“รอยเลือดบนเบาะหนังนี่... มันยังไม่แห้งสนิทเลยครับ กวินทร์”
ผมกัดกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน กลิ่นคาวเลือดผสมกับน้ำหอมราคาแพงที่รินรดาชอบใช้ มันคละคลุ้งอยู่ในความมืดสลัวของโรงจอดรถร้างแห่งนี้ ผมแตะนิ้วลงบนคราบสีเข้มที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงมุมเบาะคนขับ ความอุ่นที่หลงเหลืออยู่ทำเอาหัวใจผมเต้นรัวด้วยความร้อนรนราวกับมีใครเอามีดมากรีดลงกลางอก
“ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ธุรกิจ” ผมพึมพำออกมา เสียงของตัวเองฟังดูแหบพร่าและสั่นไหว “มันต้องการทำลายทุกอย่างที่ผมรัก เพื่อทดแทนสิ่งที่มันเสียไปในอดีต”
ผมหยัดกายขึ้นเต็มความสูง กระชับเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวเก่ง สายตาจ้องเขม็งไปที่รอยยางรถยนต์ที่ลากยาวออกไปสู่ถนนสายเปลี่ยวเบื้องนอก กวินทร์คนเดิมที่เคยเงียบขรึมและพยายามหลบเลี่ยงความจริง กำลังถูกความโกรธแค้นแผดเผาจนมอดไหม้ ความทรงจำที่เคยพร่าเลือนเริ่มปะติดปะต่อเป็นภาพจิ๊กซอว์ที่น่าสะพรึงกลัว—ธันวาไม่เคยเปลี่ยนไป มันแค่ซ่อนความบ้าคลั่งไว้ภายใต้หน้ากากเพื่อนสนิทมาตลอดหลายปี
โทรศัพท์ในมือสั่นไหว ผมกดรับสายโดยไม่ลังเล
“ดูเหมือนแกจะเจอของขวัญที่ฉันฝากไว้แล้วสินะ” เสียงทุ้มต่ำของธันวาดูเย็นเยียบและทรงพลัง “กวินทร์... แกจำได้ไหมว่าความรู้สึกของการสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปต่อหน้าต่อตามันเป็นยังไง? อ้อ ลืมไป แกน่ะจำอะไรไม่ได้เลยนี่นา”
“ปล่อยเธอไปเสีย ธันวา” ผมคำราม ลมหายใจหนักหน่วงจนแทบคลั่ง “ถ้าแกอยากได้บริษัท อยากได้อำนาจ แกก็เอาไป แต่ถ้าแกแตะต้องรินรดาแม้แต่ปลายเล็บ... ต่อให้ต้องลงนรกไปลากคอแกขึ้นมา ฉันก็จะทำ”
ปลายสายหัวเราะร่วน เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอาทร “เธออยู่ที่ที่แกเคยทิ้งฉันไว้ตอนอายุสิบขวบไงล่ะ ลองนึกดูดีๆ สิ... ความทรงจำที่แกพยายามจะลบทิ้งน่ะ”
สัญญาณตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทสัมผัส ผมยืนนิ่งอยู่กลางความมืด สมองพยายามค้นหาภาพจำที่หายไปเหมือนเงาที่เลือนลาง บ้านพักตากอากาศเก่าริมหน้าผา... ห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยของเล่นพังๆ และความกดดันที่ผมเคยกดทับธันวาไว้ในวัยเยาว์
รินรดา... เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง? เธอกุมความลับของผมไว้ และตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะความลับนั้น
ผมเหยียบคันเร่งมิดไมล์ รถสปอร์ตสีเข้มพุ่งทะยานออกไปราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรง ขับเคลื่อนผ่านความมืดมิดของเมืองใหญ่ด้วยความเร็วที่เสี่ยงต่อชีวิต แต่ในใจผมกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความสงบของคนหมดหวัง แต่เป็นความนิ่งของพายุที่กำลังก่อตัว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมจอดรถห่างจากบ้านพักตากอากาศร้างหลังนั้นพอสมควร ที่นี่เงียบสงัดราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบโขดหินเบื้องล่างที่ดังสะท้อนเข้ามา ผมค่อยๆ ย่องเข้าไปทางหน้าต่างชั้นล่าง แสงไฟจากไฟฉายคาดหัวของธันวาฉายวูบวาบไปมาภายในห้องโถงใหญ่
ภาพที่ผมเห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้กลางห้อง สองมือถูกมัดไว้กับพนักพิง ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิง ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความฉลาดปราดเปรื่องตอนนี้มีรอยเขียวช้ำ แต่สายตาของเธอยังคงเข้มแข็ง เธอจ้องมองธันวาที่เดินวนเวียนอยู่รอบๆ เหมือนเสือที่กำลังหยอกล้อเหยื่อ
“เขากำลังมา... และเขาจะฆ่าแก” รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง แม้จะอ่อนแรง
“กวินทร์น่ะเหรอ?” ธันวาแสยะยิ้ม เขาวางปืนกระบอกเล็กไว้บนโต๊ะไม้ตัวเก่า “เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่พยายามทำตัวเป็นผู้เล่น แต่ก็นะ... วันนี้เกมมันจบแล้ว”
ผมตัดสินใจพุ่งตัวออกไปจากเงามืด กระแทกไหล่เข้าที่แผ่นหลังของธันวาจนเขาเสียหลักเซไปชนโต๊ะ ปืนร่วงลงพื้นและไถลไปไกล ผมไม่รอช้า พุ่งเข้าล็อกคอเขาจากด้านหลัง แต่ธันวากลับไวกว่า เขาคว้าศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องผมอย่างจังจนผมจุกจนตัวงอ
“แกมันก็แค่อดีตที่ฉันอยากกำจัดทิ้ง!” ธันวาตะโกนพลางถลันเข้ามาซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าผม เลือดรสคาวไหลซึมออกมาจากมุมปาก
“หยุดนะ!” รินรดาร้องตะโกน เสียงของเธอสั่นเครือ “ธันวา! สิ่งที่แกทำมันไม่ช่วยให้แกดีขึ้นหรอก!”
ผมอาศัยจังหวะที่เขาสนใจรินรดา พุ่งตัวเข้าประชิดแล้วรวบตัวเขาเหวี่ยงลงกับพื้น แรงปะทะทำให้เศษไม้กระดานแตกกระจาย ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เราสองคนคลุกวงใน แลกหมัดกันอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรเลย เพราะเป้าหมายเดียวในหัวคือการพาเธอกลับไป
ในขณะที่ผมกำลังจะกดตัวธันวาลงกับพื้นให้สิ้นฤทธิ์ เสียงลั่นไกปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด
*ปัง!*
ร่างของธันวาแข็งทื่อไปทันที ผมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองทางประตูห้องโถงที่เพิ่งเปิดออก ร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นในเงามืด มือที่ถือปืนยังคงมีควันจางๆ พุ่งออกมา และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมายังใบหน้าของผู้มาใหม่ ผมถึงกับหน้าชาจนไร้ความรู้สึก
คนคนนั้นไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของธันวา... แต่เป็นคนที่ผมมั่นใจว่าตายไปตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน
“พี่...” ผมหลุดปากออกมาด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนในใจของกวินทร์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
โครโนสทริกเกอร์
เงาจางในรอยอดีต•ตอนที่ 23
ตามหาหัวใจ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจางในรอยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!