เสียงตบโต๊ะไม้สนอัดแน่นดัง "ปัง!" จนถ้วยเซรามิกบรรจุกาแฟดริปเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองสั่นสะเทือน ไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้จากมิติลับ แต่บรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่ "Sweet Home" กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
รินรดายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบมองร่างอวบอ้วนของป้าสะใภ้ใหญ่—นางพรรณี ที่บุกเข้ามาในร้านยามวิกาลพร้อมสมุนร่างกำยำอีกสองคน ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนแทบเสีย2ทรง เมื่อเห็นชั้นวางขนมปังโล่งเตียนและป้าย "สินค้าหมดเกลี้ยง" แขวนเด่นเป็นสง่า
"แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ขนมปังสูตรลับหมดก่อนที่ตระกูลเราจะมาเหมา! รินรดา นังเด็กเนรคุณ แกตั้งใจจะขัดขวางความเจริญของญาติผู้ใหญ่ใช่ไหม!" เสียงแหลมปรี๊ดบาดแก้วหูพยายามกดดัน แต่นางเอกสาวของเราหาได้สะทกสะท้านไม่ เธอวางถ้วยกาแฟลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะแย้มยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"คำว่า 'ญาติผู้ใหญ่' ที่ท่านพูดถึง หมายถึงคนที่เคยขนข้าวของในบ้านฉันไปขายจนเกลี้ยงตอนฉันแต่งงานเข้าบ้านนี้ หรือหมายถึงคนที่ส่งนักเลงมาพังรั้วบ้านฉันเมื่อสัปดาห์ก่อนกันคะคุณป้าสะใภ้?" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนนางพรรณีหน้าชา
"ปากดีนักนะนังนี่! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงหลังร้านให้ฉันดีๆ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" นางพรรณีหันไปพยักเพยิดให้สมุนร่างยักษ์ทั้งสองก้าวเข้าไปรื้อค้นเคาน์เตอร์ ทุบทำลายโหลใส่คุกกี้เนยสดจนแตกกระจาย เศษแก้วและขนมปังกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
พันธกานต์ที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักหลังร้านด้วยชุดทำงานเปื้อนดิน ชะوةฝีเท้าลงเมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ดวงตาสีนิลคมกริบดุจเหยี่ยววับวาวด้วยโทสะ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แผ่รังסיกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนสมุนทั้งสองชะงักถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่รินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งสายตาบอกให้เขานิ่งไว้ก่อน
"คุณค่ะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักกฎหมายจำเป็นคนนี้เถอะค่ะ" รินรดายิ้มละมุนให้สามี ก่อนจะหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกจากลิ้นชักใต้มตราบัญชีอย่างใจเย็น
เธอเดินไปยืนตรงหน้าสมุนร่างยักษ์ที่กำลังเงื้อมือทำลายข้าวของ พร้อมกับชูแผ่นกระดาษที่มีตราประทับราชการอย่างเป็นทางการขึ้น
"เชิญทำลายข้าวของตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่ากล้องวงจรปิดพลังงานเวทมนตร์จากมิติลับของฉัน บันทึกภาพความคมชัดสูงระดับสี่เคไว้ทุกกระเบียดนิ้วแล้ว และ..." รินรดากวาดสายตาอ่านข้อกฎหมายฉบับท้องถิ่นด้วยน้ำเสียงฉEานชัดเจน "ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตราว่าด้วยการบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล ทำลายทรัพย์สิน และกรรโชกทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงเจ็ดปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท..."
เธอยื่นเอกสารเข้าไปใกล้ใบหน้าซีดเผือดของนางพรรณีทีละน้อย แววตาของเธอเยียบเย็นจนน่ากลัว "และเนื่องจากร้านนี้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายการค้าทุกประการ การที่พวกคุณเข้ามาข่มขู่และทำลายข้าวของ ถือเป็น 'ความผิดอาญาแผ่นดิน' ที่ยอมความไม่ได้... คุณป้าคะ ตำรวจประจำเขตกำลังจะมาถึงในอีกห้า... สี่..."
