"ใบมอบอำนาจปลอมๆ กับลายเซ็นไก่เขี่ยแบบนี้ คิดเหรอคะว่าท่านเจ้าเมืองคนใหม่เขาจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ด้วย?"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของรินรดาดังขึ้น ท่าماท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองในศาลากลางประจำเขตตะวันตก แผ่นกระดาษยับยู่ยี่ถูกปัดตกลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย ปลายนิ้วเรียวสวยที่เพิ่งนวดโดว์ขนมปังมาหมาดๆ บรรจงเคาะโต๊ะไม้สักตามจังหวะอารมณ์ที่กำลังนึกสนุก ท่าทางของนางเอกสาวผู้กุมความลับมิติต่างโลกไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... เธอกำลังมองป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมที่หน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้มด้วยสายตาสมเพชเวทนา
ป้าอัปสรสะดุ้งสุดตัว ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบพูดไม่ออก นางพยายามจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา แต่ถูกสายตาคมกริบของพันธกานต์ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ด้านหลังภรรยาElapsedTime ป้องปรามไว้เสียก่อน อดีตนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องขยับตัวด้วยซ้ำ ไหล่กว้างที่ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนขยับเล็กน้อยยามที่เขาโน้มตัวลงมา กระซิบบางอย่างข้างใบหูภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้คนฟังใจเต้นรำ
"ที่รักครับ... อย่าไปเสียเวลาคุยกับคนพวกนี้เลย เดี๋ยวเค้กชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนที่เราอบไว้จะหน้ายุบพอดี"
"พูดจาเข้าหูมากค่ะสามี" รินรดาอมยิ้มบางๆ หันไปสบตากับสามีสุดที่รักด้วยแววตาพราวระยับ ความหวานชื่นนี้บาดลึกเข้าไปในความอิจฉาริษยาของป้าอัปสรจนแทบกระอักเลือด
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน ญาติผู้พี่ฝั่งสามีที่เคยเหยียบย่ำรินรดาและครอบครัวมาตลอด คิดว่าตนเองกำชัยชนะไว้ในมือ เพราะอุตส่าห์ไปติดต่อ "นายอำเภอคนใหม่" ผู้เป็นถึงขุนนางใหญ่จากเมืองหลวง เพื่อหวังจะใช้เส้นสายบีบบังคับให้รินรดาโอนสิทธิ์ที่ดินทำกินและสูตรขนมปังอันลือลั่นให้แก่ตระกูลตนเองฟรีๆ ทว่าพวกเขากลับลืมคิดไปว่า... เมืองหลวงที่ว่าไกลนั้น หาได้ใหญ่เกินกว่าอำนาจเงินตราและเครือข่ายการค้าที่รินรดาค่อยๆ สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงในมิติลับไม่!
"แก... แกกล้าดียังไง! นังเด็กเหลือขอ!" ป้าอัปสรกรีดร้องออกมาอย่างหมดมาด กรีดเล็บยาวๆ หมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้ารินรดาให้หายแค้น ทว่าภาพที่เห็นต่อมากลับทำให้ทุกคนในห้องต้องอ้าปากค้าง
*ตุบ!*
พันธกานต์ไม่ได้ลงมือทำร้ายผู้หญิง แต่เขาใช้ปลายเท้าเตะขาเก้าอี้ไม้ให้ขยับไปขวางทางอย่างแม่นยำ จนป้าอัปสรสะดุ้งโหยงเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น เสียงร้องโودโอ๊ยโหยหวนดังลั่นห้อง แต่มันช่างน่าสมเพชเสียจนไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย
"ระวังหน่อยสครับ... เอ๊ย ระวังหน่อยนะคะคุณป้า พื้นแถวนี้มันลื่น เดี๋ยวจะหาว่าสามีฉันรังแกคนแก่เอาได้" รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยอย่างใจเย็น "อ้อ แล้วไอ้แบ็กจากเมืองหลวงที่อ้างนักอ้างหนาเนี่ย... รู้จักตระกูล 'หลี่' หรือเปล่าคะ? พอดีเมื่อเช้าสามีฉันเพิ่งจดหมายรับรองจากท่านแม่ทัพใหญ่มาหมาดๆ ว่าที่ดินผืนนี้ และร้านเบเกอรี่ 'หอมกรุ่นกลิ่นรัก' ของเรา ได้รับพระราชทานข้อยกเว้นเป็นเขตปลอดภาษีและอภิสิทธิ์คุ้มครองพิเศษ... แปลว่า ต่อให้ท่านเจ้าเมืองคนใหม่กราบกรานลงมา ก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องกระเบื้องสักแผ่นในไร่ของเราค่ะ!"
