หน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สัก ทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องประหารชีวิตขนาดย่อม มันส่งเสียงสั่นครืดคราดด้วยความถี่ต่ำ ทว่ากลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของกวินทร์ราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย
แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอห้องมืดทึบสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เผยให้เห็นรอยย่นยับของหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบ
ผูกเป็นปม กวินทร์จ้องมองชุดตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างไม่กะพริบตา ราวกับเกรงว่าหากเขาละสายตาเพียงเสี้ยววินาที ข้อความเหล่านั้นจะสลายกลายเป็นควันคละคลุ้งหายไปในอากาศ
มันเป็นเบอร์โทรศัพท์เก่าแก่ที่ถูกปิดตายไปนานกว่าสิบปี เป็นหมายเลขที่เขาเคยจดจำขึ้นใจ แต่ถูกลบเลือนไปพร้อมกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายจากอุบัติเหตุครั้งนั้น
*“ถ้าลูกได้อ่านข้อความนี้... แปลว่าพ่อคงไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากบอกความจริงด้วยตัวเองแล้ว กวินทร์... ลูกชายของพ่อ อย่าเชื่อสิ่งที่ตาทั้งสองข้างมองเห็น และจงอย่าไว้ใจคนที่ยืนอยู่ข้างกายในตอนนี้ ความลับทั้งหมดถูกฝังไว้ใต้รากเหง้าของบ้านหลังเก่า จงไปค้นหามัน... ก่อนที่ธันวาจะแย่งชิงทุกอย่างไปตลอดกาล”*
ลมหายใจของกวินทร์สะดุดกึก เขารู้สึกราวกับถูกหมัดเหล็กชกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างจังจนจุกแน่น อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ปลายนิ้วที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ข้อความนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากปัจจุบัน มันถูกตั้งเวลาล่วงหน้า... หรือถูกตั้งค่าให้ส่งต่ออัตโนมัติเมื่อระบบเซิร์ฟเวอร์บางอย่างตรวจพบการยืนยันตัวตนของเขาในพื้นที่เขตเมืองเก่า พ่อของเขา ซึ่งเสียชีวิตอย่างปริศนาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน ได้ทิ้ง "จดหมายลาตาย" ฉบับนี้ไว้ข้ามกาลเวลา เพื่อกระชากหน้ากากความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความลวง
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างเงียบเชียบ รินรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟอุ่นในมือ ทว่าเธอกลับต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันหนักอึ้งและเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
"กวินทร์... เกิดอะไรขึ้นหรือครับ หน้าตาของคุณดูไม่สู้ดีเลย" รินรดารemวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
กวินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองคู่คิดสาวยามนี้ไม่ได้อบอุ่นเช่นเคย หากแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความลังเล และคำถามนับร้อยที่ประเดประดังเข้ามาในสมอง *“อย่าไว้ใจคนที่ยืนอยู่ข้างกายในตอนนี้”* ประโยคนี้ของพ่อก้องกังวานอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดาล่ะ? ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดคดีนี้ ผู้หญิงที่กุมความลับของครอบครัวเขาไว้ครึ่งหนึ่ง... เธอคือมิตรแท้ หรือเป็นหมากตัวหนึ่งของธันวาที่ถูกส่งมาเพื่อจับตาดูเขาตั้งแต่ต้นกันแน่?
"ไม่มีอะไรครับ..." กวินทร์ตอบเสียงแหบพร่า พยายามซ่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไว้ใต้ฝ่ามืออย่างแนบเนียน "ผมแค่... รู้สึกเหนื่อยล้านิดหน่อย"
รินรดาหรี่ตามองเขาเล็กน้อย เธอมองทะลุความพยายามที่จะปกปิดนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม แม้เขาจะไม่ได้พูด แต่ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในเสี้ยววินาทีนี้กลับชัดเจนเสียยิ่งกว่ากำแพงอิฐ
"คุณกำลังโกหกผม... อ้อ, หมายถึง ฉันกำลังโกหกคุณสินะคะ" รินรดาแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความสุข "กวินทร์ค่ะ คุณจำไว้เถอะนะ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรมา หรือใครจะเป่าหูอะไรคุณ สิ่งที่เราสองคนร่วมเผชิญมาด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องโกหก"
"แล้วเรื่องที่คุณปิดบังเรื่องที่ดินแปลงสุดท้ายของตระกูลผมล่ะครับ รินรดา?" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผิวเนื้อ "นั่นก็ไม่ใช่เรื่องโกหกใช่ไหมครับ?"
รินรดาชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจฉายชัดอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ทว่ามันก็ช้าเกินไปที่จะซ่อนความจริงทั้งหมดจากสายตาของกวินทร์
"คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง?" เสียงของเธอลดระดับลงเหลือเพียงกระซิบ
"เพราะพ่อผมทิ้งความจริงบางอย่างไว้ให้ ก่อนที่ท่านจะจากไป" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากตัวเขา "และตอนนี้ ผมคิดว่าเราควรเลิกเล่นเกมซ่อนหาได้แล้วครับ บอกผมมาตามตรงว่าธันวาให้อะไรคุณ เพื่อแลกกับการเป็นสายให้เขาในบริษัทของผม"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ราวกับอุณหภูมิลดต่ำลงจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง รินรดานิ่งเงัตัดสินใจไม่พูดอะไรอยู่ครู่ใหญ่ เธอสบตาชายหนุ่มนิ่ง ไร้ซึ่งรอยน้ำตา ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความดื้อรั้นและความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ก้นบึ้งของดวงตาคู่นั้น
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาเพื่อแก้ต่าง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำคุ้นหูที่แيบแฝงไปด้วยความเย้ยหยันจากบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้
"ช่างเป็นบรรยากาศที่เร่าร้อนเสียจริง เหมือนฉากไคลแม็กซ์ในละครโทรทัศน์ไม่มีผิด"
ประวัติศาสตร์และปัจจุบันซ้อนทับกันเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีต รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจเหนือกว่า ดวงตาคมปลาบกวาดตามองกวินทร์และรินรดา สลับกันไปมาด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ชั้นดี
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปของความจริงนะเพื่อนรัก... นายคิดจริงๆ หรือว่าข้อความจากคนตายเมื่อครู่ จะส่งมาถึงมือนายได้โดยที่ฉันไม่อนุญาต?"
กวินทร์นิ่งค้างไป เลือดในกายเย็นเฉียบลงในทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 45
เสียงเรียกจากอดีต
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!