“ถ้าท่านยังดื้อดึงถือหางปลาทูเค็มตากแห้งเน่าๆ ของป้าสะใภ้ใหญ่มาต่อรองเรื่องโฉนดที่ดินของฉันอีกแม้แต่ครึ่งคำ คืนนี้ฉันจะเอาแป้งโดว์หมักยีสต์สูตรพิเศษอุดรูจมูกท่านตอนหลับจริงๆ ด้วยนะคะ ท่านพี่พันธกานต์”
น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงประกายกร้าวรอดไรฟันออกมา พร้อมกับเสียงนวดแป้งตบปุลงบนเขียงไม้มะขามหนาเตอะดัง *ปั่ก!* สะท้อนก้องห้องครัวอบอุ่นที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับกลิ่นอายฝนโปรยปรายด้านนอก
พันธกานต์ อดีตนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างหนาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยกล้ามเนื้อแน่นตึง สะดุ้งเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะกลัวภรรยาสาวหัวการค้าจะทำจริงอย่างที่พูด แต่เป็นเพราะรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ส่งมาพร้อมกับมีดตัดแป้งปลายแหลมคมกริบต่างหาก ที่ทำให้สันหลังของเขาเย็นวาบยิ่งกว่าสายฝนเดือนห้า
“พี่หรือจะกล้าขัดใจเจ้าค่ะ เมียจ๋า” พันธกานต์รีบยกมือยอมจำนนทั้งสองข้าง รอยยิ้มมุมปากหยักลึกปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มกร้านแดด เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างเงียบเชียบ ขายาวๆ ของอดีตทหารผ่านศึกก้าวเพียงสองก้าวก็ปิดระยะห่างระหว่างเขากับโต๊ะนวดแป้งได้สนิท “อีกอย่าง... ปลาทูเค็มเน่าๆ ของบ้านนั้น พี่เอาไปฝังดินเป็นปุ๋ยแปลงสตรอว์เบอร์รี่ในมิติของเจ้าตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว ป่านนี้คงกลายเป็นสารอาหารชั้นดีให้พืชผลเราเติบโตจนพวกมันอกแตกตายกันหมดแล้วล่ะมั้ง”
รินรดาชะงักมือที่กำลังโรยแป้งนวล เผลอหลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความตึงเครียดจากเรื่องน่ารำคาญใจของญาติผู้พี่ที่พยายามส่งคนมาป่วนหน้าร้านเบเกอรี่ตลอดสัปดาห์มลายหายไปสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่มองมาด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง
ภายนอกเขาคือบุรุษผู้ดุดัน น่าเกรงขามจนชาวบ้านในหมู่บ้านชายแดนนี้เกรงกลัว แต่สำหรับรินรดาแล้ว... ผู้ชายคนนี้คือตู้ ATM เคลื่อนที่ผู้พร้อมเปย์ทุกอย่างตั้งแต่เมล็ดพันธุ์หายากในตำนานยันเตาอบอบไอน้ำนำเข้าจากต่างมิติ และที่สำคัญที่สุด... เขาคืออ้อมกว้างอันปลอดภัยที่คอยโอบอุ้มเธอไว้ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายใบนี้
*เป๊าะแป๊ะ... เป๊าะแป๊ะ...*
เสียงเม็ดฝนสาดกระทบหลังคากระเบื้องดินเผาดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นลง ความมืดมิดยามวิกาลเข้าปกคลุมพื้นที่ภายนอก เหลือเพียงแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากตะเกียงน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลาภายในห้องครัว ที่ขับเน้นให้บรรยากาศค่ำคืนนี้มีความเป็นส่วนตัวและชวนให้หัวใจเต้นระส่ำอย่างประหลาด
“ฝนตกหนักแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าลูกค้าคงมาเข้าคิวซื้อขนมปังเนยสดหน้ากระเทียมกับครัวซองต์อัลมอนด์ของเราช้าหน่อยสินะคะ” รินรดาพึมพำเบาๆ ขณะใช้ผ้ากันเปื้อนลายตารางสีฟ้าเช็ดมือที่เปื้อนแป้ง
“ช้าหน่อยก็ดี... พวกจะได้พักผ่อนบ้าง เจ้าทำงานหนักติดต่อกันมาสามวันเต็มแล้วนะรินรดา” พันธกานต์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาขยับเข้าไปใกล้เสียจนแผ่นหลังบางของเธอนิ่มชนเข้ากับแผงอกกว้างอันอบอุ่น มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบและถือจอบเอื้อมผ่านเอวคอดกิ่วของเธอไปหยิบถาดอบขนมที่วางอยู่บนชั้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ทว่า... อ้อมแขนของเขากลับโอบรัดกักตัวเธอไว้โดยสมบูรณ์โดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยออก
