"คุณกำลังโกหกผม... รินรดา"
เสียงของกวินทร์แหบพร่าและสั่นไหวราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุซัดกระหน่ำ เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานที่มืดสลัว แสงไฟจากภายนอกหน้าต่างสาดสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ความเจ็บปวดจากการรับรู้ความจริงเรื่อง ‘ตัวตน’ ของเขาในอดีตที่รินรดาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดนั้น มันกัดกินหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เธอพยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก เธอค่อยๆ ขยับตัวเข้าหาเขาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บ
"ฉันไม่ได้โกหก..." เธอเอ่ยเบาๆ สายตามองสบตาเขาด้วยความเวทนาและรักใคร่ที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป "ฉันแค่พยายามปกป้อง... ปกป้องคุณจากสิ่งที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังหวาดกลัว"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เขาเบือนหน้าหนี มองออกไปนอกกระจกเงาที่สะท้อนภาพชายหนุ่มผู้ไร้อดีต "ปกป้อง? หรือแค่ต้องการขังผมไว้ในกรงที่ชื่อว่าความเมตตาของคุณกันแน่ครับ?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินรดา เธอเดินเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของเธอกระทบจมูกกวินทร์ มันเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยและเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาสงบลงได้ในยามที่โลกหมุนคว้าง เธอเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับดึงรั้งจิตวิญญาณของเขาไว้ไม่ให้เตลิดไปไกล
"กวินทร์... มองหน้าฉัน" เธอสั่งเสียงนุ่ม แต่หนักแน่น "สิ่งที่ฉันทำมาตลอดหลายเดือนนี้ ทั้งการดูแลคุณ ทั้งการปกปิดเรื่องอุบัติเหตุครั้งนั้น... คุณคิดจริงๆ หรือว่ามันทำเพื่อความสนุกหรือการบงการ? คุณไม่เคยสัมผัสได้เลยหรือ ว่าทำไมฉันถึงยอมเจ็บปวดแทนคุณทุกครั้งที่มีคนพยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา"
กวินทร์ค่อยๆ หันกลับมา สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครหลบเลี่ยง ในดวงตาของรินรดามีหยาดน้ำใสเอ่อล้นออกมาเล็กน้อย มันคือความจริงใจที่แฝงด้วยความอ่อนแอและเข้มแข็งในคราวเดียว
"ผมสัมผัสได้ครับ..." กวินทร์ยอมรับในที่สุด น้ำเสียงของเขาอ่อนลง "ผมสัมผัสได้ถึงความกังวลของคุณ สัมผัสได้ถึงทุกครั้งที่มือคุณสั่นยามที่พูดถึงเรื่องธันวา แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ... ทำไมต้องเป็นผม? ทำไมคุณถึงยอมสละทุกอย่างเพื่อคนที่มีค่าเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำอย่างผม"
รินรดาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจเผยความลับที่เธอเก็บไว้ใต้จิตสำนึกมานาน เธอขยับเข้าใกล้จนหน้าผากของเธอเกือบจะชนกับหน้าผากของเขา
"เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากและคำลวงของธันวา... กวินทร์ คุณอาจจะลืมอดีตไปแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหัวใจของคุณลืมวิธีที่จะรักหรือถูกรัก"
กวินทร์ชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกับเธอ บรรยากาศในห้องที่เคยเย็นเยียบกลับร้อนระอุขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นความโหยหา ความเชื่อใจ และความโกรธแค้นที่ค่อยๆ มลายหายไปเหลือเพียงความใกล้ชิดที่บีบคั้นหัวใจ
เขายกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอม "คุณทำให้ผมสับสนไปหมดแล้ว รินรดา"
"บางที... ความสับสนนั่นแหละครับ คือจุดเริ่มต้นของคำตอบทั้งหมด" เธอตอบพลางส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่นแต่งดงาม
ในวินาทีนั้นเอง กวินทร์รวบตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น อ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและหวงแหน รินรดาหลับตาลง ซบหน้าลงกับอกที่แกร่งกร้าวของเขา เธอยอมละทิ้งทุกเกราะป้องกัน ยอมเปิดเปลือยความอ่อนแอให้เขาเห็น เพราะเธอรู้ดีว่าเวลาของพวกเขาอาจเหลืออีกไม่มากนัก ในขณะที่ธันวากำลังรุกคืบเข้ามาใกล้ทุกขณะ
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนหวาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
กวินทร์ผละออกจากรินรดาทันที สัญชาตญาณนักรบที่หลับใหลอยู่ข้างในตัวเขาตื่นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน เขารีบผลักรินรดาไปด้านหลังพร้อมกับคว้าปืนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่เจ้าตัวยังคาดไม่ถึง
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคยที่สุด... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตาย
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะช่วงเวลาซึ้งๆ นะครับ" ธันวากล่าวพลางจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตาที่เย็นชาของเขาจ้องมองไปยังกวินทร์ ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่รินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความรังเกียจ "แต่ดูเหมือนว่า... สิ่งที่เธอกำลังพยายามปกปิด จะไม่อยู่ในความลับอีกต่อไปแล้วนะ รินรดา"
ธันวากดปุ่มรีโมทในมือ แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งพุ่งตรงมาที่หน้าอกของกวินทร์ และเสียงปืนเก็บเสียงที่ดังขึ้นเพียงเบาๆ ก็ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดพลิกผันไปชั่วพริบตา
กวินทร์ทรุดตัวลง แต่รินรดาเร็วกว่า เธอถลาเข้ามารับกระสุนแทนเขา เลือดสีแดงสดเปื้อนชุดสีขาวของเธอจนเป็นดวงใหญ่ กวินทร์เบิกตากว้าง ความทรงจำในอดีตที่เขาพยายามไขว่คว้ากลับพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลักในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น
"อย่า... อย่าไปจากผม!" กวินทร์ตะโกนก้อง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานแห่งความลับของพวกเขา
ธันวายิ้มเยาะ มองภาพเบื้องหน้าด้วยความสะใจ "ดี... ในที่สุดเธอก็จำได้แล้วสินะ กวินทร์ ว่าทำไมคนรักของเธอถึงต้องตายตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน"
กวินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาและดุดันกลับมาแทนที่ความเปราะบาง ในมือกำปืนแน่นพร้อมที่จะแลกทุกอย่างเพื่อล้างแค้น แม้จะต้องจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดตลอดกาลก็ตาม
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกวินทร์และรินรดานะครับ โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 41
รักที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!