กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นดินปืนที่ยังคุกกรุ่นลอยอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินเก่าคร่ำคร่า แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องเงาทอดยาวของชายสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากัน กวินทร์ยืนนิ่งสนิท ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายชาวาบตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจ ภาพตรงหน้าทำลายความทรงจำและภาพลักษณ์ทุกอย่างที่เขามีต่อเพื่อนสนิทในวัยเด็กจนย่อยยับ
"เกมพลิกแล้วนะ ธันวา... วางปืนลงเถอะ"
เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย เธอหลบอยู่เบื้องหลังไหล่กว้างของกวินทร์ มือเรียวข้างหนึ่งกำชายเสื้อของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ สายตาของเธอมองไปยังร่างที่ไร้สติบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ชายฉกรรจ์ลูกน้องของธันวานอนจมกองเลือด ลมหายใจรวยริน ดวงเบิกค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ธันวาไม่ได้ลดกระบอกปืนในมือลงเลย ปลายกระบอกเหล็กสีดำสนิทนั้นยังคงชี้ตรงไปยังเป้าหมายอย่างไร้ความลังเล รอยยิ้มที่เคยอบอุ่นและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ในยามที่พวกเขาเคยร่วมโต๊ะเจรจาธุรกิจ บัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มเยียบเย็น มุมปากกระตุกขึ้นอย่างน่ากลัว ดวงตาของธันวาแข็งกร้าวและไร้ก้นบึ้งแห่งความปรานี ราวกับไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่กวินทร์เคยรู้จัก
"วางปืนงั้นหรือ กวินทร์... นายยังอ่อนหัดเหมือนเดิมเลยนะ" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มแต่กลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "นายคิดจริงๆ หรือว่าโลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรมและความถูกต้อง? นายจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใครในอดีต แล้วมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน"
กวินทร์กวาดสายตามองรอบห้อง ความโหดเหี้ยมที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่แค่รอยกระสุนหรือคราบเลือด แต่คือแววตาของธันวา แววตาของคนที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ศัตรูที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงคู่แข่งทางธุรกิจ แท้จริงแล้วคือผู้ชักใยเบื้องหลังความพินาศทั้งหมดของครอบครัวเขาเอง
"นายทำลายทุกอย่าง... แมกระทั่งคนของตัวเอง ธันวา เขาแค่วิ่งหนี นายไม่มีความจำเป็นต้องยิงเขาเลยด้วยซ้ำ" เสียงของกวินทร์ต่ำลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวและร’ความผิดหวังปะปนกันจนแยกไม่ออก
"ความจำเป็น?" ธันวาเลิกคิ้ว ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง "ในโลกธุรกิจที่พวกเรายืนอยู่ ความผิดพลาดครั้งเดียวหมายถึงความตาย คนพวกนี้เป็นแค่เบี้ย ถ้าหมากตัวไหนเดินผิดตา หน้าที่ของฉันก็แค่เขี่ยมันทิ้ง นายเองก็เหมือนกันกวินทร์... ถ้าวันนั้นนายไม่ความจำเสื่อมรอดตายมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ป่านนี้, นายก็คงนอนอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ กวินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ปมความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มส่งเสียงกรีดร้องในหัว ภาพแฟลชแบ็กวับๆ แวมๆ ของอุบัติเหตุรถยนต์เพลิงลุกท่วม เสียงกรีดร้อง และกลิ่นควันไฟตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่กำลังเปิดเผย
รินรดาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจากแผ่นหลังของกวินทร์ เธอรู้ดีว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับขีดจำกัดทางอารมณ์
"อย่าฟังคำปั่น ของเขาพะยะค่ะ... เอ๊ย... อย่าไปเชื่อเขานะกวินทร์" รินรดารีบเปลี่ยนคำพูดแก้สถานการณ์ในใจ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวออกมาเคียงข้างกวินทร์ "ธันวา นายคิดว่าความลับนี้จะปิดไปได้ตลอดกาลเหรอ ตำรวจกำลังมา หลักฐานในแฟลชไดรฟ์นั้นถูกส่งไปยังอัยการเรียบร้อยแล้ว นายไม่มีทางหนีพ้น"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าแฟลชไดรฟ์ รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันขวับมาจ้องรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เธอฉลาดมาก รินรดา... น่าเสียดายจริงๆ ที่ผู้หญิงเก่งๆ แบบเธอต้องมาตายในที่อับอากาศแบบนี้" ธันวาพูดเสียงเรียบ ปลายกระบอกปืนเบนเป้าหมายจากพื้นดินขึ้นมาเล็งตรงไปยังรéréรดาอย่างรวดเร็ว
"ระวัง!"
