เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 15

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“วางปืนลงซะธันวา... เพราะคนที่ยืนอยู่หลังประตูห้องนั่น ไม่ใช่คนของแก แต่เป็นตำรวจที่ผมเรียกมาเอง” เสียงของกวินทร์เย็นเยียบและมั่นคง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา กลิ่นอายของความขัดแย้งเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นรูปธรรม กระบอกปืนในมือของธันวาสั่นน้อยๆ ทว่ามุมปากของเขากลับค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก “ตำรวจงั้นหรือ?” ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “กวินทร์... นายยังมองโลกในแง่ดีเหมือนเดิมไม่มีผิด ทั้งที่ความจำของนายมันถูกลบหายไปตั้งกี่ครั้ง นายก็ยังเชื่อมั่นในความถูกต้องโง่ๆ นั่นอยู่อีก” กวินทร์ไม่ขยับกาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของศัตรู เขาประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น นิ้วชี้ที่วางอยู่ข้างไกปืนของเขาไม่ได้แสดงอาการลุกลี้ลุกลน “ความถูกต้องอาจจะโง่ในสายตาแก แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้ว่าใครคือคนที่ฉันควรจะปกป้อง” “รินรดาใช่ไหม?” ธันวาเปลี่ยนท่าทางเป็นผ่อนคลาย เขาลดปืนลงครึ่งหนึ่ง แต่สายตาที่ส่งมากลับแฝงไปด้วยประกายคมกริบ “ถ้านายคิดว่าตำรวจพวกนั้นจะช่วยเธอได้จริงๆ ทำไมตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตึกนี้ นายถึงไม่ได้ยินเสียงไซเรน หรือเสียงวิทยุสื่อสารเลยล่ะ?” กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นกระตุก เขารู้สึกถึงความผิดปกติที่พุ่งเข้ามาในความคิด สายตาของเขาสอดส่องไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว—เงียบเกินไป ไม่มีร่องรอยของการบุกรุก ไม่มีเสียงฝีเท้าของใครอื่นนอกจากคนในห้องนี้ “แกทำอะไร?” กวินทร์ถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด “ฉันแค่ทำในสิ่งที่เพื่อนที่แสนดีควรจะทำ” ธันวาขยับตัวก้าวเดินช้าๆ ไปทางโต๊ะทำงานพลางวางปืนลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น “ฉันยอมรับนะว่าแผนของนายมันแยบยล การที่นายพยายามทำทีว่าเรียกตำรวจมาเพื่อบีบให้ฉันคายความลับเรื่องอุบัติเหตุในอดีต... มันฉลาด แต่กวินทร์ นายลืมไปอย่างหนึ่ง ความจำที่หายไปของนาย มันไม่ได้เอาแค่เรื่องร้ายๆ ออกไป แต่มันเอา ‘ไหวพริบ’ ที่นายเคยใช้จัดการกับฉันไปด้วย” กวินทร์ขมวดคิ้วแน่น ทุกคำพูดของธันวามันเหมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงเข้าสู่ปมในใจของเขา เขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าอดีตที่แท้จริงคืออะไร และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชายตรงหน้ามันบิดเบี้ยวไปถึงจุดไหนกันแน่ “นายเรียกตำรวจมาที่ตึกนี้ก็จริง” ธันวากล่าวต่อ พร้อมกับดึงลิ้นชักโต๊ะออกมาเพียงเล็กน้อย “แต่คนพวกนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนี้ พวกเขาอยู่ ‘ชั้นล่างสุด’ และติดอยู่ในสถานการณ์ที่นายสร้างขึ้นเอง นายสั่งปิดระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารเพื่อไม่ให้คนของฉันเข้าถึงตัวนายได้... ใช่ไหมล่ะ? แต่คนของฉันเป็นคนคุมระบบล็อกนิรภัยทั้งหมด... ตอนนี้ นายกับรินรดาคือคนที่ติดอยู่ในนี้กับฉันสองต่อสอง” กวินทร์นิ่งอึ้ง