สิ้นคำประกาศิตนั้น ใบหน้าของป้าอัปสรและญาติๆ ก็ซีดขาวไร้สีเลือดราวกับศพเดินได้ พวกเขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า สองสามีภรรยาที่ตนเคยดูถูกว่าเป็นแค่ชาวบ้านไร่กระจอกๆ ได้ก้าวข้ามผ่านพวกเขาไปไกลจนมองไม่เห็นฝุ่นเสียแล้ว
รินรดาเหยียดยิ้มอย่างสะใจในชัยชนะ การตบหน้าคนตระกูลนี้ด้วยความจริงและความมั่งคั่ง ช่างเป็นเบเกอรี่รสเลิศที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อจริงๆ
หลังจากเคลียร์ปัญหาชวนปวดหัวเสร็จสิ้น สองสามีภรรยาก็กลับมาถึงไร่ในยามบ่ายแก่ๆ กลิ่นอายความอบอุ่นของบ้านไม้หลังน้อยโชยปะทะจมูกทันทีที่เปิดประตู พันธกานต์จัดการสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลังอย่างออดอ้อน เอาคางเกยไหล่พลสูดดลกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ
"เหนื่อยไหมครับคนดี วันนี้ภรรยาผมเก่งที่สุดในสามโลกเลย" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู รินรดาหัวเราะคิกคัก ยอมปล่อยให้สามีตัวโตคลอเคลียตามใจชอบ
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้เห็นหน้าคนหน้าแตกแบบนั้น หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ" เธอบิดตัวหันมาเผชิญหน้า ยกมือขึ้นหยิกแก้มสากอย่างหมั่นเขี้ยว "แต่ว่านะ... เมื่อกี้คุณพูดถึงจดหมายจากเมืองหลวงใช่ไหมคะ? ฉันจำได้ว่าเรายังไม่ได้เปิดจดหมายฉบับที่สามที่ส่งมาพร้อมกับพัสดุลึกลับจากแคว้นเหนือเลยนี่นา"
รอยยิ้มของพันธกานต์ชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาคมกราบกราบฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "อ๋อ... คงเป็นจดหมายธุรกิจธรรมดานั่นแหละครับ ที่รักอย่าไปสนใจเลย ไปกินเค้กมะพร้าวอ่อนที่คุณอบดีกว่านะ"
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความสงสัย สัญชาตญาณเชพสาวผู้ฉลาดเฉลียวบอกเธอว่า สามีจอมเปย์ของเธอกำลัง "ซ่อนความลับ" บางอย่างไว้ และความลับนั้นคงเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดลึกลับของเขาที่เจ้าตัวไม่ยอมเล่าเสียที!
มือเรียวเล็กฉวยโอกาสตอนที่ชายหนุ่มเผลอ พุ่งตัวไปหยิบซองจดหมายสีเข้มประทับตราครั่งรูปมังกรทองที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาขึ้นมา ท่ามกลางความตกใจของอดีตนายทหารที่พยายามจะคว้ากลับคืนแต่ไม่ทันเสียแล้ว
ดวงตากลมโตไล่อ่านข้อความในจดหมายอย่างรวดเร็ว หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อบรรทัดสุดท้ายปรากฏแก่สายตา—
*"เรียน ท่านแม่ทัพพันธกานต์... กองกำลังพิทักษ์ชายแดนทางเหนือรอการกลับมาของท่านเพื่อปราบกบฏ และ 'องค์ชาย' ที่ท่านต้องถวายอารักขา ได้ส่งราชสาส์นลับมาถึงชายแดนแล้ว... ขอให้ท่านรีบเดินทางกลับเมืองหลวงด่วนที่สุด"*
รินรดานิ่งค้าง มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของสามีบ้านไร่
พันธกานต์กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ทว่า... เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบเกอรี่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายประหลาดที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ก้าวล้ำเข้ามาในร้านโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต แสงไฟตะเกียงวูบไหวรุนแรงราวกับมีพายุพัดผ่านเข้ามาในห้อง
ชายแปลกหน้าคนนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบให้รินรดา ก่อนจะประสานมือคารวะพันธกานต์ด้วยท่าทางนอบน้อม แต่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศอันตรายที่ชวนให้ขนลุกเกรียว
"ทูลกระหม่อม... ถึงเวลาที่พระองค์ต้องเสด็จกลับวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรินรดากับพันธกานต์มาจนถึงตอนนี้นะคะ!)
---
*เบเกอรี่มิติต่างโลก*
สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 20
จดหมายจากเมืองหลวง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!