เสียงกระดาษปึกหนากระทบลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทองดังทึบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานที่ปิดทึบ กวินทร์ไม่1ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที ปล่อยให้ความกดดันทำหน้าที่ของมันเอง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้ม ที่บรรจุร่องรอยการทุจริตและการบิดเบือนความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนเอาไว้เกือบครบถ้วน
"คุณคิดว่าหลักฐานพวกนี้จะลบล้างความผิดที่คุณสร้างขึ้นมาได้จริง ๆ หรือครับ ธันวา"
น้ำเสียงของกวินทร์ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดถล่มทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดสลัวไปยังชายอีกคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง
ธันวาแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่ฉายแววดู3แคลนอย่างไม่ปิดบัง
"ความผิดเหรอ กวินทร์... นายยังจำคำว่า 'ความจริง' ได้อยู่จริง ๆ หรือเปล่า? คนที่ความจำเสื่อมและต้องพึ่งพาแต่กระดาษเก่า ๆ อย่างนาย ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใครหรอกนะ" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะทำงาน "นายคิดว่ารินรดาจะเชื่อสิ่งที่นายพยายามรวบรวมมาตลอดหกเดือนนี้มากกว่าฉันคนนี้งั้นหรือ?"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากขมับ ความทรงจำปะติดปะต่อที่พยายามไขว่คว้าเริ่มส่งเสียงกรีดร้องในหัว แต่เขาไม่อนุญาตให้ความเปราะบางนั้นแสดงออกมาในวินาทีนี้
ประตูกระจกฝ้าด้านนอกเปิดออกเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของรินรดา เธอก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ แต่นัยน์ตากลับกวาดมองความตึงเครียดระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนได้อย่างแม่นยำ รินรดาสบตากับกวินทร์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารอีกชุดลงข้าง ๆ กองหลักฐานของเขา
"ฉันได้ตรวจเช็กบัญชีธนาคารนอกประเทศช่วงสามเดือนก่อนเกิดอุบัติเหตุแล้วครับ... ธันวา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง เธอหันไปสบตากับธันวาตรง ๆ "ชื่อบัญชีปลายทางไม่ได้เป็นของบริษัท แต่เป็นชื่อของมูลนิธิที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อภรรยาเก่าของคุณ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาเลือนหายไปในทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาควบคุมสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว
"คุณกำลังถูกเป่าหู รินรดา ผู้ชายคนนี้มันไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์ที่จะปกป้องใครได้อีกแล้ว มันแค่ต้องการหาแพะมารับบาปเพื่อชดเชยปมด้อยของตัวเอง" ธันวาพยายามพลิกสถานการณ์ น้ำเสียงเริ่มเจือด้วยความเกรี้ยวกราดที่ปิดไม่มิด
กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ความสูงของเขาทำให้ธันวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา มันคือใบรับรองแพทย์และบันทึกการจ่ายยาที่พิสูจน์ชัดเจนว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนวางยาและทำให้เขาต้องสูญเสียความทรงจำไปครึ่งชีวิต
"หลักฐานในมือผมตอนนี้ มีมากพอที่จะทำให้คุณไม่ได้เหยียบเข้ามาในตึกนี้อีกตลอดชีวิต... และมันก็มากพอที่จะส่งคุณไปชดใช้กรรมในที่ที่คุณควรจะอยู่" กวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง
รินรดายืนนิ่งอยู่เคียงข้างกวินทร์ มือเรียวบางเอื้อมมาแตะข้อศอกเขาเบา ๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าเธอจะอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
ธันวากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความบางอย่างอย่างรวดเร็ว
"พวกนายคิดว่าชนะแล้วสินะ... โง่เง่าสิ้นดี" ธันวาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ถ้าฉันต้องพัง นายก็ต้องไม่เหลืออะไรเลยเหมือนกัน กวินทร์"
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกันจากโทรศัพท์มือถือของกวินทร์และรินรดา กวินทร์หยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ภาพถ่ายหน้าจอจากกล้องวงจรปิดที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล—สถานที่เดียวที่น้องสาวของกวินทร์กำลังพัก The 1พำนักอยู่—ปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ทำเอาลมหายใจของกวินทร์สะดุดกึก
*เด็กคนนั้น... กำลังจะหมดลมหายใจแล้วนะครับ คุณพี่ชายผู้แสนดี*
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาจนถึงครึ่งทางนี้นะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 50
ครึ่งทางของการพิสูจน์
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!