เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 16

ความจริงในสายหมอก

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“คุณกวินทร์ครับ... ถ้าคุณยังนิ่งแบบนี้ ทางเราจำเป็นต้องเชิญคุณไปให้ปากคำที่สถานีโดยไม่มีข้อต่อรองนะครับ” เสียงของร้อยตำรวจเอกทวีดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวาง สายตาของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายจับจ้องมาที่ชายหนุ่มเป็นจุดเดียว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น กวินทร์ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป เสียงเคานต์ดาวน์ในหัวของเขาเปลี่ยนเป็นเสียงหวีดหวิวของยางรถยนต์ที่บดเบียดกับพื้นถนนเปียกชื้น กวินทร์ก้มมองมือตัวเองที่สั่นเทา มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัวต่ออำนาจของกฎหมาย แต่มันสั่นเพราะภาพจำอันโหดร้ายที่กำลังกรีดชั้นเนื้อเยื่อสมองของเขาออกมาทีละน้อย “ผม... ผมไม่ได้เป็นคนขับ” กวินทร์พึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าและเบาหวิว ราวกับกำลังพูดกับเงาของตัวเอง รินรดาที่ยืนอยู่มุมห้องขยับตัวเข้ามากระซิบข้างหูเขาอย่างรวดเร็ว “กวินทร์ อย่าพูดอะไรออกมาตอนนี้ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ... สถานการณ์นี้มันเป็นกับดัก” กวินทร์เหลือบมองใบหน้าของรินรดา แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด ทว่าในความกังวลนั้น เขากลับเห็น ‘ความกลัว’ บางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น “กับดักเหรอ?” กวินทร์เค้นยิ้มที่มุมปาก “ริน... ในคืนนั้น ผมจำได้แล้วว่าใครนั่งอยู่เบาะข้างๆ” คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นหยิบแก้วน้ำส่งให้เขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กวินทร์กลับปัดมันทิ้งจนแตกกระจาย เสียงแก้วกระทบพื้นกระเบื้องดังก้องไปทั่วห้อง สร้างความตึงเครียดให้พุ่งถึงขีดสุด “คุณกวินทร์ครับ! ใจเย็นๆ!” เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มขยับเข้าใกล้ กวินทร์ไม่ได้สนใจใครแล้ว ภาพในหัวของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นน้ำมันเบนซิน กลิ่นควันไฟ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของคืนนั้น—เสียงที่คุ้นเคย เสียงที่เป็นมิตร แต่น่ารังเกียจที่สุดในชีวิต เขามองทะลุผ่านกลุ่มตำรวจไปที่ประตูหน้าบ้าน ซึ่งปรากฏร่างของชายคนหนึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ ธันวาสวมชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับประกายวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ ธันวาค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขากลบกลิ่นอับของความตึงเครียดจนหมดสิ้น เขาเดินผ่านหน้าตำรวจไปราวกับว่าตนเองเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ “ดูท่าทางคุณจะลำบากนะกวินทร์” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยคมมีด “ผมบอกคุณแล้วว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นมันเป็นโชคชะตา... ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยสักนิด” กวินทร์จ้องมองธันวา ราวกับจะเจาะเข้าไปในกะโหลกของอีกฝ่าย “โชคชะตา? หรือว่ารอยเท้าที่เธอทิ้งไว้บนคันเร่งนั่นคือแผนการที่เธอวางไว้มาตลอดตั้งแต่วันแรกกันแน่ ธันวา” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันไปมองธันวาที่ยังคงรอยยิ้มบางๆ ไว้บนใบหน้า ธันวาเดินเข้าไปใกล้กวินทร์จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยินนอกจากคนทั้งสอง “จำได้แล้วเหรอ? น่าเสียดายนะ... ความทรงจำที่ฟื้นกลับมาน่ะ ถ้ามันเป็นภาพที่ผิดเพี้ยนไป ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณก็คงพังทลายลงไม่ต่างจากรถคันนั้นหรอก” กวินทร์กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นที่พยายามอดกลั้น “ฉันเห็นภาพนั้นชัดเจน... ฉันเห็นว่าเธอไม่ได้พยายามห้ามฉัน แต่เธอต่างหากที่บิดพวงมาลัยไปทางเหว!” ตำรวจที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เริ่มเข้ามาควบคุมสถานการณ์หลังจากเห็นกวินทร์เริ่มดูคุกคาม แต่ธันวากลับยกมือห้ามไว้ด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ เขาถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดคลิปวิดีโอหนึ่งให้กวินทร์ดูเพียงลำพัง ในคลิปนั้น... เป็นภาพที่ทำเอาหัวใจของกวินทร์แทบหยุดเต้น มันเป็นภาพจากกล้องหน้ารถในคืนนั้น ทว่าสิ่งที่ปรากฏในคลิปไม่ได้มีแค่เขากับคนขับ แต่มันมีมือปริศนาอีกคู่หนึ่งโผล่ออกมาจากเบาะหลัง—มือที่สวมแหวนรุ่นเดียวกับที่รินรดาสวมใส่อยู่ในตอนนี้บนนิ้วนางข้างซ้าย กวินทร์ช็อกจนพูดไม่ออก เขาหันไปมองรินรดาที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังธันวา รินรดาหลบสายตาของเขาทันที เธอไม่ได้ปฏิเสธ เธอไม่ได้แก้ตัว เธอทำเพียงแค่ก้มหน้ามองพื้น ทิ้งให้ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กัดกินความเชื่อใจทั้งหมดที่เขาเคยมีให้กับเธอ “เอาล่ะครับ... ความจริงมันอาจจะเจ็บปวดหน่อย” ธันวาพูดขึ้นเสียงดังเพื่อให้ทุกคนในห้องได้ยิน “แต่ผมว่าถึงเวลาที่ความลับของคืนวันเกิดอุบัติเหตุจะถูกเปิดเผยเสียที ว่าจริงๆ แล้ว... ใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าพ่อของพวกเราในคืนนั้น” วินาทีนั้น รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ดวงตาของคู่คิดที่หวังดีอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นชาที่น่าขนลุก เธอขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *‘อย่าเชื่อเขากวินทร์’* ทว่าในจังหวะนั้นเอง ธันวาก็หยิบปืนพกกระบอกหนึ่งออกมาจากแจ็กเก็ตแล้วยัดใส่มือของกวินทร์ต่อหน้าตำรวจทุกคน! เสียงตะโกน “ทิ้งอาวุธ!” ดังสนั่นหวั่นไหวจากทุกทิศทาง พร้อมกับปากกระบอกปืนของตำรวจที่หันเข้าหาขมับของกวินทร์ในทันที ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในตอนนี้นะครับ หวังว่าโครโนสทริกเกอร์จะได้พบทุกท่านอีกครั้งในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%