สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 17

มื้อค่ำใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงกระทะเหล็กกระทบกับตะหลิวทองเหลืองดัง *เคร้ง!* เป็นจังหวะเดียวกับที่กลิ่นหอมฉุยของเนยแท้ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของพริกไทยดำโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์ชนบท รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ขณะใช้ปลายมีดสเตนเลสตัดแบ่งเนื้อสเต็กพอร์คชอปชิ้นโตที่หมักด้วยสมุนไพรจากมิติลับจนเข้าเนื้อ ความฉ่ำของน้ำเนื้อซึมซับออกมาเคลือบผิวสีน้ำตาลทองชวนน้ำลายสอ สำหรับเธอแล้ว การทำอาหารไม่ใช่แค่การประทังชีวิต แต่คือการสร้างอาณาจักรความสุขที่ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งไปจากเธอได้ โดยเฉพาะหลังจากที่เธอเพิ่งจัดการตบหน้าสั่งสอนพวกญาติสามีจอมเปรี้ยวกินแรง ที่กล้าบุกมาทวงส่วนแบ่งจากร้านเบเกอรี่ของเธอเมื่อช่วงบ่าย การได้เห็นสีหน้าเขียวคล้ำเหมือนกิ้งก่ากินพริกของป้าสะใภ้จอมโลภคนนั้น วิ่งหนีหางจุกตูดออกไปพร้อมกับคำขู่ตะקอเลิกลั่ก เป็นภาพความบันเทิงที่คุ้มค่ากว่าการได้กำไรจากการขายขนมปังพันก้อนเสียอีก "กลิ่นหอมขนาดนี้ ถ้าใครเดินผ่านหน้าบ้านแล้วไม่แวะน้ำลายสอ คงต้องสงสัยแล้วค่ะว่าคนผู้นั้นยังมีต่อมรับรสอยู่หรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดตรงประตูห้องครัว พันธกานต์ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลาย เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีเข้มถูกพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนกำยำที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการทำงานหนัก ใบหน้าคมเข้มที่มักจะดูดุดันเวลาอยู่ต่อหน้าคนนอก บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดยามที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองแผ่นหลังของภรรยา รินรดากวาดสายตามองชายหนุ่มผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง ก่อนจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต เทียนไขเล่มยาวในเชิงทองเหลืองถูกจุดขึ้นให้แสงสีส้มไหวระริกขับบรรยากาศยามค่ำคืนให้ดูโรแมนติกขึ้นมาถนัดตา "ถ้าหิวก็มานั่งสิคะ มัวแต่ยืนเป็นยามเฝ้าประตูอยู่แบบนั้น เดี๋ยวสเต็กชิ้นนี้จะเย็นชืดเสียรสชาติหมดพอดี" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย พันธกานต์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบสมกับที่เป็นอดีตนายทหาร แต่ทว่าแววตาที่เขามองเธอกลับร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาอบขนมปังในมิติลับของเธอเสียอีก ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แต่ทว่าสายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว มื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง รินรดาตักซุปเห็ดทรัฟเฟิลอุ่นๆ ส่งเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นทำให้เธอเผลอหลับตาพริ้มด้วยความฟิน ความเหนื่อยล้าจากการบริหารร้านค้าและจัดการกับพวกเหลือขอในตระกูลมลายหายไปจนหมดสิ้น ทว่า... บรรยากาศเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยความเงียบงันที่เริ่มอบอวลไปด้วยความอึดอัดชอบกล พันธกานต์วางช้อนในมือลงอย่างช้าๆ เขานั่งประสานมือไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่รินรดาด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ราวกับกลัวว่าเสียงนั้นจะปลิวหายไปกับสายลม "คะ? มีอะไรติดหน้าฉันหรือไง ถึงได้มองด้วยสายตาแบบนั้น" รินรดาแกล้งทำเป็นไขسแดง ใช้ส้อมจิ้มมะเขือเทศเชอร์รี่เข้าปากเพื่อหลบสายตาคู่นั้นที่เริ่มจะร้อนแรงเกินกว่าจะรับมือไหว "ไม่มีอะไรติดหรอกครับ... แต่ในใจผมต่างหาก ที่ตอนนี้มันมีแต่คุณเต็มไปหมด" *ตัก!* ส้อมในมือเกือบจะหลุดร่วงลงมากระทบจาน รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องตัวเลขและสูตรขนมปังได้อย่างรวดเร็ว กลับสะดุดกึกราวกับระบบรันไทม์ขัดข้อง ผู้ชายคนนี้... ปกติก็ขยันเปย์ ขยันเอาใจ จนกระเป๋าเงินตุงอยู่แล้ว แต่ทำไมจู่ๆ ถึงได้งัดสกิลหยอดคำหวานระดับปรมาจารย์ออกมาใช้แบบไม่ให้ตั้งตัวล่ะคะเนี่ย! "คุณพันธกานต์... ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าคะเนี่ย จู่ๆ ถึงได้พูดจาแปลกๆ" รินรดาแกล้งกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่รำพึงรำพันแล้วก็ตาม "ผมไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง... และผมก็ไม่เคยพูดจาจริงจังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต" พันธกานต์ขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันอ่อนๆ ที่ทำให้รินรดาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ แววตาของอดีตนายทหารเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจ ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นแม้แต่น้อย มือหนาทั้งสองข้างวางลงบนขอบโต๊ะ ราวกับต้องการกักตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขา "ตอนแรกที่พวกเราแต่งงานกัน มันเป็นเพราะความจำเป็น... เป็นข้อตกลงเพื่อให้คุณรอดพ้นจากเงื้อมมือคนพวกนั้น" พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่สั่นเครือเล็กน้อย "แต่ตลอดเวลาที่คุณอยู่เคียงข้างผม คุณทำอาหารให้ผมกิน คุณสร้างบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นวิมาน และคุณ... ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่ ผมอยากใช้มันเพื่อปกป้องและดูแลผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้น" รินรดานิ่งงัง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และสิ่งที่เธอเห็นคือความรัก ความห่วงใย และความภักดีที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าแป้งสาลีบริสุทธิ์เกรดพรีเมียมในมิติลับของเธอเสียอีก ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่สามีตามนามธรรม แต่เขาคือคู่ชีวิตที่พร้อมจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปกับเธออย่างแท้จริง หัวใจที่เคยปิดตายและระแวดระวังตัวจากโลกอันโหดร้าย ค่อยๆ ถูกความอบอุ่นนี้หลอมละลายทีละน้อย รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลายออกเป็นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่หาดูได้ยาก "คุณนี่มัน... ขี้โกงชะมัดเลยนะคะ" รินรดาหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงเทียน "จู่ๆ ก็มาสารภาพความในใจแบบนี้ แล้วฉันจะเอาข้ออ้างที่ไหนไปแกล้งดุคุณได้อีกเล่าคะ?" พันธกานต์ชะงักไปนิด ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม ดวงตาของเขาพราวระยับด้วยความโล่งอกและดีใจ เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจ "ถ้าอย่างนั้น... แปลว่าผมผ่านบททดสอบของเชฟคนสวยแล้วใช่ไหมครับ?" น้ำเสียงของเขามีความออดอ้อนเจืออยู่จางๆ ซึ่งถ้าใครมาเห็นภาพอดีตนายทหารผู้โหดเหี้ยมทำหน้าแบบนี้ คงต้องแว่นตาแตกกันเป็นแถบๆ แน่นอน รินรดาชักมือกลับเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามประสาคนฟอร์มจัด "ยังหรอกค่ะ! คะแนนความประพฤติยังต้องดูกันไปอีกยาวๆ... แต่ว่านะ..." เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของชายหนุ่ม กลิ่นหอมหวานของวานิลลาจางๆ ลอยเข้าจมูกของพันธกานต์จนเขาเผลอกลั้นหายใจ "...ถ้าคุณยังขยันเปย์และทำตัวน่ารักแบบนี้ไปเรื่อยๆ ฉันอาจจะพิจารณา... ยอมให้คุณเลื่อนขั้นจากสามีในนาม มาเป็นสามีตัวจริงแบบถาวรก็ได้นะคะ" คำพูดนั้นทำเอาพันธกานต์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนที่ประกายความยินดีจะระเบิดออกมาในแววตาคมกริบ ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดซาบซึ้งออกมาอีกชุดใหญ่ ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ขัดจังหวะเวลาหวานชื่นของทั้งคู่ลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม! พันธกานต์ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาคมกริบฉายแววฉุนเฉียวขึ้นมาวูบหนึ่ง ใครหน้าไหนมันบังอาจมาเคาะประตูบ้านเธอยามวิกาลแบบนี้! ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมายจะเดินไปจัดการกับแขกยามวิกาล แต่ทว่า... เมื่อประตูไม้หน้าบ้านถูกผลักเปิดออกโดยฝั่งตรงข้าม เงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว พร้อมกับถุงเงินหนักอึ้งที่ถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดัง *ตุบ!* "คุณรินรดา! แย่แล้วครับ... สินค้าล็อตใหม่ที่คุณเตรียมไว้ในโกดัง... ถูกคนของตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงกว้านซื้อไปหมดเกลี้ยงแล้วแถมยัง..." เสียงหอบหายใจของลูกน้องหนุ่มขาดห้วง พร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรินรดากับพันธกานต์มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%