กลิ่นหอมของเนยแท้ผสมผสานกับความหวานละมุนของวานิลลาคริสตัลจากมิติลับไม่ได้ลอยฟุ้งอยู่แค่ในห้องครัวเล็ก ๆ ของร้าน "บ้านขนมปังรินรดา" อีกต่อไปแล้วค่ะ แต่มันกำลังแผ่ขยายอานุภาพเย้ายวน ชนิดที่ต่อให้เป็นนักบวชผู้เคร่งครัดศีลธรรมมาเองก็ยังต้องแอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก
"ริน คุณมือหนักเกินไปหรือเปล่าคะ... กลิ่นนี้มันรุนแรงเสียจนฉันเกรงว่าพวกป้าสะใภ้ตัวแสบที่บ้านใหญ่ อาจจะจมูกไวตามกลิ่นมาเคาะประตูบ้านเราก่อนที่ขนมปังจะอบเสร็จเสียอีกนะ"
พันธกานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ขณะที่มือหนากำลังง่วนอยู่กับการช่วยเฝ้าหน้าเตาอบศิลาเวทมนตร์ ดวงตาคมกริบทอดมองภรรยาคนสวยด้วยความรักและเอ็นดูระคนหวาดหวั่นเล็กน้อย ก็ภรรยาตัวน้อยของเขาเล่นหยิบเอาวัตถุดิบเรืองแสงจากแปลงเกษตรในมิติพิศวงออกมาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ทั้งแป้งสาลีดาราสวรรค์และน้ำผึ้งพระจันทร์เสี้ยว ใครได้กลิ่นเป็นต้องสติหลุดกันทั้งแถบ
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์อย่างคนหัวการค้าตัวยง มือเรียวบางละจากการนวดแป้งโดว์สีมุก ก่อนจะหันมาใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามขมับอย่างไม่ถือตัว
"มาก็ดีสิคะ! ฉันกำลังรอโอกาสที่จะได้ตบหน้าพวกปากหอยปากปูพวกนั้นด้วยยอดขายถล่มทลายอยู่พอดี ช่วงนี้พวกนางขยันปล่อยข่าวลือว่าร้านเราใกล้เจ๊งจนปากเปียกปากแฉะ ถ้าได้เห็นเมนูใหม่ตัวนี้เข้าไป รับรองว่าพวกนางได้อกแตกตายคาหน้าร้านแน่ค่ะ"
น้ำเสียงของรินรดาเต็มไปด้วยความมั่นใจและพราวเสน่ห์ สมกับที่เป็นเชฟเบเกอรี่มือฉมังผู้กุมความลับแห่งมิติต่างโลกไว้ในกำมือ ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในโลกใบนี้และแต่งงานกับอดีตนายทหารผู้ขยันเปย์อย่างพันธกานต์ ชีวิตของเธอก็ไม่เคยคำว่า "ยอมแพ้" ให้กับใครหน้าไหนอีกเลย ญาติผู้พี่ที่เคยดูถูก แม่สามีที่เคยจิกกัด หรือแม้แต่คู่แข่งทางการค้าหน้าเลือด ทุกคนต่างก็เคยลิ้มรสความเจ็บปวดจากการหาเรื่องเธอมาแล้วทั้งสิ้น
วันนี้... คือวันเปิดตัว "ขนมปังครึ่งเสี้ยวจันทราสวรรค์" เมนูใหม่ล่าสุดที่รินรดากลั่นกรองมาจากตำราโบราณในมิติลับ ผสมผสานกับเทคนิคการอบสมัยใหม่จนได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน ละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น และที่สำคัญคือมันมีฤทธิ์ช่วยฟื้นฟูพลังงานและปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ชนชั้นสูงและผู้มีอันจะกินในเมืองหลวงต่างพากันไขว่คว้า
"คุณนี่นะ... เจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" พันธกานต์ส่ายหัวเบา ๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดู ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมชายชาตรีเดินเข้าไปใกล้ภรรยา พร้อมกับยื่นผ้าขนหนูผืนสะอาดซับเหงื่อให้เธออย่างเบามือ "เหนื่อยมากไหมคะ? ถ้าไม่ไหวให้ผมช่วยเถอะ เรื่องนวดแป้งนี่ผมพอมีแรงเหลือเฟือนะ"
รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่รักดี แม้จะแต่งงานกันมาสักพักและผ่านเรื่องราวมาด้วยกันมากมาย แต่ความคลั่งรักและสายตาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมของอดีตนายทหารคนนี้ก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวันจนเธอแทบจะละลาย
"ใครบอกว่าฉันเหนื่อยกันคะ? กำลังสนุกต่างหากล่ะ!" รินรดาแกล้งค้อนใส่เบา ๆ ก่อนจะยื่นชิ้นแป้งโดว์ชิ้นเล็ก ๆ ให้เขาชิม "อะ ลองชิมนี่ดูก่อนสิคะ ดิบ ๆ แบบนี้แหละ จะได้รู้ว่าฝีมือภรรยาของคุณพัฒนาไปถึงไหนแล้ว"
พันธกานต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขารับชิ้นแป้งนั้นเข้าปากเคี้ยวอย่างว่าง่าย แม้จะเป็นเพียงแป้งดิบที่ยังไม่ได้อบ แต่รสสัมผัสกลับหอมหวานและสดชื่นราวกับยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้เรืองแสงในยามค่ำคืน
"อร่อยมากค่ะ... แต่ผมว่านะ รสชาติที่ดีที่สุดในร้านนี้ ไม่ใช่ขนมปังพวกนี้หรอก"
สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของภรรยาอย่างมีความหมาย รินรดารู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบตีมือหนาที่ยื่นเข้ามาโอบเอวเธอเบา ๆ อย่างหมั่นไส้
"คนทะลึ่ง! เวลาทำงานนะคะ ท่านอดีตนายทหารผู้คลั่งรัก ขนมปังในเตากำลังจะสุกแล้วค่ะ ไปเตรียมกล่องแพ็กเกจจิ้งลวดลายพิเศษที่ฉันสั่งทำจากต่างเมืองมาดีกว่า วันนี้เราจะจำกัดการขายแค่คนละสองชิ้นเท่านั้น เพื่อสร้างความกระหายให้ลูกค้า!"