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง รินรดาใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ แม้ทั้งคู่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่ในบ้านไร่หลังนี้แล้ว แต่ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันแบบนี้ ก็ยังทำให้เธอประหม่าทุกครั้ง
“ท่านพี่... ถาดอบอยู่ตรงนั้นก็จริง แต่แขนท่านจำเป็นต้องโอบเอวฉันแน่นขนาดนี้ด้วยหรือคะ?” เธอเอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจสะดุดเล็กน้อยเมื่อปลายจมูกโด่งคมของเขาซุกซอกลงมาคลอเคลียแถวลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าคอตตอนบางเบา
“จำเป็นสิ...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู “เพราะถ้าพี่ไม่กักตัวเจ้าไว้ตอนนี้ เดี๋ยวดึกๆ เจ้าก็แอบมุดเข้ามิติไปนั่งคำนวณบัญชีร้านค้าส่งออกแป้งสาลีเวทมนตร์อีกแน่ๆ เจ้าเป็นภรรยาข้าพึ่งพาได้ก็จริง แต่บางที... เจ้าก็ขยันจนข้าอิจฉากระดาษบันทึกบัญชีพวกนั้นแล้วนะ”
คำตัดพ้อเจือความเอ็นดูระคนตัดพ้อเล็กๆ นั้นทำให้รินรดาต้องหันกลับไปค้อนให้วงใหญ่ ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นตามประสาคนหัวการค้า “ถ้าฉันไม่ขยันขันแข็ง แล้วเราจะมีเงินเก็บไปกว้านซื้อที่ดินรอบหมู่บ้านมาทำฟาร์มปศุสัตว์ตามแผนที่เราวางไว้หรือคะ? การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าผู้ช่วยอย่างท่านไม่ช่วยแบกกระสอบแป้งหนักๆ ฉันก็คงไม่มีเวลามานั่งปั้นขนมปังอร่อยๆ ให้ท่านกินหรอกนะ”
“งั้นหรือ...” พันธกานต์พลิکตัวเธอกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ภายในนั้น มือใหญ่ข้างหนึ่งประคองแก้มเนียนนุ่มไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือลูบไล้พวงแก้มแดงระเรื่อแผ่วเบา “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ข้าอยากลงทุน... ไม่ใช่ที่ดิน ไม่ใช่ฟาร์มสัตว์ และไม่ใช่กำไรจากร้านเบเกอรี่ร้อยเหรียญทองนั่นหรอกนะรินรดา”
รินรดาชะงัก ลมหายใจติดขัด “แล้ว... อะไรล่ะคะ?”
“คือเจ้าต่างหาก...” พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและลึกซึ้ง ไร้ซึ่งร่อรอยล้อเล่นใดๆ แววตาของอดีตนายทหารผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชน บัดนี้กลับอ่อนโยนและเว้าวอนเสียจนหัวใจของหญิงสาวสั่นไหวรุนแรง “ตอนที่ข้าเห็นเจ้าถูกพวกตระกูลเดิมรังแกในวันแรก... ข้าแค่อยากปกป้องในฐานะเพื่อนบ้าน แต่พอได้เห็นรอยยิ้มตอนที่เจ้าทำขนมปังชิ้นแรกสำเร็จ ได้เห็นความฉลาดเป็นกรดเวลาที่เจ้าตบหน้าพวกหน้าเลือดด้วยตัวเลขกำไร... ข้าก็รู้ตัวเลยว่า ผู้ชายคนนี้ ยอมจำนนต่อเชฟสาวผู้มีมิติลับคนนี้เข้าให้แล้ว”
คำสารภาพรักที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับเวทมนตร์บทใหม่ ทำให้รินรดาพูดไม่ออก ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ลำพัง ความโดดเดี่ยว และการถูกเอาเปรียบจากคนรอบข้าง ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้นด้วยอ้อมกอดอุ่นๆ และสายตาที่มั่นคงคู่นี้
“ท่านพี่... นี่ท่านหัดหยอดคำหวานมาจากไหนกันคะเนี่ย?” เธอพยายามกลบเกลื่อนความซาบซึ้งด้วยรอยยิ้มซุกซน แม้เสียงจะสั่นน้อยๆ ก็ตาม “หรือว่าแอบไปอ่านตำราจีบสาวในมิติของฉันมาอีกแล้ว?”
