เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 46

การเริ่มต้นใหม่ในความมืด

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ไม่มีวันดับ กวินทร์" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบทว่าสั่นเครือเล็กน้อย ปลายเล็บเรียวของเธอกดลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้มจนข้อนี้วขาวโพลน เอกสารนับร้อยหน้าที่เพิ่งถูกลำเลียงเข้ามาในห้องชุดเพนต์เฮาส์เมื่อยามวิกาลกระจัดกระจายราวกับซากปรักหักพังของแผนการที่เคยถูกวางไว้ กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่าง ใบหน้าครึ่งซีกถูกกลืนหายไปในความมืด ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววสับสนจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป บัดนี้กลับนิ่งสงบจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความสงบของผู้ชนะ แต่เป็นความนิ่งของนักล่าที่ยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อกระโจนข้ามเหวที่กว้างกว่าเดิม "ผมไม่ได้เล่นริน" เขากล่าวแผ่วเบา เสียงทุ้มต่ำลอยละลิ่วไปกับความเงียบงันในห้อง "ผมแค่กำลังทำลายกระดานที่ธันวาเป็นคนสร้างขึ้นต่างหาก" จากเหตุการณ์เผชิญหน้าอันดุเดือดที่สำนักงานใหญ่เมื่อช่วงบ่าย ซึ่งเกือบจะทำให้ทุกอย่างพังทลายลงด้วยน้ำมือของธันวา เพื่อนเก่าผู้แปรเปลี่ยนเป็นเงาทมิฬในชีวิต กวินทร์ได้ตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายข้อหนึ่ง นั่นคือ เขากำลังเดินตามเกมที่อีกฝ่ายขีดเส้นไว้เสียทุกก้าว การรุกคืบด้วยหลักฐานทางการเงินและการฟ้องร้องที่เขาใช้เวลาแรมปีสะสมมา กลับถูกปัดตกอย่างง่ายดายด้วยอำนาจมืดที่ไร้ร่องรอย ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะทางธุรกิจ แต่อีกฝ่ายต้องการบดขยี้ศักดิ์ศรีของเขาให้แหลกคามือ ดังนั้น ในวินาทีนี้... แผนการรุกที่เคยทะเยอทะยานจึงต้องถูกพับเก็บลง กวินทร์หันกลับมา แสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องตกกระทบสันจมูกและโครงหน้าคมคาย เขาเดินช้าๆ มาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีชา ฝ่ามือหนานวดคลึงขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปมความทรงจำในอดีตอุบัติเหตุครั้งนั้น รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับเตือนใจเขาเสมอว่า บางครั้งการจำไม่ได้อาจปลอดภัยกว่าการจำได้ทั้งหมด แต่ในยามนี้ เขากลับโหยหาความจริงยิ่งกว่าสิ่งใด "ถอยหรอคะ... เอ่อ ขออภัยครับ" รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคย แต่กวินทร์ไม่ได้ถือสา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามและปรับน้ำเสียงให้มั่นคงขึ้น "คุณหมายความว่า เราจะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดอย่างนั้นหรือครับ? ธันวาจะมองว่าเรายอมแพ้ และนั่นจะทำให้มันได้ใจจนบุกเข้ามาขยدเราให้จมดิน" "ผมไม่ได้บอกว่าจะยอมแพ้ ริน" กวินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและยากจะหยั่งถึง "ผมแค่เปลี่ยนวิธี... จากการถือดาบวิ่งเข้าหาศัตรูในที่แจ้ง ผมจะปล่อยให้มันเดินเข้ามาในความมืดที่ผมคุ้นเคยดีที่สุด" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง รินรดาทอดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า เธอกำลังพยายามอ่านความคิดของเขา กวินทร์ในยามนี้ช่างเปราะบางแต่ก็แข็งแกร่งอย่างประหลาด ความจำที่ขาดหายทำให้เขาต้องใช้สัญชาตญาณและการสังเกตการณ์ขั้นสูงในการเอาตัวรอด การเปลี่ยนแผนจาก "รุก" เป็น "ตั้งรับ" ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการขุดหลุมพรางรอให้ผู้ล่าตกลงมา chếtใจเอง "คุณจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ" รินรดากล่าวสรุป น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ธันวาฉลาดเป็นกรด เขารู้ว่าคุณไม่มีทางยอมจำนนเฉยๆ เขาต้องระแวงและส่งคนเข้ามาเช็กความเคลื่อนไหวของคุณแน่นอน" "ให้มันระแวงไปเถอะครับ" มุมปากของกวินทร์ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ยิ่งมันระแวง มันก็จะยิ่งรีบเร่ง และยิ่งรีบเร่งเท่าไหร่ ช่องโหว่ที่มันพยายามปกปิดมาหลายปีก็จะยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นเท่านั้น" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกซ่อนไว้ในลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงาน เอกสารแผ่นสุดท้ายในนั้นไม่ใช่หลักฐานทางธุรกิจ แต่มันคือรายงานการสืบสวนอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน—เหตุการณ์ที่พรากความทรงจำและครอบครัวของเขาไป พร้อมกับชื่อของ "ธันวา" ที่ปรากฏอยู่ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เขาวางแฟ้มนั้นลงตรงหน้าหญิงสาว "ริน... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกอย่างที่เกี่ยวกับบริษัทจะถูกปล่อยให้ธันวาเข้าควบคุม ให้มันคิดว่ามันชนะ ให้มันคิดว่าผมจนตรอก... ส่วนผม จะถอยกลับไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด จุดที่ผมเริ่มค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนของผมเอง" รินรดาก้มมองแฟ้มเอกสารนั้น หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธ้ารู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงเพียงใด หากธันวาไหวทัน กวินทร์อาจจะไม่ใช่แค่สูญเสียธุรกิจ แต่เขาอาจจะสูญเสียแม้กระทั่งลมหายใจ "แล้วถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจล่ะครับกวินทร์" รินรดาเงยหน้าขึ้นถาม เสียงของเธอนุ่มนวลแต่จริงจัง "ถ้าสิ่งที่ธันวาต้องการ ไม่ใช่แค่บริษัท... แต่เป็นชีวิตของคุณตั้งแต่วันแรก?" กวินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เขาก้าวเข้าไปใกล้รินรดา ช้าๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอ "ถ้าอย่างนั้น..." กวินทร์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง "เราก็จะได้รู้กันว่า ใครกันแน่ที่เป็นเงา และใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ทั้งสองคนยืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางเกมหมากรุกที่เดิมพันด้วยชีวิต โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งถูกคว่ำหน้าไว้ เกิดสว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน มีข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามา... *หมายเลขที่ไม่ปรากฏชื่อ* ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน—โรงพยาบาลเดียวกับที่กวินทร์เคยถูกส่งตัวไปหลังอุบัติเหตุ และเหนือสิ่งอื่นใด ชื่อผู้ป่วยที่ระบุไว้ในใบเสร็จนั้น... ไม่ใช่ชื่อของกวินทร์ แต่เป็นชื่อของ "ธันวา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%