พันธกานต์ยิ้มรับอย่างตามใจ เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีหัวทางการค้าที่เฉียบคมยิ่งกว่าพ่อค้าคนไหนในเมือง การจำกัดจำนวนสินค้า (Limited Edition) จะทำให้มูลค่าของขนมปังพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ร้าน "บ้านขนมปังรินรดา" กลายเป็นร้านอันดับหนึ่งที่ผู้คนยอมต่อคิวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ผ่านไปอีกสิบนาทีถัดมา...
เสียงระฆังหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลที่พวยพุ่งทะลุออกไปนอกตัวอาคาร กลิ่นหอมเย้ายวนของวานิลลาคริสตัลและเนยสดแท้ ๆ ทำเอาผู้คนที่เดินผ่านไปมาในย่านการค้าถึงกับต้องหยุดฝีเท้าโดยพร้อมเพรียงกัน พวกเขาต่างสูดดมกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึก ๆ ราวกับต้องมนต์สะกด
นั่นไม่ใช่แค่กลิ่นขนมปังธรรมดา... แต่มันคือกลิ่นแห่งความสุขและความหรูหราที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน!
แถวยาวเหยียดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับนัดกันไว้ เพียงไม่ถึงห้านาทีหลังจากเปิดประตูร้าน ลูกค้ากลุ่มแรกก็กรูเข้ามาจนแน่นขนัด ทุกคนต่างแย่งกันชูตั๋วคิวในมือด้วยความกระวนกระวายกลัวว่าขนมปังครึ่งเสี้ยวจันทราสวรรค์จะหมดเสียก่อน
"ขอฉันสามชิ้นค่ะ! ไม่สิ... ห้าชิ้นเลย!" เศรษฐีนีประจำเมืองผู้เคยหยิ่งยโสเอ่ยปากร้องขอเสียงดังลั่น เธอรีบควักถุงเหรียญทองออกมาวางกระแทกบนเคาน์เตอร์ด้วยความใจร้อน
รินรดาแย้มรอยยิ้มการค้าอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองความโกลาหลตรงหน้าด้วยความสุขใจก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
"ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณนายท่าน ขนมปังสูตรพิเศษนี้เราจำกัดสิทธิ์เพียงท่านละสองชิ้นเท่านั้นค่ะ เพื่อให้ลูกค้าท่านอื่นได้มีโอกาสลิ้มลองความอร่อยนี้เช่นกัน เชิญรับสินค้าได้เลยค่ะ"
เสียงฮือฮาด้วยความเสียดายดังขึ้นเบา ๆ แต่ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพราะชื่อเสียงและความอร่อยของร้านนี้การันตีด้วยความพึงพอใจของลูกค้าทุกคน ขนมปังล็อตแรกถูกขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสามนาที สร้างกำไรมหาศาลให้กับรินรดาจนตัวเลขในบัญชีมิติลับพุ่งกระฉูด
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังชื่นมื่นและเสียงชื่นชมจากลูกค้า เสียงตบโต๊ะปึงปังดังสนั่นจากด้านนอกก็ขัดจังหวะความสุขขึ้นเสียก่อน
"รินรดา! นังหลานอกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงเปิดร้านขายดิบขายดีโดยไม่แบ่งปันให้ญาติพี่น้องในตระกูลเลยหะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่ดังแหวกลำوงผู้คนเข้ามา พร้อมกับร่างท้วมของนางที่เดินกระแทกกระทั้นเข้ามาในร้านด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ด้านหลังมีญาติผู้พี่อีกสองคนเดินตามมาสมทบด้วยท่าทีหาเรื่อง
รินรดาหรี่ตามองกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังคงประดับอยู่ แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอวางถุงใส่เงินลงบนโต๊ะช้า ๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ด้านหลัง
พันธกานต์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่รัศมีความกดดันและสายตาดุร้ายที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำเอาป้าสะใภ้ถึงกับสะดุ้งโหยงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
รินรดาค่อย ๆ เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ท่าทีสง่างามและเยือกเย็นทำให้เธอดูโดดเด่นเสียจนคนทั้งร้านต้องเงียบเสียงลงเพื่อรอชมความสนุก
"อ้าว... นึกว่าใครที่ไหน ป้าใหญ่เองหรอกหรือคะ?" รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหยด ยวนเย้าแต่น่าขนพองสเกล "ลมอะไรหอบท่านป้ามาถึงที่นี่คะ หรือว่ากลิ่นขนมปังของเรามันหอมเตะจมูกจนทนอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ไหว ต้องวิ่งมาขอส่วนบุญเหมือนเดิมอีกแล้วล่ะคะ?"
