เสียงโลหะบดกันดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยแรงกระแทกจากด้านหลัง ทำให้ร่างของกวินทร์เซถลาไปกระแทกกับคอนโซลหน้ารถอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากซี่โครง แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดนั้น ในกระจกมองข้าง... แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจากรถกระบะยกสูงคันเดิมยังคงจี้ติดชนิดแทบจะเกยกัน ท,กวินทร์กัดฟันกรอด มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด
"บ้าเอ้ย..."
เขาพึมพำกับตัวเองขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวหักศอกเข้าสู่ตรอกแคบๆ ของย่านโกดังเก่า กลิ่นอับชื้นของน้ำเน่าและเศษกระดาษลังลอยอบอวลเข้ามาในห้องโดยสารผ่านกระจกที่แตกละเอียดจากแรงชนเมื่อครู่ ที่นี่คือเขาวงกตที่ธันวาต้องการจะต้อนให้เขาจนมุม
ทางหนีทีไล่ที่รินรดาเคยบอกไว้ในแผนที่ฉุกเฉินแล่นเข้ามาในหัว... เลี้ยวซ้ายที่ตู้คอนเทนเนอร์สีสนิม ลอดผ่านโครงเหล็กโครงสร้างโรงงานร้าง แล้วทิ้งรถไว้ที่นั่นเพื่อเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเท้าเลียบคลองระบายน้ำ
กวินทร์เหยียบคันเร่งมิด ล้อรถส่งเสียงกรีดร้องไปกับพื้นยางมะตอย ทว่าเสียงเครื่องยนต์คำรามจากด้านหลังก็ไล่ตามมาติดๆ ไม่ห่าง ธันวาไม่ได้แค่ต้องการขู่... สายตาของศัตรูเก่าที่สบกันผ่านกระจกมองหลังเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมันฟ้องชัดเจนว่า อีกฝ่ายพร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกคามือโดยไม่สนว่าความลับในอดีตจะตายไปพร้อมกับเขาด้วยหรือไม่
*เอี๊ยดดด!*
กวินทร์ดึงเบรกมือพร้อมหักพวงมาลัยสลับข้าง รถเก๋งคันเก่าหมุนเคว้งเป็นวงกลมก่อนจะพุ่งชนเข้ากับกองลังไม้เก่าหลังโกดังเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เขารีบผลักประตูรถเปิดออกแล้วพุ่งตัวออกไปในความมืดทันทีโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
ความเย็นยะเยือกของยามวิกาลปะทะเข้ากับใบหน้าชุ่มเหงื่อ กวินทร์วิ่งลัดเลาะไปตามแนวท่อระบายน้ำขนาดยักษ์ เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังไล่กวดมาอย่างกระชั้นชิด เสียงรองเท้าคอมbatกระทบกับพื้นปูนดังสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ท่อระบายน้ำ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย
"หนีไม่พ้นหรอก กวินทร์!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานของธันวาดังไล่หลังมา มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต ธันวาเดินช้าๆ ออกมาจากเงามืด มือข้างหนึ่งถือไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปทั่วบริเวณ ขณะที่มืออีกข้างล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างใจเย็น ราวกับผู้ล่ากำลังสนุกสนานกับการไล่ต้อนเหยื่อที่ไม่มีทางสู้
กวินทร์ซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนกรีตหนา ลมหายใจของเขาหอบถี่จนน่ากลัว มือข้างขวาที่กำปืนสั้นซึ่งรินรดาแอบซ่อนไว้ใต้เบาะรถสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำสีเทาเลือนรางผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเขาพยายามประติดประต่อเรื่องราวอุบัติเหตุในคืนนั้น... คืนที่ธันวาไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นคนผลักเขาลงไปในเหวแห่งความมืดมิดนี้ตั้งแต่แรก
"แกต้องการอะไรกันแน่ ธันวา!" กวินทร์ตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นมานานหลายปี
เสียงฝีเท้าหยุดลง ธันวายิ้มเยาะอยู่ที่มุมมืด แสงไฟฉายสาดส่องตรงมายังเสาคอนกรีตที่กวินทร์หลบอยู่ แต่ยังไม่เผยตัวตนทั้งหมด "ฉันต้องการสิ่งที่แกขโมยไป... ความทรงจำพวกนั้นมันไม่ใช่ของแก กวินทร์ มันเป็นของตระกูลฉัน ตั้งแต่แรกแล้ว!"
