“คุณคิดจริงๆ หรือครับธันวา ว่ากำแพงที่สร้างขึ้นจากเศษซากความผิดบาปของคนอื่น มันจะแข็งแกร่งพอให้คุณพิงหลังได้นานแค่ไหน?”
กวินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา กลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลจนน่าอึดอัด เขาไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้แขกตรงข้าม แต่ยืนพิงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง ราวกับเขากำลังมองดูซากปรักหักพังที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
ธันวาที่กำลังเซ็นเอกสารปึกหนาชะงักปลายปากกาหมึกซึม เขาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบหน้ากันในสถานะ ‘มิตร’ มานานหลายปี
“กวินทร์... นายมันก็แค่คนความจำเสื่อมที่พยายามปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ที่ไม่มีวันครบภาพ” ธันวาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่ามือที่ถือปากกากลับสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีจนเขาต้องวางมันลง “ที่นายทำอยู่ตอนนี้ เขาเรียกว่าการดิ้นรนในทางตัน นายคิดว่าข้อมูลที่นายปล่อยออกมาจะทำให้หุ้นของบริษัทดิ่งลงเหวได้งั้นหรือ? นายประเมินความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของฉันต่ำไป”
กวินทร์หันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวตามคำขู่ หากแต่มีความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ เขาเดินช้าๆ ไปยังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ ก่อนจะวางแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งลงบนเอกสารสำคัญที่ธันวากำลังจะเซ็น
“ผมไม่ได้ประเมินคุณต่ำไปหรอกครับธันวา ผมแค่ประเมิน ‘ความโลภ’ ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่เอาไว้สูงเกินไปต่างหาก”
บนหน้าจอแสดงกราฟตัวเลขที่พุ่งดิ่งลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรายชื่อบัญชีลับในต่างประเทศที่ถูกระบุชื่อเจ้าของไว้อย่างชัดเจน ธันวาเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความซีดเผือด เขาคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทามากกว่าเดิม
“นาย... นายไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน? เรื่องนี้มันควรจะถูกฝังไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนั้น!”
“ความลับไม่มีวันตายหรอกครับธันวา มันแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงถามความยุติธรรม” กวินทร์ก้มลงกระซิบข้างหูชายผู้กำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “รินรดาไม่ได้บอกคุณหรือครับ ว่าในวันที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย ผมยังเหลือ ‘หลักฐาน’ ชิ้นสุดท้ายที่พ่อคุณทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นลม”
รินรดาที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย เธอไม่ได้มีทีท่าสะใจ แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววโศกเศร้า เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่ากวินทร์ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ข้อมูลชุดนี้มา—แลกกับความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเขาไม่หยุดหย่อน
ธันวากระแทกโต๊ะจนแจกันราคาแพงล้มกลิ้งลงกับพื้น “นายมันคนสารเลว! นายกำลังจะทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างมา! บริษัทนี้ไม่ใช่แค่ของฉัน แต่มันคือลมหายใจของตระกูลเรา!”
“บริษัทที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยเลือดเนื้อของคนอื่นน่ะหรือครับ?” กวินทร์แค่นยิ้ม “มันถึงเวลาล่มสลายแล้วครับธันวา ไม่ใช่เพราะผม แต่เพราะฐานรากมันผุพังตั้งแต่คุณเลือกที่จะหักหลังเพื่อนตัวเอง”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศจะเบาบางลง ธันวาพยายามคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งการลูกน้อง แต่เสียงปลายสายกลับมีเพียงเสียงสัญญาณที่ขาดหาย กวินทร์ไม่ได้ทำแค่ปล่อยข้อมูล เขาจัดการ ‘ตัดวงจร’ ทุกอย่างที่ธันวาใช้ควบคุมอาณาจักรธุรกิจของเขา
“ทุกอย่างจบแล้วครับ” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “ประกาศขายหุ้นฉุกเฉินกำลังถูกส่งออกไป อีกไม่ถึงสิบนาที ตำรวจฝ่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจะมาถึงที่นี่ตามคำเชิญของผม”
ธันวาทรุดลงกับเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาที่เคยกร้าวแกร่งแปรเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ทว่าในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นเอง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของธันวาก็ดังขึ้น ราวกับเขานึกอะไรบางอย่างออก
“นายฉลาดมากกวินทร์... แต่มีเรื่องหนึ่งที่นายลืมคิดไป” ธันวาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างคนสิ้นหวังที่ไม่มีอะไรจะเสีย “ถ้าฉันล้ม... นายคิดว่าคนเบื้องหลังที่สั่งฉันอีกทีจะปล่อยนายไว้หรือ? นายไม่ได้กำลังกู้คืนอดีตหรอก... แต่นายกำลังก้าวเข้าไปในกับดักที่ใหญ่กว่าเดิม”
กวินทร์ชะงักฝีเท้า รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบก้าวเข้ามาจับแขนเขาไว้ด้วยความกังวล ในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท แต่เสียงที่น่าหวั่นใจกว่าคือเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้ามายังห้องทำงานนี้ ไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่คุ้นเคย
ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง ชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามา ทุกคนมีรอยสักรูปตราสัญลักษณ์ที่กวินทร์เคยเห็นในฝันร้ายบ่อยครั้ง—ตราสัญลักษณ์ที่เขาจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่หัวใจเขากลับบีบรัดด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง
หนึ่งในชายชุดดำถือเอกสารซองสีน้ำตาลเดินตรงมาที่กวินทร์ ก่อนจะยื่นให้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“คุณกวินทร์ครับ... เจ้านายเราอยากให้คุณดูนี่หน่อย ก่อนที่จะตัดสินใจทำลายชีวิตใครต่อใคร”
กวินทร์รับซองเอกสารมามือสั่น เมื่อเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้เขาสูญสิ้นแรงยืน รินรดาคว้าแขนเขาไว้แน่นเมื่อเห็นภาพถ่ายในมือเขา—มันเป็นภาพถ่ายที่เขาจำได้ดี เป็นภาพถ่ายในวันที่เขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ในภาพนั้นไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว... และสิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างกายเขากลับเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อนตลอดชีวิตที่ผ่านมา
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" กวินทร์พึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงจนเห็นเส้นเลือด
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับกวินทร์นะครับ โครโนสทริกเกอร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 31
การล่มสลายขององค์กร
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!