“ปล่อยมือจากเขาเสีย ธันวา... ถ้าไม่อยากให้ความลับที่คุณเก็บงำมาตลอดชีวิตต้องพังทลายลงพร้อมกับเลือดบนมือคุณในตอนนี้”
กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนลิ่มเหล็ก เขาจดจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ร่างของเด็กชายที่ถูกธันวาคว้าคอเสื้อไว้กำลังสั่นสะท้าน ลมหายใจแผ่วเบาของอีกฝ่ายเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่จุดจบที่ไม่มีใครปรารถนา
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของชายผู้เคยเป็นเพื่อนรักกลับบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพช เขาค่อยๆ หันมามองกวินทร์ แสงไฟสลัวจากเพดานโกดังเก่าสะท้อนลงบนดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยโทสะแฝงเร้น
“ความลับงั้นหรือ กวินทร์? คุณคิดว่าความทรงจำที่หายไปครึ่งๆ กลางๆ ของคุณ มันจะมีน้ำหนักพอที่จะมาต่อรองกับผมได้เชียวหรือ” ธันวาออกแรงบีบที่คอเสื้อเด็กชายมากขึ้นจนอีกฝ่ายเริ่มส่งเสียงประท้วงในลำคอ “คุณมันก็แค่คนตาบอดที่เดินคลำทางอยู่ในความมืด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจุดไฟเผาบ้านคุณในคืนนั้น”
รินรดายืนอยู่ไม่ไกล มือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเธอฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับกายหมายจะพุ่งเข้าหาเพื่อหยุดยั้งความรุนแรง แต่สายตาของกวินทร์กลับส่งสัญญาณห้ามไว้ เขาก้าวเท้าออกมาข้างหน้าช้าๆ จังหวะการก้าวดูมั่นคง ผิดกับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในอก
“คืนนั้น... ฝนตกหนัก” กวินทร์เริ่มพูด น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความกดดันที่พยายามสะกดไว้ “เสียงฟ้าร้องกลบเสียงปืนได้มิด แต่มีสิ่งหนึ่งที่เสียงฝนกลบไม่ได้ คือกลิ่นน้ำมันเบนซินที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่ยี่ห้อราคาถูกที่คุณชอบสูบสมัยเรียน”
ธันวาชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้กวินทร์มั่นใจ
“นอกจากนี้” กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ระยะห่างที่พอจะเห็นแววตาที่แท้จริงของอีกฝ่าย “คุณลืมไปหรือเปล่าว่า พ่อผมไม่ได้แค่ตายเพราะกระสุนนัดเดียว เขาตายเพราะความไว้ใจที่มอบให้เพื่อนรักของลูกชายตัวเอง... คุณทิ้งตราประทับแห่งความอัปยศไว้ที่ข้อมือท่าน ซึ่งผมเพิ่งมาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่คุณมีอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกันเป๊ะ จากอุบัติเหตุในห้องแล็บตอนปีสอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในโกดังอย่างฉับพลัน ธันวาค่อยๆ คลายมือที่กำคอเสื้อเด็กชายออก แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาปล่อยร่างนั้นทรุดลงกับพื้นก่อนจะหยิบปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากช่องเก็บของที่เอวอย่างเชื่องช้า
“คุณจำได้หมดแล้วสินะ” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้น “งั้นความตายที่คุณได้รับวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการต้อนรับความทรงจำที่คืนกลับมาอย่างสมเกียรติ”
รินรดารีบปราดเข้ามาขวางหน้าระหว่างกวินทร์และธันวา ท่าทีของเธอเด็ดเดี่ยว “พอเสียทีธันวา! คุณจะถลำลึกไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณยิงเขา คุณก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ”
ธันวาไม่ได้ฟังคำทัดทาน เขาเล็งปากกระบอกปืนไปที่กวินทร์โดยตรง “กวินทร์ คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงทำ? ไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะอำนาจ แต่มันเป็นเพราะพ่อคุณ... เขาเห็นผมเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่รอวันถูกเขี่ยทิ้ง เหมือนกับที่คุณกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้!”
กวินทร์นิ่งเงียบ มองดูเพื่อนเก่าด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความแค้นเคือง แต่มีความสงสารปนอยู่ ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาไม่ได้ทำให้เขาโกรธแค้นจนขาดสติ แต่มันทำให้เขาเห็นภาพของเด็กชายผู้โดดเดี่ยวที่เติบโตมาด้วยความริษยาและต้องการการยอมรับจนถึงขีดสุด
“คุณคิดผิดไปอย่างหนึ่ง ธันวา” กวินทร์ก้าวผ่านรินรดาออกมาเผชิญหน้ากับปืนโดยตรง “พ่อผมไม่เคยเขี่ยใครทิ้ง ท่านแค่รอเวลาที่จะให้คุณเติบโต แต่คุณกลับรีบเร่งที่จะทำลายมันด้วยมือตัวเอง... และที่สำคัญกว่านั้น วันนี้คุณไม่ได้มาที่นี่คนเดียว”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นรอบด้าน แสงไฟสปอร์ตไลท์จากภายนอกพุ่งสาดเข้ามาในโกดังจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา
ธันวาหันขวับไปรอบๆ ด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าทางออกทุกทางถูกปิดตายด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบที่เขาจำได้ดีว่าเป็นหน่วยงานลับที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
ทว่า... ในวินาทีที่ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้น รินรดาก็คว้าแขนกวินทร์ไว้แน่น สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ธันวา แต่มองไปที่เงาดำที่ยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ที่สุดในโกดัง เงาดำนั้นค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้กวินทร์ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
นั่นไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็นชายที่เขาได้รับแจ้งว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
“พ่อ?” กวินทร์พึมพำ เสียงนั้นสั่นพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
ชายผู้นั้นยิ้มบางๆ แล้วเลื่อนปากกระบอกปืนเก็บเสียงขึ้นมาจ่อที่ขมับของธันวาที่กำลังยืนอึ้งค้าง “ขอบใจที่ล่อให้มันออกมานะครับกวินทร์... แต่น่าเสียดาย ที่ตัวจริงของคนที่บงการเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อนของคุณคนนี้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนามากับผม โครโนสทริกเกอร์นะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 51
การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!