กวินทร์ไม่ทันคิดชีวิต ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าชาร์จธันวาด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้น ฝุ่นตลบอบอวล เสียงโลหะกระแทกพื้นดังลั่นตามด้วยเสียงลั่นไกที่ดังสนั่นหู กระสุนเฉี่ยวไหล่ของกวินทร์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ประกายไฟวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
การต่อสู้ตะลุมบอนเกิดขึ้นอย่างดุเดือด ธันวาแม้จะดูผอมบางกว่าแต่เต็มไปด้วยความแค้นและสัญชาตญาณดิบเถื่อน เขาพยายามกดกระบอกปืนในมือให้หันกลับมาหากวินทร์ ขณะที่กวินทร์ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีตรึงข้อมือของเพื่อนเก่าเอาไว้ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ลมหายใจหอบกระชั้น
"นายมันบ้าไปแล้ว ธันวา!" กวินทร์คำราม ลั่นหมัดเข้าที่ใบหน้าของธันวาเต็มแรงจนเสียงเนื้อกระทบหมัดดังสนั่น ธันวาหน้าหันไปตามแรงกระแทก เลิอดสีสดไหลซึมออกจากมุมปาก แต่เขากลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ใช่... ฉมันบ้า เพราะฉันอยากเห็นแกพินาศยังไงล่ะ!" ธันวาตวัดขาเตะตัดลำตัวกวินทร์จนเซถอยหลัง ร่างของกวินทร์กระแทกเข้ากับชั้นเหล็กเก่า เสียงอุปกรณ์ช่างหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ เธอกวาดสายตาหาทางช่วยเหลือก่อนจะพบท่อนเหล็กยาวตกอยู่ไม่ไกล เธอพุ่งตัวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยสองมือ สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความกล้า
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ก้าวเข้าไปช่วย ประตูเหล็กบานใหญ่ด้านหลังห้องกลับถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝูงชนและเสียงไซเรนรถตำรวจดังสนั่นก้องเข้ามาในโกดัง ร่างของชายในเครื่องแบบหลายนายกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
"ตำรวจ! วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนก้องกังวานสั่งการเฉียบขาด
ธันวาชะงัก นัยน์ตาไหววับด้วยความตื่นตระหนก เขารีบผุดลุกขึ้นยืนถอยหลังไปชิดหน้าต่างบานเล็กท้ายห้อง มือข้างที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความแค้นที่อัดแน่นจนล้นปรี่
เขากวาดตามองกวินทร์และรินรดาเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนคราบเลือดอีกครั้ง
"เกมยังไม่จบแค่นี้หรอก กวินทร์... ไว้เจอกันในวันที่นายจำได้ทั้งหมด ว่าครอบครัวของแกทำอะไรไว้กับฉัน!"
สิ้นคำพูด ธันวาก็กระโดดทะลุกระจกหน้าต่างบานเล็กหายออกไปในความมืดของค่ำคืน เสียงกระจกแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยว พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าของตำรวจที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมพื้นที่
โกดังกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย กวินทร์ยืนหอบหายใจโยนตัว มือข้างที่กำหมัดสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ คำพูดสุดท้ายของธันวายังคงก้องอยู่ในหัวของเขา
ครอบครัวของเขา... ทำอะไรไว้ในอดีตกันแน่?
รินรดารีบวิ่งเข้ามาประคองแขนของเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและตื่นตระหนก "กวินทร์... คุณบาดเจ็บหรือเปล่า นายไหวไหม?"
กวินทร์นิ่งงง ดวงตาคู่คมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ว่างเปล่า ความทรงจำที่เคยหลับใหลเริ่มส่งเสียงคำรามในหัว สมองของเขาเหมือนกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนายตำรวจนายหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มคดีเก่าๆ ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
"คุณกวินทร์ครับ... เราพบเอกสารชิ้นสำคัญในห้องทำงานของธันวา... มันคือบันทึกประวัติอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน และ... คนที่ขับรถชนครอบครัวของคุณในวันนั้น ไม่ใช่ใครอื่นไกล..."
* * *
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลึกลับซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 49
ภาพสะท้อนของความโหดร้าย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!