"นายไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงานหรอกใช่ไหม กวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของกระแสลมบนชั้นดาดฟ้าของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนหันหลังให้กวินทร์ มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ราคาแพงที่น้ำแข็งแทบละลายไปหมดแล้ว แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนเข้ากับผิวกระจกอาคาร สร้างเงาสลัวที่ดูบิดเบี้ยวบนใบหน้าของคนทั้งคู่
กวินทร์ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปสามก้าว แววตาของเขาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนัง "ถ้านายยังมีเศษเสี้ยวของคำว่าเพื่อนหลงเหลืออยู่บ้าง ช่วยตอบฉันมาตรงๆ ว่าทำไม... ทำไมรินรดาถึงต้องเป็นคนเดียวที่นายเลือกจะเล่นงาน"
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเจือไปด้วยความสมเพชและหยามเหยียด เขาหมุนตัวกลับมา สายตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างรอบข้าง "เพื่อน? คำนี้มันราคาถูกไปสำหรับเราสองคนนะกวินทร์ นายรู้อยู่เต็มอกว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่นายเลือกจะลืมทุกอย่าง... หรือแกล้งลืม เพื่อหลีกหนีความผิดบาปที่ตัวเองก่อไว้"
"ฉันไม่ได้ทำ!" กวินทร์ตวาดกลับ เสียงของเขาดังก้องสู้กับลม "อุบัติเหตุวันนั้น... ทุกอย่างมันเป็นเพราะแผนของนาย!"
"แผนของฉันงั้นรึ?" ธันวาเดินเข้ามาหาช้าๆ ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวกับเสือที่ต้อนเหยื่อจนมุม "ถ้านายฉลาดกว่านี้สักนิด นายจะรู้ว่ารินรดาไม่ได้เป็นแค่ 'คู่คิด' ของนาย แต่นางคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คอยตอกย้ำว่า นายคือคนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อหวังจะกำจัดความทรงจำที่น่ารังเกียจเหล่านั้นทิ้ง"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนแผลเดิม กวินทร์ชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวดั่งกลองรบ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดูสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามจะปฏิเสธ แต่ความทรงจำที่ขาดๆ หายๆ กลับผุดขึ้นมาเป็นภาพแฟลชแบ็กซ้ำๆ — กลิ่นน้ำมันเบนซิน เสียงแก้วแตก และใบหน้าที่หวาดกลัวของใครบางคนที่เขาจำไม่ได้
"โกหก..." กวินทร์พึมพำ แต่เสียงที่ออกมากลับสั่นพร่า
ธันวาฉีกยิ้มเหี้ยม เขาสังเกตเห็นจุดอ่อนนั้นทันที "นายหวาดกลัวความจริงสินะ กวินทร์ นายกลัวว่าถ้าวันหนึ่งความจำกลับมาครบถ้วน นายจะกลายเป็นคนเดียวที่อยู่ไม่ได้ในโลกใบนี้" ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงบนตัวเขา "รินรดารู้ดีกว่าใครว่านายเป็นยังไง และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องดึงตัวเธอมา... ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อปกป้องสิ่งที่นายกำลังจะทำลายทิ้งไปเองกับมือ"
"ปล่อยเธอไป" กวินทร์คว้าคอเสื้อของธันวาไว้แน่น "อย่าเอาเรื่องสกปรกของนายมาอ้างรินรดา ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะทำให้นายหายไปจากโลกนี้จริงๆ"
ธันวาไม่ขัดขืน เขากลับหัวเราะร่วน แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด "นายกล้าฆ่าฉันไหมล่ะ? ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความทรงจำที่บิดเบี้ยว... น่าตลกสิ้นดี"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ ทั้งสองชะงักและหันไปมองพร้อมกัน เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของประตูเหล็ก รินรดาปรากฏตัวขึ้นในสภาพที่ดูอิดโรย ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่และเย็นชากว่าที่กวินทร์เคยรู้จักมาตลอดชีวิต
"หยุดได้แล้วทั้งคู่" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัวในแววตา เธอชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นมา มันคือแผ่นดิสก์หน่วยความจำขนาดเล็กที่กวินทร์เคยตามหาแทบพลิกแผ่นดิน "ความจริงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนทำ แต่มันอยู่ที่ว่าใครเป็นคนถือไพ่ใบสุดท้ายเอาไว้... และตอนนี้ ไพ่ใบนั้นอยู่ในมือฉันแล้ว"
กวินทร์ปล่อยมือจากคอเสื้อธันวา ร่างกายเขารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูก เมื่อเห็นรินรดาเดินผ่านหน้าธันวาไปราวกับคนไม่รู้จักกัน เธอหยุดลงตรงหน้าเขา มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของกวินทร์พังทลายลงในวินาทีนั้น
"กวินทร์... สิ่งที่นายลืม ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันคือการฆาตกรรมที่นายเป็นคนลงมือเอง โดยมีฉันเป็นคนช่วยปกปิดมาตลอดสิบปี"
รินรดาเลื่อนมือถืออุปกรณ์นั่นขึ้นมาพร้อมจะทำลายมันทิ้งหากใครคนใดคนหนึ่งขยับตัว ธันวาถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง ขณะที่กวินทร์ยืนนิ่งงันดั่งรูปปั้นที่แตกสลายไปแล้วจริงๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับปมปริศนาของกวินทร์ในบทนี้ด้วยกันนะครับ
โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 19
เผชิญหน้าบนยอดตึก
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!