เขาพยายามลำดับความคิด ความรู้สึกผิดพลาดกัดกินใจจนเขารู้สึกถึงหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม แผนที่เขาวางไว้ว่าจะเป็นกับดัก กลับกลายเป็นกรงขังที่เขาเดินเข้าไปหาเอง “รินรดาอยู่ที่ไหน?” กวินทร์ถามเสียงต่ำ พยายามก้าวถอยหลังเพื่อหาจังหวะที่ได้เปรียบ ธันวาหยิบรีโมทขนาดเล็กขึ้นมาจากลิ้นชัก นิ้วของเขาวางบนปุ่มสีแดง “เธอปลอดภัยดี... ในห้องที่นายเองก็คาดไม่ถึง” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “นายอยากรู้ไหมว่าความทรงจำที่หายไปของนายมันเริ่มต้นตรงไหน? ถ้าอยากรู้ ก็วางปืนลงแล้วเดินมาหาฉัน ถ้าฉันพอใจ... ฉันอาจจะบอกความจริงที่รินรดากำลังปิดบังนายอยู่” กวินทร์ลังเล สายตาของเขาสะท้อนความสับสน เขาหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท นึกถึงรินรดาที่กำลังเผชิญกับอันตรายจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขา “นายโกหก” กวินทร์พึมพำ แต่ทว่ามือที่ถือปืนกลับเริ่มอ่อนแรง “ลองเสี่ยงดูสิ” ธันวาท้าทาย “นายจะเลือกเชื่อผู้หญิงที่โกหกนายมาตลอด หรือจะเลือกเชื่อคนที่เป็นทั้งเพื่อนและศัตรูที่รู้จักนายดีที่สุดอย่างฉัน?” ขณะที่กวินทร์กำลังจะก้าวไปข้างหน้า ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างแรง! ร่างของรินรดาพุ่งเข้ามาด้วยสภาพที่ดูอิดโรย แววตาของเธอตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา “กวินทร์! อย่าฟังเขานะ!” เธอตะโกนเสียงหลง “เขากำลังหลอกให้คุณเดินไปหาเครื่องช็อตไฟฟ้าที่พื้นใต้พรม!” ธันวาหน้าเปลี่ยนสีทันที เขากดปุ่มในมือแรงๆ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กวินทร์ชะงักเท้าที่กำลังจะเหยียบลงบนผืนพรมหนาในจังหวะที่พอดีเป๊ะ กวินทร์หันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความสับสน แต่เป็นความเย็นชาที่น่ากลัว “แผนซ้อนแผน... ธันวา แกคิดว่าฉันจะโง่ซ้ำสองงั้นหรือ? ที่ฉันแกล้งทำเป็นลังเล ก็เพื่อให้เธอเข้ามาในระยะปลอดภัยต่างหาก” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายก็พังประตูบานหน้าของห้องเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกน “วางอาวุธ! นี่คือคำสั่ง!” ธันวายกมือขึ้นเหนือหัว แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับกว้างกว่าเดิม เขากระซิบเบาๆ ในจังหวะที่กวินทร์เดินผ่านเขาเพื่อไปหาตำรวจ “นายนึกว่านายชนะแล้วเหรอ กวินทร์? ลองดูที่มือรินรดาดูสิ... เธอกำลังถืออะไรอยู่ในนั้น” กวินทร์ชะงักกึก เขาหันกลับไปมองรินรดาที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เบิกโพลง เมื่อเห็นวัตถุสีดำเงาวับที่ซ่อนอยู่ในกำมือของหญิงสาวที่เขามั่นใจว่าเป็น ‘พวกเดียวกัน’ มาตลอด—มันไม่ใช่กุญแจมือ แต่มันคือรีโมทจุดชนวนระเบิดขนาดเล็กที่กระพริบไฟสีแดงสม่ำเสมอ “ขอโทษนะกวินทร์” รินรดากระซิบเสียงสั่น เผยให้เห็นอีกด้านของความจริงที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน “แต่ฉันไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณ... ฉันมาเพื่อให้ทุกอย่างมันจบสิ้นเสียที” กวินทร์ยืนนิ่งกลางห้องที่ล้อมรอบไปด้วยตำรวจ ขณะที่เสียงเคานต์ดาวน์เงียบๆ เริ่มดังก้องขึ้นในหัวของเขา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%