เอกสารแผ่นสุดท้ายร่วงหล่นจากปลายนิ้วที่สั่นเทา เสียงกระดาษกระทบพื้นห้องทำงานกว้างในยามวิกาลดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน ราวกับเสียงฆ้อนเหล็กที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต กวินทร์ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าบนพื้นพรมอย่างหมดแรง แว่นสายตาที่เคยสวมใส่อยู่เสมอหลุดร่วงและแตกละเอียดอยู่เบื้องหน้า ภาพตรงหน้าพร่ามัว ไม่ใช่เพราะเลนส์ที่เสียหาย แต่เป็นเพราะหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นทะลักขอบตาออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
ความทรงจำที่เขาพยายามปะติดปะต่อมาตลอดหลายปี พังทลายลงในพริบตาเดียว
"โกหก... มันไม่จริง..." เสียงทุ้มแหบพร่าเล็ดลอดไรฟันออกมาอย่างน่าเวทนา กวินทร์หัวเราะเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง หัวเราะให้กับความพยายามที่สูญเปล่า หัวเราะให้กับความเชื่อใจที่เขามอบให้ผิดคน เอกสารในมือของธันวา—ศัตรูผู้สวมหน้ากากเพื่อนสนิทมาตลอด—ไม่ใช่แค่หลักฐานทางธุรกิจ แต่มันคือใบมรณบัตรที่ยืนยันว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ในอดีตคร่าชีวิตบิดามารดา ไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่ฝีมือของคนที่เขารักและไว้ใจที่สุดคนหนึ่งในชีวิต และตัวเขาเอง... คือผู้ลงนามเซ็นเอกสารโอนถ่ายทุกอย่างให้มันด้วยความเต็มใจในวัยเด็ก
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง เธอไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ทันที ไม่ใช่เพราะไร้เยื่อใย แต่เพราะความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวกวินทร์นั้นหนักหนาเกินกว่าที่คำปลอบโยนใดๆ จะเยียวยาได้ ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตา เธอมองแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงของชายหนุ่ม ผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่ง ทะนงตน และมั่นคงราวกับขุนเขา บัดนี้กลับแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
"คุณกวินทร์คะ... เอ๊ย... คุณกวินทร์ครับ" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นอีกฝ่ายหันมามองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ดวงตาส่วนลึกเต็มไปด้วยความสิ้นหวังชนิดที่คนเป็นใจหายวาบ
"ริน..." กวินทร์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ มือหนายกขึ้นกุมขมับ สมองปวดร้าวราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลทะลักเข้ามาในหัวจนแทบหายใจไม่ออก ภาพเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ภาพเสียงกรีดร้อง และกลิ่นควันไฟที่ติดตรึงอยู่ในจมูก ความจริงที่ว่าเขาคือคนที่รอดชีวิตมาบนความตายของครอบครัว และยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฆาตกรภายใต้คราบมิตรภาพมาหลายปี มันช่างน่าขยะแขยง... น่าขยะแขยงจนเขาอยากจะควักหัวใจตัวเองออกมาขยี้ให้แหลกคามือ
"ทุกอย่างมันจบแล้วครับ" กวินทร์แค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบหลังมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ "ผมมันแค่ตัวตลก... ตัวตลกที่ธันวาจูงจมูกเล่นมาตลอดชีวิต ตึกหลังนี้ บริษัทนี้ หรือแม้แต่ลมหายใจของผม... มันไม่มีค่าอะไรเลย ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว"
"อย่าพูดแบบนั้นนะคะ... เอ๊ย... อย่าพูดแบบนั้นครับ!" รินรดาปรี่เข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ เอื้อมมือสั่นเทาไปกุมมือหนาที่เย็นเฉียบของกวินทร์ไว้แน่น "คุณยังมีฉัน... คุณยังมีคนที่พร้อมจะอยู่ข้างคุณเพื่อทวงความยุติธรรม..."
"ความยุติธรรมเหรอ?" กวินทร์หัวเราะลั่นในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและบ้าคลั่ง เขาดึงมือตัวเองกลับอย่างแรงจนรินรดาเซถอยหลัง "ริน... คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ เอกสารพวกนั้นมันถูกกฎหมายทุกอย่าง ธันวาตลบหลังเราทุกประตู มันไม่ได้เหลืออะไรให้เราสู้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่ตัวตนของผมในอดีต... มันก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ กวินทร์นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว ความมืดมิดในจิตใจกัดกินทุกตารางนิ้ว ความคิดที่อยากจะจบสิ้นทุกอย่างผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ปกป้องอีกต่อไป ชีวิตที่ไร้ซึ่งความหมายนี้ จะมีประโยชน์อะไรที่จะต้องดึงดันหายใจต่อไปอีก
รินรดามองท่าทีที่เปลี่ยนไปของกวินทร์ หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นประกายตาที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาแบบนั้น... แววตาของคนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
"กวินทร์! มองหน้าฉัน!" รินรดาตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ สองมือประคองใบหน้าคมคายที่เปื้อนคราบน้ำตาให้หันมาสบตาเธอ "คุณจะยอมแพ้ให้ไอ้สารเลวนั่นจริงๆ น่ะเหรอ? คุณจะทิ้งทุกอย่างให้มันชนะไปทั้งแบบนี้เลยหรือไง!"
กวินทร์นิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมเหม่อมองทะลุผ่านร่างของเธอไปไกล ไร้ซึ่งประกายความหวังใดๆ ริมฝีปากแห้งผากขยับน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้รินรดาหัวใจแทบสลาย
"ปล่อยผมเถอะริน... ให้ผมจบมันตรงนี้เถอะครับ"
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเข้าครอบงำจิตใจของกวินทร์จนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่เงียบงันมาตลอดก็แผดเสียงกรีดร้องขึ้น ทำลายบรรยากาศอันหดหู่ลงอย่างเฉียบพลัน
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ชื่อผู้โทรเข้าปรากฏหราบนหน้าจอ... เป็นเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด คือข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้านั้น
*“เปิดประตูรับแขกคนสำคัญของคุณสิครับ... กวินทร์... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 44
หัวใจที่แตกสลาย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!