เสียงโครมครามดังสนั่นไปทั่วห้องเก็บเอกสาร
ทั้งคู่พากันวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในช่องลับนั้น เสียงปืนดังขึ้นไล่หลังมา กระสุนเจาะเข้าที่ผนังไม้จนเศษไม้แตกกระจาย กวินทร์รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ต้นแขน แต่เขาไม่หยุด เขาพาหญิงสาววิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินแคบที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน สถานที่แห่งนี้... เขาเคยมาที่นี่มาก่อน ตอนเด็ก... ตอนที่เขาถูกพ่อขังไว้เพื่อปกป้องจากเหตุการณ์เลวร้าย
เมื่อมาถึงทางตันที่เป็นประตูเหล็กบานหนา รินรดาทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเธอหอบถี่ เธอมองไปที่แขนของกวินทร์ที่มีเลือดสีแดงฉานซึมออกมา “คุณบาดเจ็บ...”
“ช่างเถอะ บอกฉันมา...” กวินทร์จับไหล่ของเธอไว้แน่น สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของรินรดา “ในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมพวกมันต้องตามล่าคุณ? ทำไมคุณถึงต้องปกปิดตัวตนตัวเองมานานขนาดนี้?”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่าน “พ่อของฉันไม่ได้แค่ทำงานให้พ่อของคุณ... พ่อของฉันเป็นคนจัดการเอกสารลับที่เปิดโปงว่าธันวาเป็นคนวางแผนลอบสังหารตระกูลของคุณเพื่อฮุบหุ้นทั้งหมด... และกวินทร์... ในค่ำคืนนั้น พ่อของฉันเป็นคนขับรถที่พาคุณหนีออกมาได้ แต่เขาทำพลาด... เขาตัดสินใจทิ้งหลักฐานสำคัญชิ้นสุดท้ายไว้ที่ตัวคุณ... สิ่งที่อยู่ในสร้อยคอที่คุณสวมติดตัวมาตลอดจนถึงทุกวันนี้”
กวินทร์ชะงัก เขายกมือขึ้นสัมผัสสร้อยคอเงินเก่าๆ ที่ห้อยอยู่บนคอของเขามานานแสนนาน เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เขานึกว่าเป็นเพียงของดูต่างหน้าจากครอบครัว จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนนับสิบต้องตาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากทางที่พวกเขาเพิ่งหนีมา ผนังเหล็กเริ่มสั่นสะเทือนจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง
รินรดาคว้ามือเขาไว้ “กวินทร์ ถ้าพวกมันเปิดประตูนี้เข้ามาได้ เราสองคนไม่มีทางรอด... แต่ถ้าคุณเชื่อใจฉัน ให้ฉันถอดสร้อยเส้นนั้นออกมา แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันถึงไม่เคยกล้าสบตาคุณด้วยความรู้สึกที่แท้จริง”
เสียงประตูเหล็กเริ่มงอตัวจากการถูกงัดด้วยเครื่องมือหนัก กวินทร์มองดูใบหน้าของหญิงสาวที่เขารู้สึกผูกพันด้วยมาตลอด ความสับสนในใจของเขาถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นบางอย่าง เขากำสร้อยคอในมือไว้แน่น ก่อนจะถอดมันออกมาแล้วยื่นให้เธอในขณะที่เสียงประตูเหล็กดัง 'ตึง!' เป็นครั้งสุดท้ายจนกลอนพังทลายลง
เมื่อแสงไฟจากกระบอกไฟฉายของพวกชายฉกรรจ์สาดเข้ามา รินรดาก็เปิดจี้สร้อยคอออก และสิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในนั้น—ไม่ใช่รูปถ่ายของครอบครัวอย่างที่กวินทร์เข้าใจมาตลอดทั้งชีวิต แต่เป็นแผ่นไมโครชิปขนาดจิ๋วที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทธันวาประทับอยู่อย่างชัดเจน และที่มุมขวาของแผ่นชิปนั้น มีหยดเลือดแห้งกรังของใครบางคนติดอยู่
“มันไม่ใช่สร้อยคอของคุณหรอกกวินทร์...” รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แต่มันคือหลักฐานว่า... ในคืนนั้น คนที่ลั่นไกสังหารพ่อของคุณ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แต่คือมือของคุณเองที่ถูกสะกดจิตโดยธันวา”
กวินทร์ตัวชาวาบ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ สิ่งที่เขาได้รับรู้ในวินาทีนี้หนักหนาสาหัสยิ่งกว่ากระสุนปืนที่ฝังอยู่ในเนื้อตัวของเขาเสียอีก
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในรอยอดีตที่เจ็บปวดนี้กับผม โครโนสทริกเกอร์ครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 40
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!