เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 2

ของขวัญจากอดีต

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“เช็ดมันออกซะ กวินทร์... ก่อนที่รอยเลือดนั่นจะทำให้คุณเสียสติไปมากกว่านี้” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบ่อลึกที่ไร้แสงแดดส่องถึง เธอยืนห่างจากกระจกบานนั้นเพียงสามก้าว แต่สายตาที่จับจ้องไปยังรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดบนกระจกเงากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนเร้น กวินทร์ไม่ได้ขยับกาย ร่างสูงโปร่งของเขายืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป สายตาจับจ้องไปที่หยดเลือดสีแดงสดที่กำลังซึมผ่านรอยดินแห้งกรัง หยดลงมาเป็นทางยาวราวกับรอยน้ำตาของวิญญาณที่ถูกจองจำ “มันไม่ใช่เลือดสด... กลิ่นมันไม่ใช่” กวินทร์พึมพำ น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบกว่าปกติ มือที่สั่นเทาของเขายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วแตะลงบนคราบสีแดงที่กำลังไหลผ่านกระจก เขาพบว่ามันเหนียวหนืดและเย็นจัดราวกับน้ำแข็ง “คุณกำลังทำอะไร? หยุดเถอะ!” รินรดาปรี่เข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้แรงจนเล็บจิกเข้าที่ผิวเนื้อ “คุณจำไม่ได้หรือไงว่าหมอสั่งห้ามอะไรบ้าง? ความจำของคุณมันเปราะบางเหมือนแก้วที่ร้าว กวินทร์ ถ้าคุณพยายามเค้นมันมากเกินไป คุณอาจจะแตกสลายจริงๆ” กวินทร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาว่างเปล่า ทว่าภายในกลับพายุหมุนแห่งความสับสนซัดสาด “ริน... ถ้าสิ่งที่แตกสลายมันไม่ใช่ตัวผม แต่เป็น ‘อดีต’ ที่พวกคุณพยายามฝังกลบไว้ล่ะ? คุณบอกว่าผมอุบัติเหตุ แต่รอยนิ้วมือนี่... มันไม่ใช่รอยของคนแปลกหน้า มันคือรอยของคนที่รู้จักนิสัยการวางมือของผมดีที่สุด” เขาสะบัดข้อมือออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันไปคว้าผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดรอยคราบนั้นออกอย่างลวกๆ กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นคาวสนิมที่อบอวลอยู่ในอากาศเริ่มจางหายไป ทิ้งไว้เพียงเงาสะท้อนของเขาในกระจกที่ดูเหนื่อยล้าและแปลกแยกจากโลกความเป็นจริง “ถ้าคุณคิดว่าการหนีจะช่วยให้คุณปลอดภัย คุณคิดผิด” กวินทร์พูดขึ้นขณะที่เขาก้าวเดินไปยังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวเก่าที่วางอยู่มุมห้อง “เพราะมันไม่ได้หนีไปไหน มันตามผมมาถึงที่นี่” บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารทางการเงินและแผนผังบริษัทของธันวา มีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซองจดหมายสีเหลืองซีดจางที่ไม่มีแสตมป์หรือตราประทับใดๆ มีเพียงชื่อ ‘กวินทร์’ ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังวางอยู่บนนั้น รินรดานิ่งงันไปเมื่อเห็นจดหมายฉบับนั้น “นั่นมันอะไร? ผมไม่ได้วางไว้ตรงนั้นตอนที่คุณเดินเข้ามา...” กวินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบมีดคัตเตอร์กรีดลงบนขอบซองอย่างใจเย็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นเร่าอยู่ภายในอก เมื่อเขากางกระดาษด้านในออก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น แสงไฟในห้องดูเหมือนจะหรี่ลงทันที ราวกับความมืดมิดกำลังหดตัวเข้าหาเขา ในกระดาษแผ่นนั้นมีเพียงพิกัดจีพีเอสที่เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบ ภาพในนั้นคือบ้านไม้หลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกหนาทึบในแถบเชิงเขาทางภาคเหนือ และด้านหลังภาพมีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือที่เขาคุ้นเคยจนหัวใจกระตุกวูบ *‘ที่นี่คือที่ที่เจ้าจากมา... และเป็นที่ที่เจ้าจะถูกฝัง หากยังไม่ยอมจำนนต่อความจริง’* “ใครเป็นคนเอามาวาง?” รินรดารีบเดินเข้ามาดูข้อความในกระดาษ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด “พิกัดนี่... กวินทร์ พิกัดนี่มันอยู่ห่างจากจุดที่รถคุณคว่ำไม่ถึงสามกิโลเมตร พวกเขารู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่! เราต้องทำลายมันทิ้ง เดี๋ยวนี้!” “พวกเขา?” กวินทร์ทวนคำ ดวงตาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความสับสน “ธันวาใช่ไหม? มันยังไม่พอใจอีกหรือไงที่ยึดบริษัทผมไปแล้ว มันยังอยากได้ชีวิตของครอบครัวผมอีกงั้นเหรอ?” “ไม่ใช่ธันวา...” เสียงของรินรดาสั่นเครือ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางกุมขมับ “ธันวาเป็นแค่หมาล่าเนื้อ แต่คนที่ส่งจดหมายฉบับนี้มา... เขาคือคนที่คุณคิดว่าตายไปตั้งแต่วันนั้น เขาคือคนที่คุณเป็นคน ‘ส่ง’ เขาไปลงนรกด้วยมือของคุณเอง” กวินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ภาพแฟลชแบ็คสีขาวโพลนพุ่งเข้าชนโสตประสาท เสียงเบรกของรถยนต์ เสียงกรีดร้อง และกลิ่นควันไฟที่ไหม้เกรียม ความทรงจำที่เคยดับสนิทเริ่มสั่นคลอนราวกับผนังถ้ำที่กำลังถล่ม เขาหันไปมองหน้าต่างห้องทำงาน บานกระจกที่เพิ่งเช็ดคราบเลือดออกไป บัดนี้กลับมีเงาตะคุ่มของชายคนหนึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย ชายคนนั้นสวมเสื้อโค้ทสีเข้ม ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น และในมือของเขากำลังถือร่มสีดำสนิทที่ปลายร่มมีรอยดินแห้งกรังติดอยู่ กวินทร์ขยี้ตา มองซ้ำอีกครั้ง แต่ทว่า... ชายคนนั้นกลับหันมามองตรงมาที่ห้องของเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งบิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ ก่อนที่ชายคนนั้นจะยกมือขึ้นโบกช้าๆ เหมือนกำลังทักทายคนคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันนานนับสิบปี “ริน...” กวินทร์กระซิบ เสียงของเขาสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “เขาอยู่ตรงนั้น... คนในรูป... เขากำลังเดินเข้ามาในตึกนี้” รินรดารีบพุ่งไปที่หน้าต่างแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าที่พื้นระเบียงด้านนอก... มีรอยเท้าเปื้อนโคลนสดๆ ปรากฏขึ้นทีละรอย ทีละรอย โดยเริ่มจากรั้วเหล็กดัดหน้าตึก และกำลังมุ่งตรงมายังประตูด้านหน้าห้องทำงานของพวกเขาอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความดำมืดในความทรงจำของกวินทร์ครับ - โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%