เสียงเหล็กกระทบพื้นซีเมนต์ดังขึ้นกังวานสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดินร้าง กวินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองเศษเหล็กและเอกสารที่ถูกเผาไหม้จนดำเป็นตอริ้ว กลิ่นฉุนของควันไฟยังคงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เย็นเยียบ ปืนในมือของเขาหนักอึ้งราวกับแบกรับน้ำหนักของความแค้นทั้งหมดในชีวิต แต่สิ่งที่ว่างเปล่ากว่านั้นคือความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า—แผนการที่เขาใช้เวลาแรมปีในการวางรากฐาน ถูกทำลายลงอย่างราบคาบโดยไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกาย เธอไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ เพราะรู้ดีว่าในเวลานี้ ภาษาพูดไร้ความหมายสิ้นเชิง สายตาของเธอกวาดมองแฟ้มเอกสารที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ข้อความสั้นๆ ซึ่งถูกเขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีดำสนิทบนโต๊ะไม้ตัวเก่า
*"ขอบใจสำหรับความพยายามนะกวินทร์ แต่หมากตานี้... นายเดินเร็วกว่าเวลาไปสามก้าวเสมอ"*
ลายมือตวัดหวัดแต่นิ่งสนิทนั้นเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากธันวา
"เขาไม่ได้แค่รู้ทัน" กวินทร์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึกจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงัน "เขารู้ตั้งแต่แรกว่าฉันจะทำอะไร... เขารอให้ฉันเดินเข้ามาติดกับดักนี้ด้วยซ้ำ"
"เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" รินรดาเตือน น้ำเสียงของเธอเจือความร้อนรนที่พยายามควบคุมไว้อย่างเต็มที่ "ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายแผนงาน นายกำลังเดินเข้าไปในเกมที่เขาเป็นคนออกแบบกระดานตั้งแต่ต้น"
กวินทร์ไม่ตอบ เขาค่อยๆ ลดปืนลง เก็บมันเข้าสู่ซองหนังใต้เสื้อสูทอย่างช้าๆ ทว่าดวงตาที่เคยสะท้อนความเปราะบางในอดีต กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทอย่างไร้ก้นบึ้ง ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและลมหายใจของคนที่เขาเคยเรียกว่าเพื่อนรัก
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ธันวากำลังหมุนแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันอยู่ภายใน สายตาของเขาทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังเบื้องล่าง แสงไฟจากท้องถนนยามค่ำคืนระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ถูกกักขัง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้กุมความลับทั้งหมด
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับเงา ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณธันวาคาดการณ์ไว้ครับ กวินทร์ติดกับดักที่ห้องใต้ดินเรียบร้อยแล้ว และ... มีรายงานว่าทางตำรวจกำลังเคลื่อนไหวตามหลักฐานที่เราทิ้งไว้"
ธันวาจิบเครื่องดื่มในแก้วช้าๆ รสชาติเข้มข้นบาดคอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะท้านแม้แต่น้อย เขาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ
"ปล่อยให้เขาดิ้นรนต่อไป" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "คนเรามักจะน่าสนใจที่สุดในตอนที่พวกเขารู้ว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... จับตาดูเขาไว้ อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด"
กลับมาที่สถานการณ์ของกวินทร์และรินรดา รถยนต์ซีดานสีดำสนิทแล่นฝ่าสายหมอกบางเบายามดึกไปตามถนนสายเปลี่ยว บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามเบาๆ เป็นเพื่อนร่วมทาง กวินทร์นั่งนิ่งอยู่ที่เบาะหลัง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ภาพทิวทัศน์พร่ามัวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมด จิ๊กซอว์แต่ละตัวที่เคยกระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันอย่างน่ากลัว อุบัติเหตุในอดีต ความทรงจำที่ขาดหายไป การก้าวขึ้นมามีอำนาจของธันวา และร่องรอยทั้งหมดที่นำพาเขามาถึงจุดนี้ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ธันวาไม่ได้แค่ชนะเขาในเกมนี้ แต่ธันวาเป็นคน "สร้าง" เขาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เขากลายเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างตัวเอง
"ริน" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่ละสายตาจากกระจก "จำวันที่เราไปที่คฤหาสน์เก่าหลังนั้นได้ไหม วันที่ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อของตัวเอง"
รินรดาชะงักเล็กน้อย มือที่จับพวงมาลัยรถเกร็งแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะพยักหน้า
"จำได้... ทำไมเหรอ"
"ฉันเพิ่งนึกออกว่าทำไมตอนนั้น กลิ่นบุหรี่ในห้องรับแขกถึงคุ้นเคยนัก" กวินทร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนจากข้างทางที่สาดส่องเข้ามาวูบหนึ่ง "มันเป็นกลิ่นเดียวกันกับบุหรี่ที่ธันวาชอบสูบในสมัยที่เรายังเรียนด้วยกัน... และในคืนที่เกิดอุบัติเหตุ รถคันนั้นไม่ได้ขับตัดหน้าเราโดยบังเอิญ"
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธ ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือบนคอนโซลหน้ารถก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศทันที หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่มีข้อความสั้นๆ เด้งขึ้นมาพร้อมกัน
กวินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว ข้อความนั้นทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง
*"เลิกหาความจริงเรื่องอดีตได้แล้วกวินทร์ เพราะคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด... กำลังนั่งอยู่ข้างๆ นายตอนนี้ไงล่ะ"*
กวินทร์ชะงักค้าง สายตาคมกริบหันขวับไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยทันที รินรดากำลังเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานเข้าไปในอุโมงค์มืดเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงโดยไม่คิดจะเบรก รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ—รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่าน "เงาจางในรอยอดีต" มาจนถึงตอนนี้นะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 42
ความล้มเหลวของแผนการ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!