เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 9

ความลับที่ถูกฝัง

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“ความจริงมันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ กวินทร์... และนายก็กำลังจะจ่ายมันด้วยสิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของนาย นั่นคือ ‘ตัวตน’ ที่นายพยายามหลอกตัวเองมาตลอด” รินรดาวางสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้สักตัวเก่า เสียงกระดาษที่เสียดสีกันฟังดูบาดหูราวกับเสียงกรีดร้องในห้องที่เงียบงัน กวินทร์จ้องมองมันเหมือนเห็นวัตถุระเบิดที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกทัศน์ของเขาให้กลายเป็นเถ้าถ่าน เขายังจำได้ รอยยิ้มของรินรดาที่เขารู้จักมันคือความอบอุ่นที่ปลอบประโลมเขาในคืนที่พายุในใจโหมกระหน่ำ แต่รอยยิ้มในตอนนี้—รอยยิ้มที่มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยพร้อมดวงตาที่ว่างเปล่า—กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเชือดด้วยมีดทื่อๆ “บันทึกของเธอ...” กวินทร์กลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ มือของเขาสั่นระริกขณะเอื้อมไปแตะขอบกระดาษที่กรอบเกรียม “ทำไมฉันต้องอ่าน?” “เพราะในนั้นมีชื่อของคนที่นายควรจะเกลียดที่สุด และคนที่นายควรจะกราบเท้าขอขมามากที่สุด...” เธอขยับตัวเข้าใกล้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่าสะอิดสะเอียนแตะเข้าที่ปลายจมูก “เปิดหน้าสุดท้ายสิ อย่าให้เวลาที่เหลือน้อยนิดของนายเสียเปล่าไปกับความขลาดกลัวเลย” กวินทร์สูดหายใจลึก เขาตัดสินใจผลักปกหนังที่ผ่านกาลเวลามานานออก ความชื้นของหมึกจางๆ พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือคำสารภาพบาปที่ถูกจารึกไว้ด้วยน้ำตา หน้าสุดท้ายที่รินรดาพยักพเยิดให้นั้น ไม่ได้เต็มไปด้วยตัวอักษร หากแต่มีซองจดหมายสีเหลืองซีดใบหนึ่งแนบอยู่ เขาสั่นมือหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซองนั้น หัวใจของเขากระตุกวูบราวกับถูกกระชากออกจากอก มันเป็นรูปขาวดำที่ขอบด้านหนึ่งเริ่มยุ่ย... ในรูปนั้นคือตัวเขาเอง—ตัวเขาที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่านี้มาก แต่แววตากลับแข็งกร้าวอย่างที่เขาไม่เคยจดจำได้ เขายืนอยู่ข้างผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่สวมชุดเครื่องแบบที่ดูหรูหราผิดกับสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนท่าเรือร้างในช่วงพลบค่ำ มือของเขาวางอยู่บนไหล่ของคนคนนั้นอย่างสนิทสนม ท่าทางดูเหมือนเพื่อนตาย... หรืออาจจะเป็นพี่น้องที่สาบานว่าจะร่วมเป็นร่วมตาย แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตัวเขา... มันคือคนข้างๆ คนนั้น “ธันวา...” กวินทร์พึมพำ ชื่อนั้นหลุดจากปากราวกับเสียงสวดส่งวิญญาณ “นึกออกแล้วสินะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ “ความทรงจำที่หายไปไม่ได้ถูกลบด้วยอุบัติเหตุอย่างที่แกนสมองนายบอกหรอก แต่มันถูก ‘ฝัง’... ถูกฝังด้วยมือของคนที่ยืนเคียงข้างนายในรูปนั่นแหละ” กวินทร์จ้องมองดวงตาของเพื่อนเก่าในรูป มือของเขาเริ่มสั่นแรงขึ้นจนภาพถ่ายร่วงหล่นลงบนโต๊ะ เขาพยายามนึกย้อนกลับไปถึงเงาจางๆ ในความทรงจำ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นภาพพร่ามัวเหมือนม้วนฟิล์มที่ถูกเผาไหม้ ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าที่ขมับราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง “ทำไม...” เขากัดฟัน “ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น? เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือไง?” “เพื่อน?” รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม เธอเดินอ้อมไปด้านหลังเขา ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ “นายกับเขาก็เหมือนหมากบนกระดานที่ถูกวางไว้เพื่อฆ่ากันเอง กวินทร์ นายไม่ใช่นักธุรกิจที่สูญเสียความทรงจำ นายคือนักล่าที่ทำพลาด และธันวาก็คือเหยื่อที่กลายมาเป็นผู้คุมกรงขังของนายเสียเอง” บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก กวินทร์มองเห็นเงาของตัวเองในกระจกเงาที่ติดอยู่บนผนัง เงาที่สะท้อนออกมาไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว แต่มีเงาของใครอีกคนทับซ้อนอยู่ด้านหลัง—เงานั้นดูคล้ายธันวา ราวกับว่าตัวตนของเขาถูกกัดกินจากภายในโดยคนที่เขาเกลียดชัง “สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การถามหาเหตุผล” รินรดาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหู “แต่เป็นการดูว่าข้างหลังรูปถ่ายใบนั้น... นายเขียนอะไรทิ้งไว้ก่อนที่จะลืมทุกอย่าง” กวินทร์ก้มลงหยิบรูปถ่ายขึ้นมาอีกครั้ง มือของเขาพลิกไปยังด้านหลัง กระดาษแข็งแผ่นนั้นมีรอยหมึกปากกาหัวแร้งที่จางลงตามกาลเวลา แต่ยังคงความคมชัดของลายมือที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของตัวเอง เขาสะกดอ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละคำ... ใจความที่ทำให้เลือดในกายเขากลายเป็นน้ำแข็ง *‘ฆ่ามัน ก่อนที่มันจะรู้ว่าเราคือคนคนเดียวกัน’* ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูไม้บานเก่าที่ล็อคสนิท เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าห้อง ก่อนที่ลูกบิดประตูจะค่อยๆ หมุนอย่างช้าๆ รินรดาถอยห่างออกไปยืนในเงามืด พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่เขเคยเห็นมา “เขามาถึงแล้ว กวินทร์...” รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “และดูเหมือนว่าความลับที่ถูกฝังไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในตอนที่นายยังไม่พร้อมที่สุด” ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโถงทางเดิน เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ก่อนจะมองมาที่กวินทร์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชและอำนาจ “เลิกเล่นบทคนความจำเสื่อมได้แล้ว กวินทร์” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบพลางก้าวเข้ามาในห้อง “เพราะต่อให้แกจำได้... วันนี้ก็คือวันสุดท้ายที่แกจะได้มีชีวิตอยู่เพื่อแบกรับความลับนี้” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในใจของกวินทร์ด้วยกันครับ - โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%