“ไม่ต้องอ่านตำราหอกจากไหนหรอก...” พันธกานต์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสมผสานกลิ่นหอมของแป้งโดว์และกลิ่นฝนจางๆ “ข้าแค่พูดความจริงจากก้นบึ้งของหัวใจ... รินรดา เจ้าเปลี่ยนจาก ‘คนแปลกหน้า’ ที่บังคับให้ข้าแต่งงานด้วยเหตุผลจำเป็น ให้กลายเป็น ‘บ้าน’ ของข้าจริงๆ ไปตั้งนานแล้วนะ”
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฝนที่ตกกระหน่ำด้านนอกราวกับถูกกลืนหายไป เหลือเพียงจังหวะหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามประสานกันเป็นเสียงเดียว
รินรดากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตัดสินใจเลิกหลบตา เธอเอื้อมมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของสามี รอยยิ้มมั่นใจและพราวเสน่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอใช้เจรจาการค้าจนคู่ค้าต้องยอมจำนนทุกราย
“ในเมื่อท่านสารภาพออกมาซะหมดเปลือกขนาดนี้แล้ว... ในฐานะภรรยาและหุ้นส่วนชีวิต ฉันคงปฏิเสธไม่ได้สินะคะว่า...” เธอยืดตัวขึ้นกระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูของเขา “สถานะ ‘เพื่อนบ้าน’ ที่ท่านเคยเป็น... ฉันขอปรับเปลี่ยนเป็น ‘สามีผู้ถือหุ้นใหญ่ในหัวใจ’ ตลอดชีพก็แล้วกันนะคะ”
พันธกานต์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความยินดี เขารวบเอวเธอเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากนุ่มของเธออย่างนุ่มนวล ทว่าลึกซึ้งและดูดดื่ม รสชาติของความรักที่บ่มเพาะมาเนิ่นนาน หวานละมุนยิ่งกว่าคาราเมลเคี่ยวเคี่ยวไฟอ่อนเสียอีก
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนหยดย้อยนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านพักและร้านเบเกอรี่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรง ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรณคำรามสนั่นหวั่นไหว
พันธกานต์ผละริมฝีปากออกช้าๆ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ รินรดาเองก็หันไปมองทิศทางประตูหน้าด้วยแววตาเฉียบคมขึ้นมาทันที
“ดึกดื่นป่านนี้ พายุเข้าหนักหนาขนาดนี้... ใครกันที่บ้าบิ่นเดินทางมาเคาะประตูร้านเรา?” รินรดาพึมพำ
พันธกานต์ขยับตัวยืนบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณทหาร ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูหน้าบ้านมือหนึ่งแอบปลดล็อกกลอนประตูเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไม่คาดฝัน และทันทีที่เขากระชากบานประตูไม้เปิดออก—
ร่างสะท้านเปียกปอนของหญิงสาวคนหนึ่งก็ทรุดฮวบลงแทบเท้าของเขา พร้อมกับเสียงหอบหายใจโรยรินและคำพูดที่ทำให้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี
“ช่วย... ช่วยด้วยค่ะ... คุณรินรดา... ที่... ที่ไร่ตระกูลหลิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติลับ" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 26
การเปิดใจในคืนฝนตก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!