"อี... อีเด็กบ้า! แกกล้าแจ้งตำรวจจับญาติเหรอ!" นางพรรณีเสียงสั่นเครือ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นางไม่นึกว่าเด็กสาวที่เคยอ่อนแอคนนี้จะศึกษาข้อกฎหมายมาอย่างแน่นหนาจนพลิกเกมได้รวดเร็วเช่นนี้
"สาม... สอง..." รินรดานับถอยหลังต่อด้วยรอยยิ้มพิมใจ ราวกับกำลังประกาศผลรางวัลใหญ่
*เอี๊ยด!* เสียงเบรกของรถกระบะราชการดังสนั่นหน้าร้าน ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์สามนายที่ก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าเคร่งขรึม
"มีรายงานการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินที่นี่ ใครเป็นผู้แจ้งครับ?" นายตำรวจหัวหน้าชุดเอ่ยถาม
รินรดายกมือขึ้นอย่างสุภาพ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "ดิฉันเองค่ะเจ้าหน้าที่ พอดีมี 'แขกไม่速เชิญ' เข้ามาสร้างความเสียหายในยอดยามวิกาล แถมยังพยายามบังคับขู่เข็ญให้ดิฉันเซ็นโอนที่ดินด้วยหลักฐานคาตาแบบนี้ รบกวนท่านช่วยพาตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจให้ด้วยนะคะ พอดีดิฉันกับสามีต้องเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาดเพื่อเตรียมอบครัวซองต์ล็อตใหม่สำหรับพรุ่งนี้เช้าค่ะ"
นางพรรณีและสมุนหน้าซีดเผือกจนแทบเป็นลม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัวใส่กุญแจมือทีละคน เสียงโวยวายโหยหวนดังลั่นร้านก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อถูกดันขึ้นรถกระบะออกไป
บรรยากาศภายในร้านกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง พันธกานต์มองภรรยาคนเก่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความคลั่งไคล้ ร่างสูงดึงร่างบางเข้ามากอดแนบชอก ไหล่กว้างสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโล่งอก
"ภรรยาผมนี่... ทั้งฉลาด ทั้งเก่ง แถมยังน่ากลัวเป็นบ้าเลยนะครับ" พันธกานต์กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู พลางกดจูบลงบนขมับบางอย่างทะนุถนอม "แบบนี้ผมคงต้องเปย์แปลงที่ดินข้างๆ ให้คุณเพิ่มอีกสักแปลงเป็นรางวัลความดีความชอบแล้วกระมังครับ"
รินรดายิ้มกริ่ม ซบหน้าลงกับแผงอกอุ่นของสามีสูดดมกลิ่นกายที่เจือจางด้วยกลิ่นดินและเหงื่อจากการทำงานอย่างผ่อนคลาย "เรื่องที่ดินค่อยคุยกันทีหลังค่ะคุณ... แต่ตอนนี้ กลิ่นอะไรน่ะคะ?"
จู่ๆ กลิ่นหอมหวานอันล้ำลึกของเนยละมุนผสมคาราเมลอุ่นๆ ก็ลอยฟุ้งออกมาจากประตูมิติลับที่เปิดแง้มไว้เองโดยไม่มีใครแตะต้อง มันไม่ใช่กลิ่นขนมปังธรรมดา แต่เป็นกลิ่นของ "บริยอชไส้ครีมเกาลัดอบน้ำผึ้งป่า" วัตถุดิบหายากที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวได้จากป่าโบราณในมิติลับเมื่อช่วงบ่าย!
ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พันธกานต์กำลังจะเอื้อมมือไปปิดประตูปิดตายมิตินั้นตามความเคยชิน ทว่า... สันประตูไม้สักกลับถูกผลักเปิดผางด้วยแรงลมปริศนาจากด้านใน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่ก้าวออกมาจากหมอกควันสีมุก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึกทันที!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติลับ" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 25
ความอิจฉาที่เปลี่ยนเป็นความเกลียด
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!