กวินทร์ขมวดคิ้ว ความทรงจำเหรอ? เขาจำได้แค่เศษเสี้ยวของเอกสารลับในตู้เซฟพ่อของรินรดา... หรือว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมืดที่ธันวาลักลอบทำอยู่
ในจังหวะที่ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อจะเผด็จศึก กวินทร์ตัดสินใจไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกจากที่กำบังแล้วยิงปืนขู่ขึ้นไปบนเพดานอุโมงค์หนึ่งนัด เศษปูนร่วงกราวลงมาขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง ก่อนที่กวินทร์จะอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งทะยานไปยังบันไดเหล็กหนีไฟที่ทอดตัวขึ้นสู่หลังคาโกดัง
เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกำแพงเฉียดหัวไหล่กวินทร์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงอัดของกระสุนทำให้เศษไม้แตกกระจาย ธันวาลั่นไกอย่างไร้ความปรานี
กวินทร์ปีนป่ายขึ้นบันไดเหล็กเก่าๆ ด้วยความเร็วสูงสุด บาดแผลที่ซี่โครงเริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวดร้าวราน แต่เขากัดฟันฮึดสู้จนกระทั่งขึ้นมาถึงบนหลังคาโกดังโล่งกว้าง ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนร่างสั่นสะท้าน เบื้องล่างคือความมืดมิด และเบื้องหน้าคือทางตัน... มีเพียงสายสลิงเครนเก่าๆ ที่ทอดข้ามไปยังอาคารพาณิชย์อีกฝั่งซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบสิบเมตร
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของธันวาตามมาติดๆ เสียงเหล็กบันไดลั่นเอี๊ยดอาร์ดฟ้องว่าอีกฝ่ายกำลังขึ้นมาถึงแล้ว
กวินทร์หันกลับไปมอง ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทของธันวาโผล่พ้นขอบหลังคาขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้น "หมดทางหนีแล้วนะเพื่อนเก่า"
ธันวาเล็งปากกระบอกปืนตรงมาที่หน้าอกของกวินทร์ ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ไม่มีที่ให้หลบหนี ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว กวินทร์ยืนหยัดอยู่ริมขอบหลังคา ลมหายใจของเขาขาดห้วง แต่สายตากลับแน่วแน่ไม่หวั่นไหว
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของธันวาจะเหนี่ยวไกสังหาร เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซเรนตำรวจที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากด้านนอกโกดัง
ธันวาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปชั่วขณะเมื่อแสงไฟแฟลชสีแดงน้ำเงินสาดส่องขึ้นมาบนหลังคา และเสียงประกาศผ่านโทรโข่งก็ดังขึ้น
*“ที่นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ! ปลุกอาวุธลงแล้วมอบตัวซะ!”*
ไม่ใช่เสียงของตำรวจธรรมดา... แต่เป็นเสียงที่กวินทร์จำได้แม่นยำว่าเป็นของสารวัตรภาคภูมิ คนที่รินรดากระซิบชื่อให้ฟังก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันหลบหนี
ธันวาหันขวับไปมองทางบันไดหนีไฟด้วยความตกใจ ก่อนจะหันกลับมามองกวินทร์ด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย "แกเล่นตุกติกอะไร กวินทร์..."
กวินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น มุมปากของชายหนุ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ขณะที่สายตาของเขามองข้ามไหล่ของธันวาไปยังเงาร่างหนึ่งที่ยืนถือปืนรออยู่ตรงปากทางขึ้นบันไดอีกด้าน
เงาร่างนั้นไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็นรินรดา ที่ยืนถือปืนเล็งตรงมาที่ศีรษะของธันวาอย่างนิ่งสงบ พร้อมกับกระซิบเบาๆ ผ่านความเงียบที่ทุกคนได้ยินชัดเจน
"เกมพลิกแล้วนะ ธันวา... วางปืนลงเถอะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปด้วยกันในบทนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 48
ทางหนีทีไล่
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!