“ถอยออกไปจากประตูรินรดา!”
เสียงของกวินทร์คำรามต่ำ แผ่วเบาแต่ก้องกังวานด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องทำงานดูจะเบาบางลง รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือที่กำลูกบิดประตูสั่นสะท้าน เธอไม่ได้หันกลับมามองเขา แต่ดวงตาจ้องเขม็งไปยังรอยโคลนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศบนพื้นพรม... ราวกับมีคนเดินผ่านเข้ามาจริงๆ อย่างแผ่วเบาและไร้ตัวตน
*ตึก... ตึก...*
เสียงย่ำเท้าบนพรมดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน เสียงนั้นหนักแน่น สม่ำเสมอ และกำลังมุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูไม้โอ๊คเบื้องหน้าพวกเขา กวินทร์ก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ สองมือหนาคว้าไหล่หญิงสาวแล้วกระชากเธอออกมาด้านข้างอย่างแรงจนรินรดาเซไปปะทะกับโต๊ะทำงาน เสียงแฟ้มเอกสารหล่นกระจายพื้นกลายเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
จังหวะการเคาะนั้นเชื่องช้า สุภาพ แต่กลับดูน่าขนลุกเกินกว่าจะเป็นการมาเยือนของคนปกติ
“ใคร?” กวินทร์ตะโกนถาม มือขวาเอื้อมไปคว้าที่เปิดจดหมายโลหะบนโต๊ะมาถือไว้แน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็ง ดวงตาที่มักจะว่างเปล่าไร้ความรู้สึกบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบที่กดทับลงมาจนได้ยินเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “ถ้าเป็นธันวา... ก็เข้ามาเลย ไม่ต้องมาเล่นเกมประสาทแบบนี้!”
เธอกลั้นใจพุ่งตัวไปกระชากบานประตูให้เปิดออกกว้าง—
ลมกรรโชกวูบใหญ่ปะทะใบหน้า กลิ่นไอฝนและดินโคลนลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ ทว่าหน้าประตูนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีเงาของศัตรู ไม่มีร่องรอยของคนแปลกหน้า มีเพียงทางเดินทอดยาวที่ไฟเพดานกะพริบถี่ๆ จนดูเหมือนจังหวะหัวใจที่ใกล้จะหยุดเต้น
กวินทร์ก้าวออกไปที่โถงทางเดิน เขากวาดสายตาไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะชะงักงันเมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงสุดทางเดิน... ตรงข้ามกับลิฟต์ที่กำลังเปิดอ้า
หญิงสาวในชุดโค้ทสีเทาหม่นยืนหันหลังให้พวกเขา เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งของเธอกุมแผลที่ต้นแขน เลือดสีแดงเข้มซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาเป็นวงกว้าง
“คุณ...” กวินทร์ก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว ปมในใจที่เขามักจะพยายามกดทับไว้เริ่มสั่นไหว ภาพนิมิตเลือนรางของเหตุการณ์อุบัติเหตุในอดีตฉายวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาพยายามจะคว้ามือเอาไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นความมืดมิด
หญิงคนนั้นค่อยๆ หมุนตัวกลับมา
วินาทีที่ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน กวินทร์รู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุน ดวงตาสีถ่านคู่นั้นกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตากลับมีความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง รินรดาที่เดินตามหลังมาถึงกับชะงักฝีเท้า มือที่กำชายเสื้อของกวินทร์ไว้แน่นจนขึ้นข้อขาว เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน
“เป็นไปไม่ได้... คนคนนั้นควรจะตายไปพร้อมกับซากรถคันนั้นเมื่อห้าปีก่อนแล้วนี่”
หญิงปริศนาขยับริมฝีปากที่แห้งผาก เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาเป็นคำพูด แต่สายตาที่เธอมองไปยังกวินทร์นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ย เธอปล่อยให้ร่างของตัวเองทรุดฮวบลงกับพื้นหินอ่อน เสียงร่างที่กระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงทางเดิน
กวินทร์พุ่งตัวเข้าไปรับร่างนั้นไว้ทันท่วงที กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมดอกไม้ป่าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดโชยเข้าจมูก เขาประคองใบหน้าของเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ ร่างของเธอจะแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
“เธอเป็นใคร...” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า หัวใจที่เคยแห้งแล้งกลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง “ทำไม... ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฉันรู้จักคุณดีเหลือเกิน”
หญิงสาวปรือตาขึ้นมองเขาอย่างยากลำบาก เลือดที่มือของเธอเลอะเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของกวินทร์จนเป็นรอยปื้นใหญ่ เธอฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่ามกลางหยาดน้ำตาที่รินไหล เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาแตะลงที่หน้าอกของเขา สัมผัสที่เย็นเยียบผ่านทะลุเสื้อผ้าเข้าไปถึงหัวใจ
“ของที่หายไป... มันไม่เคยจากไปไหนหรอกค่ะ กวินทร์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “มันแค่รอเวลา... รอเวลาที่ความจริงจะทำให้คุณแหลกสลายอีกครั้ง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจับที่ร่างของพวกเขา กวินทร์หันไปมองเห็นกลุ่มชายชุดดำที่ดูคุ้นตา—ลูกน้องของธันวา—กำลังพุ่งตรงมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าอำมหิต
หญิงสาวในอ้อมกอดกวินทร์กระซิบคำสุดท้ายที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน “อย่าให้เขาจับตัวฉันได้... ไม่ใช่เพราะฉัน... แต่เพราะถ้าคุณปล่อยมือ... คุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าคนรักตัวจริงที่เขากำลังซ่อนไว้ในกรงขังอีกเลย”
กวินทร์หันกลับมามองหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง แต่ทว่า... ร่างในอ้อมกอดของเขากลับหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและคราบเลือดที่เริ่มจางหายไปจากเสื้อของเขา ราวกับฝันร้ายที่เพิ่งตื่นขึ้นกลางวันแสกๆ
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นจากเงามืดที่ปลายโถงทางเดิน กระสุนเฉี่ยวไหล่กวินทร์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนที่เขาจะหันไปเห็นบุคคลที่ยืนถือปืนอยู่ตรงนั้น—ธันวา—ยืนยิ้มกริ่มพร้อมกับชายที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการ... ชายที่ควรจะเป็นฝาแฝดที่ตายไปแล้วตั้งแต่เกิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในเงาอดีตกับผมนะครับ - โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 3
การพบกันที่ไม่ได้นัดหมาย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!