คำพูดเจ็บแสบที่ตอกหน้ากลับไปตรง ๆ ทำเอาใบหน้าของป้าสะใภ้แดงก่ำด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าหลานสาวตัวดีด้วยมือที่สั่นเทา
"นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าด่าผู้ใหญ่เรอะ! แกมันก็แค่สะใภ้ตกอับที่เกาะผัวทหารกิน ทำเป็นทำขนมปังหลอกลวงชาวบ้าน รสชาติมันจะวิเศษวิโสสักแค่ไหนเชียว! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมยกสูตรขนมปังนี่ให้ลูกชายฉันเอาไปทำขายต่อ แกกับสามีแกได้ออกจากเมืองนี้ไปแน่!"
รินรดาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เธอเดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว ๆ จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังหนีด้วยความหวาดหวั่นโดยสัญชาตญาณ
"อยากได้สูตรของฉันงั้นหรือคะ?" รินรดายิ้มหวานหยด "เสียใจด้วยนะคะ... เพราะต่อให้พวกท่านเอาเงินมาถมร้านฉันจนเต็มพื้นที่ ก็ไม่มีทางซื้อแม้แต่เศษผงแป้งจากฉันได้หรอ—"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้พูดจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสนั่นกึกก้องมาจากด้านหน้าร้าน พร้อมกับเงาร่างของชายชุดเกราะสีเงินวาววับนับสิบคนก้าวเข้ามาปิดล้อมหน้าร้านไว้อย่างแน่นหนา!
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความวุ่นวายกลายเป็นความเงียบสงัดชั่วพริบตา ลูกค้าต่างพากันหลบทางให้ด้วยความตื่นกลัว
บุรุษผู้สวมเสื้อคลุมปักลายตราสัญลักษณ์ประจำราชสำนักชั้นสูง ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดาและพันธกานต์
"ข้าได้รับราชโองการด่วนจากองค์ชายรอง..." ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานน่าเกรงขาม ทำให้ป้าสะใภ้และญาติ ๆ ถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ "พระองค์ทรงเสวยขนมปังครึ่งเสี้ยวจันทราสวรรค์ที่พ่อบ้านนำกลับไปถวายเมื่อครู่ แล้วทรงตรัสว่า... นี่คือรสชาติที่ดีที่สุดในแผ่นดิน!"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ทหารหลวงผู้นั้นยื่นราชโองการสีทองประทับตราประทับหยกแท้มาตรงหน้ารินรดา พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่แตกต่างจากท่าทีดุดันเมื่อครู่
"องค์ชายทรงมีรับสั่งเชิญตัว 'เชฟรินรดา' เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว ณ พระราชวังหลวงทันที เพื่อรับพระราชทานป้ายทองคำเครื่องหมายการค้าหลวง... และแต่งตั้งให้ท่านเป็น 'เชฟหลวงประจำราชสำนัก'!"
สิ้นเสียงประกาศนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งร้าน ก่อนที่เสียงฮือฮาด้วยความอิจฉาริษยาและตะลึงพรึงเพริดจะดังระเบิดขึ้น
ป้าสะใภ้และญาติผู้พี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อตระหนักได้ว่าหลานสาวที่พวกนางเคยเหยียบย่ำและดูถูกเหียดหยาม บัดนี้กำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่พวกนางไม่มีวันเอื้อมถึงได้อีกตลอดกาล!
รินรดากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยืนอยู่ข้างกาย พันธกานต์ยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาโอบไหล่บางของเธอไว้แน่นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
"ดูท่าทาง... งานขยายกิจการครั้งใหญ่ของเราคงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นเสียแล้วล่ะค่ะ ท่านสามี" รินรดากระซิบเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์
...และก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะพลิกผันไปไกลกว่านั้น สายตาของรินรดากลับเหลือบไปเห็นหีบสมบัติลึกลับที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากมิติด้านนอกสุดอันตราย พร้อมกับจดหมายเตือนภัยฉบับหนึ่งที่จ่าหน้าซองถึงเธอโดยเฉพาะ...
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรินรดากับพันธกานต์มาจนถึงตอนนี้นะคะ!)
สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 19
สูตรขนมปังใหม่ประจำร้าน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!