สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ•ตอนที่ 7

มื้อค่ำที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“คุณหมายความว่ายังไง... พ่อฉันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้” น้ำเสียงของธันวาขาดห้วingเป็นช่วงๆ ไม่ใช่เพราะสัญญาณโทรศัพท์ริมไซต์งานก่อสร้างย่านเก่าแก่จะมีปัญหา แต่เป็นเพราะปลายนิ้วที่ถือสมาร์ตโฟนเครื่องบางกำลังเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก ข้อมูลสั้นๆ จากปลายสายเมื่อครู่เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางอก ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า และหนักหน่วงพอจะพังทลายกำแพงความสุขุมที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงานพังครืนลงในพริบตา ชื่อของ ‘ธนา’ พ่อผู้ล่วงลับที่เคยเป็นสถาปนิกแถวหน้าผู้รังสรรค์อาคารแห่งนี้เมื่อทศวรรษก่อน กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพัวพันกับปริศนาการหายสาบสูญที่เจ้าหน้าที่รัฐและสื่อมวลชนเคยสรุปสำนวนว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท “ธันวา... ไหวไหมวะหน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว” เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของคินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน วิศวกรหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นปูนไม่ได้สังเกตสีหน้าตื่นตระหนกของอีกฝ่ายในทันที จนกระทั่งเขาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของธันวาเพื่อดึงหลบเศษคอนกรีตที่คนงานกำลังลำเลียงผ่านทางเดินแคบๆ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วหนาที่แตะลงบนผิวเนื้อชื้นเหงื่อ ทำให้ธันวาสสะดุ้งสุดตัว เขาชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ดวงตากลมโตที่ปกติมักฉายแววถือดีและพร้อมจะหาเรื่องคู่กรณีทุกฝีก้าว ยามนี้กลับไหวระริกอย่างปิดไม่มิด “อย่ามาแตะตัวฉันน่า... คิน” ธันวาเอ่ยเสียงพร่า พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง คินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดของสถาปนิกปากจัดตรงหน้า ความกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความฉงนระคนเป็นห่วงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีขวานผ่าซากตามนิสัย “ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะน่า หน้าซีดเป็นกระดาษขนาดนี้ จะเป็นลมคาซากตึกเก่าให้ผมต้องแบกขึ้นหลังหรือไง” คินพ่นลมหายใจออกทางจมูก ก่อนจะเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ “เลิกงานพอดี ไปหาอะไรกระแทกปากหน่อยเถอะ หน้าตาแบบคุณเนี่ย ถ้าเป็นลมล้มพับไป ผมคงโดนเพื่อนสนิทคุณอย่างไอ้พายเฉือนเนื้อไปทำหมูแดดเดียวแน่ฐานปล่อยให้สถาปนิกสุดที่รักมันตรอมใจตาย” “ฉันไม่ได้เป็นอะไร... และไม่ได้อยากกินอะไรทั้งนั้น” ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามหมุนตัวเดินหนีเพื่อไปเก็บแปลนงานบนโต๊ะสนาม แต่ก้าวไปได้แค่สองก้าวขาเรียวก็เกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีที่ท่อนแขนแข็งแรงของวิศวกรหนุ่มคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ทว่าแรงเหวี่ยงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า กลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นเหงื่อจางๆ ตามประสาคนลุยงานหนัก ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ที่คินมักจะอมลูกอมกลิ่นมินต์กลบไว้เสมอ ลอยเข้าปะทะนาวิกโยธินของธันวาในระยะประชิด หัวใจดวงน้อยที่กำลังหวาดกลัวกับความลับเรื่องพ่อ เต้นรัวระรัวจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกใจจากข่าวร้าย หรือเพราะสัมผัสแนบแน่นจากคนที่เกลียดขี้หน้ามาตลอดกันแน่ “ดื้อด้านเป็นที่หนึ่ง” คินพึมพำชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อก้มลงสบตาคู่สวยที่ฉายแววสับสน “ถ้าไม่อยากกินข้าว ก็ไปนั่งเงียบๆ ให้ผมเลี้ยงกาแฟร้อนสักแก้วก็ยังดี ดีกว่ายืนทำหน้าเหมือนคนวิกลจริตอยู่ตรงนี้... ไปครับ” แม้อยากจะอ้าปากเถียงหรือสะบัดตัวหนีสักแค่ไหน แต่เรี่ยวแรงในกายของธันวากลับระเหิดหายไปหมดสิ้น ความอ้างว้างและความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขาพยักหน้ารับอย่างจำยอม โดยมีวงแขนแกร่งที่ประคองประคับประคองพาเดินออกจากตัวอาคารเก่าแก่มืดทึบสู่แสงไฟยามค่ำคืนของย่านการค้า ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์วินเทจตั้งอยู่ไม่ไกลจากไซต์งานนัก บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบเนื่องจากเป็นช่วงเวลาเลยมื้ออาหารหลักไปเล็กน้อย แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวมุมที่คินเลือกนั่ง เพื่อความเป็นส่วนตัว ธันวานั่งเงียบ ปล่อยให้นิ้วเรียวเขี่ยแก้วโกโการ้อนที่อีกฝ่ายสั่งให้วนไปมาอย่างไร้จุดหมาย ไออุ่นจากเครื่องดื่มช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บปลายนิ้วได้บ้าง แต่ไม่อาจขับไล่ความหนาวยะเยือกในใจให้จางหาย “จะเล่าได้หรือยัง... ว่าใครโทรมา แล้วมันเรื่องอะไรที่ทำให้คุณสติหลุดได้ขนาดนี้” คินเปิดบทสนทนาขึ้นทำลายความเงียบ เขาวางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน ราวกับต้องการทะลวงผ่านเปลือกนอกที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมเข้าไปสำรวจความรู้สึกที่แท้จริงข้างใน ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา วิศวกรหนุ่มตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีกวนประสาทเหมือนทุกที สีหน้าของคินยามนี้จริงจังและจริงใจจนน่าตกใจ ความอบอุ่นที่อีกฝ่ายแสดงออกโดยไม่รู้ตัว กำลังพังทลายกำแพงทิฐิที่ธันวาสร้างไว้ทีละน้อย “ถ้าฉันบอกว่า... ตึกที่คุณกำลังรื้อถอนอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเฉยๆ ล่ะ” ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกลั้นไว้ “ใต้โครงสร้างเดิมที่เราเพิ่งสำรวจ... มันมีห้องนิรภัยที่ถูกปิดตายมาสิบปี และข้างในนั้น มีบันทึกรายชื่อสถาปนิกที่หายตัวไป... หนึ่งในนั้น คือพ่อของฉันเอง คิน” คำพูดนั้นทำให้คินชะงักไป ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ไดอะล็อกและข้อมูลที่ได้รับเชื่อมโยงกับปัญหาความล่าช้าและรอยร้าวประหลาดในโครงสร้างที่เขาเพิ่งตรวจพบเมื่อสัปดาห์ก่อนในทันที ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของวิศวกรหนุ่ม มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยน้ำหนักมหาศาล คินเอื้อมมือหนาออกไปวางทับลงบนหลังมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของธันวา สัมผัสที่หนักแน่นและอบอุ่นนั้นไร้ซึ่งคำปลอบโยนสวยหรู แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ธันวารู้สึกว่า อย่างน้อยในนาทีนี้ เขาก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับความมืดมนเพียงลำพัง “ถ้ามันมีห้องนิรภัยซ่อนอยู่จริง... ผมนี่แหละจะเป็นคนช่วยคุณผ่ามันออกมาให้ดูเอง ธันวา” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และจริงจังที่สุดเท่าที่ธันวาเคยได้ยินมา “ไม่ต้องกลัว... ไม่ว่าข้างในนั้นจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ผมจะยืนอยู่ข้างๆ แปลนของคุณเอง” หัวใจของสถาปนิกปากจัดกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามจะดึงมือกลับเพื่อซ่อนความหวั่นไหว แต่คินกลับกระชับมือแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอยหนี ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังอบอวลไปด้วยความซับซ้อนและเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่อาจต้านทาน ประตูไม้กระจกของร้านก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งลมกรุ๊งกริ๊ง “อุ๊ย! ตายจริง... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย คุณสถาปนิกปากจัดกับคุณวิศวกรหน้ามึน?” เสียงหวานคุ้นหูเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างระหงของพาย อินทีเรียดีเนอร์เพื่อนสนิทของธันวาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่นิดๆ แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ทั้งธันวาและคินต้องหน้าถอดสี ไม่ใช่การปรากฏตัวของเพื่อนสนิทตัวแสบ หากแต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานที่เดินตามหลังพายเข้ามา ชายผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับธันวาอย่างกับแกะ และแววตานิ่งสนิทคู่นั้น... กำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “สวัสดี... ลูกชาย พ่อไม่ได้เจอกับลูกนานเลยนะ ตั้งแต่สิบปีก่อนโน้น” ธันวาสะสตั๊นไปในทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเสียงทุ้มของชายผู้ที่ควรจะ ‘ตาย’ ไปแล้วในหน้าประวัติศาสตร์ เอ่ยทักทายเขาตรงหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางปริศนานี้นะคะ หิมะแรกในโตเกียวตื่นเต้นกับตอนต่อไปไม่แพ้กันเลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์รื้อถอนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%